logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

เอดส์: สายพันธุ์ใหม่ ทำลายภูมิคุ้มกันเร็วขึ้น

Health Me Now / ทางเดินปัสสาวะ  / เอดส์: สายพันธุ์ใหม่ ทำลายภูมิคุ้มกันเร็วขึ้น

เอดส์: สายพันธุ์ใหม่ ทำลายภูมิคุ้มกันเร็วขึ้น

วานนี้ (3 ก.พ.65) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร. คริส วายแมนต์ นักระบาดวิทยา ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่เผยผลงานวิจัยและตีพิมพ์ในวารสาร  ระบุว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเอชไอวีสายพันธุ์วีบี  มีปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดสูงกว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์อื่น ๆ ราว 3.5-5.5 เท่า และยังส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายได้รวดเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน ผลวิจัยชี้ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์วีบีสามารถฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน และใช้ชีวิตต่อไปได้ตามปกติหลังเข้ารับการรักษา และยังไม่มีความน่ากังวลเกี่ยวกับสายพันธุ์ดังกล่าว

ผลวิจัยดังกล่าวยังระบุว่า เชื้อเอชไอวีสายพันธุ์วีบีแพร่ระบาดมากขึ้นในเนเธอร์แลนด์ และระบาดลดลง อีกทั้งเชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่ เนื่องจากวิทยาการรักษาสมัยใหม่ยังคงมีประสิทธิภาพต่อเชื้อได้ดี รวมถึงการตรวจพบเชื้อและการเข้ารับการรักษาตั้งแต่เริ่มพบเชื้อของผู้ป่วย

โรคเอดส์/กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง (aquired immunodeficiency syndrome/AIDS) คือ โรคที่เกิดจากไวรัสเอชไอวี (human immunodeficiency virus/HIV) ชึ่งอยู่ในกลุ่ม retrovirus เชื้อนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปเจริญอยู่ในเม็ดเลือดขาวที่มีชื่อว่า  “CD4 lymphocyte” (นิยมเรียกย่อ ๆ ว่า CD4) และทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดนี้ จนในที่สุดทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เป็นผลทำให้เกิดมะเร็งบางชนิด และโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (opportunistic infection ซึ่ง เป็นการติดเชื้อรุนแรงจากเชื้อโรคต่าง ๆ ทั้งที่เป็นชนิดที่ก่อโรคในคนปกติทั่วไป และชนิดที่ปกติไม่ทำอันตรายต่อคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง) สมัยก่อนที่จะมีการใช้ยาต้านไวรัส(antiretrovirus/ARV) ในการรักษาโรคนี้ ผู้ป่วยมักมีอาการรุนแรง  เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสและเสียชีวิตในเวลาไม่นาน  (ประมาณ 2 – 3 ปี หลังการวินิจฉัย)

แต่ในปัจจุบันมีการใช้ยาต้านไวรัสร่วมกันตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป ดังที่เรียกว่า การใช้ยาต้านไวรัสความแรงสูง (highly active antiretro viral  therapy/ HAART) สามารถลดอัตราตายลงอย่างมาก และลดการดำเนินโรคจนเป็นเอดส์เต็มขั้นในผู้ติดเชื้อลงได้อย่างมีประสิทธิผล โดยยานี้ช่วยลดจำนวนเชื้อเอชไอวีลงและทำให้ CD4 lymphocyte (ซึ่งบ่งบอกถึงระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย) เพิ่มมากขึ้นจนลดการติดเชื้อฉวยโอกาส  ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงในปัจจุบันจึงถือว่าโรคเอดส์เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่สามารถให้ยาควบคุมจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีอายุยืนยาวได้

[Total: 2 Average: 5]

No Comments

Leave a Reply