logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

ว่าด้วยเรื่อง “เล็บเป็นขีด” จากประเด็น Social Media

Health Me Now / ผิวหนัง  / ว่าด้วยเรื่อง “เล็บเป็นขีด” จากประเด็น Social Media

ว่าด้วยเรื่อง “เล็บเป็นขีด” จากประเด็น Social Media

สืบเนื่องจากประเด็นใน social เรื่องของ “เล็บเป็นขีด” เป็นสาเหตุของมะเร็งจริงหรือไม่

ภาวะเล็บเป็นขีด หรือเล็บมีเส้นสีดำหรือน้ำตาลตามความยาวเล็บ (longitudinal melanonychia) เกิดจาก เซลล์เม็ดสีที่อยู่บริเวณเนื้อเยื่อสร้างเล็บ มีการสร้างสีออกมามากกว่าปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ขอแบ่งง่ายๆเป็น 2 แบบ

“เล็บเป็นขีดที่ไม่ใช่มะเร็ง”

พบได้ทุกวัย อย่างไรก็ตาม เด็กเล็ก ถึงเด็กโต สามารถเกิดภาวะเล็บเป็นขีดได้มากกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป เนื่องจากเซลล์สร้างเม็ดสีมีโอกาสทำงาน หรือถูกกระตุ้นได้มากกว่า

สาเหตุที่สำคัญได้แก่

  • กระหรือไฝใต้เล็บ
  • เชื้อชาติ คนเอเชียหรือคนผิวสีดำ
  • การกระทบกระแทกบริเวณเล็บ เช่นการทำเล็บ การกัดเล็บ
  • ภาวะตั้งครรภ์
  • ยารับประทาน บางชนิด เช่น ยาต้านไวรัส คีโมบางชนิด
  • การฉายแสงรังสีรักษา
  • โรคทางพันธุกรรมบางอย่าง ที่มีการกระตุ้นการสร้างเม็ดสี
  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • สาเหตุอื่นๆ เช่นการติดเชื้อราบางอย่าง เนื้อใต้เล็บเจริญผิดปกติที่ไม่ใช่มะเร็ง เป็นต้น

“สาเหตุจากมะเร็ง”

เมลาโนม่า (malignant melanoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีแบ่งตัวมากผิดปกติทำให้มีการสร้างเม็ดสีมากขึ้น มะเร็งชนิดนี้สามารถมาด้วยอาการได้หลายแบบ หนึ่งในนั้นคือ เล็บเป็นขีดสีดำหรือน้ำตาล

ดูอย่างไรว่าไม่ใช่มะเร็ง?

โดยทั่วไป หากเป็นหลายเล็บ แถบสีน้ำตาลหรือดำดูสีสม่ำเสมอ สมมาตร ขนาดน้อยกว่า 6 mm ขนาดคงที่ อายุที่เริ่มเป็นตอนเด็ก แถบสีน้ำตาลหรือดำไม่ลามไปเนื้อเยื่อรอบเล็บ อาจทำให้นึกถึง “เล็บเป็นขีดที่ไม่ใช่มะเร็ง” ได้

ดูอย่างไรว่าเป็นมะเร็ง?

ลักษณะที่ควรระวังภาวะมะเร็งมีหลายลักษณะร่วมกันได้แก่ อายุที่เริ่มเป็นมากกว่า 40 ปี แถบสีดำหรือน้ำตาลสีไม่สม่ำเสมอ ขนาดใหญ่กว่า 6 mm โตเร็ว ขยายขนาดเร็ว เป็นเล็บเดียวที่นิ้วโป้ง มีสีดำลามไปผิวหนังรอบเล็บหรือจมูกเล็บ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเมลาโนม่า เป็นต้น

หากไม่แน่ใจทำอย่างไรดี?

อย่างไรก็ตามหากพบลักษณะดังกล่าวมา ซึ่งดูเองอาจจะยากค่ะ หากไม่แน่ใจ แนะนำควรพบแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลจะดีที่สุด

[Total: 3 Average: 5]

No Comments

Leave a Reply