logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a

1-677-124-44227

Follow Us

Top

เลี้ยงลูกอย่างไรให้กล้าแสดงออก

Health Me Now / ระบบประสาทและสมอง  / เลี้ยงลูกอย่างไรให้กล้าแสดงออก
พัฒนาการเด็ก

เลี้ยงลูกอย่างไรให้กล้าแสดงออก

“ทำไมเด็กบางคน ถึงมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าคิดกล้าแสดงออกจังนะ?”
.
เด็กๆ แต่ละคนมีอารมณ์ที่หลากหลาย หรือแม้กระทั่งนิสัย และการแสดงออกที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้ง สภาพแวดล้อม ลักษณะของเด็กแต่ละคน และการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว
.
เด็กบางคนร่าเริง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี กล้าคิดกล้าแสดงออก กลับกันเด็กบางคน เป็นเด็กเรียบร้อย ขี้อาย ไม่กล้าพูด หรือสบตาผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยไหม? ว่าทำไมลูกของคุณถึงเข้ากับคนอื่นไม่ได้ ทำไมเขาไม่กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่?
.
นั่นอาจเพราะ เขากลัวว่าผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่คิด กลัวความผิดพลาด หรือกลัวทำให้คนอื่นผิดหวัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่กล้าเสนอความคิดและจินตนาการของเขาออกมา
.
ทั้งหมดนี้เป็นธรรมชาติของเด็กทั่วไปที่ไม่ชอบเรื่องแปลกใหม่ และท้าทายสำหรับตัวเขา ซึ่งหากเราปล่อยให้ลูกไม่มีความมั่นใจ หรือการกล้าแสดงออกในสิ่งที่ตนเองคิด ผลกระทบที่จะตามมาในอนาคต อาจส่งผลให้การใช้ชีวิตของเขาประสบความสำเร็จได้ยากมากขึ้น
.
หากคุณพ่อคุณแม่กำลังกังวลเรื่องความไม่มั่นใจ หรือความไม่กล้าแสดงออกของลูกอยู่ วันนี้ BrainFit มีเทคนิค 5 ข้อเล็ก ๆ ที่สามารถช่วยปรับลักษณะนิสัยให้ลูกเป็นเด็กกล้าแสดงออกและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

1. ชื่นชมกับความพยายาม และ เสริมแรงบวก

เด็กทุกคนอยากได้รับคำชม เมื่อเค้าทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จ แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ ก็ตาม เพราะ “ คำชม ” นี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วมีความหมายยิ่งใหญ่มากสำหรับเด็ก
.
สมมติว่าลูกของคุณจะต้องไปแข่งกีฬา เขาตั้งใจฝึกซ้อมและคาดหวังกับการแข่งขันในครั้งนี้มาก หากเขาพยายามอย่างเต็มที่แล้ว จะแพ้หรือชนะ คุณพ่อคุณแม่ควรชื่นชมกับความพยายามของเขาที่อย่างน้อยเขาก็ตั้งใจทำเต็มที่ ดีกว่าไปกดดันว่าทำไมถึงไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
.
การที่เราให้กำลังใจและชื่นชมกับความพยายามของเขา ผลดีในระยะยาวคือลูกจะเรียนรู้ว่าเมื่อเขาได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะมีคนมองเห็นในความตั้งใจและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยสร้างความมั่นใจของเขาได้ไม่น้อยเลย

2. ส่งเสริมลูกเข้าสังคม

เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการเข้าสังคมพบปะกับคนอื่น เป็นการฝึกฝนการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งในช่วงแรกอาจจะต้องปรับตัว แต่ลูกจะมีความมั่นใจ และไม่เคอะเขิน เมื่อต้องเจอกับคนไม่คุ้นเคย อาจจะฝึกให้เขาแนะนำตัว เพื่อให้เขาได้ฝึกทักษะการเข้าสังคม และพูดคุยกับคนอื่นได้ในเบื้องต้น
.
พาลูกไปทำกิจกกรรมใหม่ๆ ในที่สาธารณะ เพื่อให้เขาคุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เช่น ไปศูนย์การเรียนรู้ เมืองจำลอง สวนสัตว์ สวนสนุก หรือพิพิธภัณฑ์เด็ก รวมถึงเดินเล่นสวนสาธารณะก็ได้

3. สอนให้รู้จักคิดวิเคราะห์สถานการณ์

ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือลูกตลอดเวลา ควรจะฝึกให้เขาแก้ปัญหาด้วยตนเอง สอนให้เขารู้จักคิดวิเคราะห์ต่อยอดเองว่าหากมีปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้น ลูกควรจะทำอย่างไร หากมีคนช่วยเหลือเขาตลอดเวลา จนไม่ได้ทำอะไรด้วยตัวเองเลย เขาจะขาดทักษะในการพัฒนาด้านความเชื่อมั่นในการคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง
.
เพราะฉะนั้นการเพิ่มความมั่นใจจึงเป็นสิ่งที่ยาก เราควรฝึกให้เขาได้คิดเอง หรืออาจลองเขียนแผนผังความคิด ให้ลูกอธิบายแนวคิดของเขาออกมา หากลูกมีความคิดที่แตกต่างจากสิ่งที่เราคิด นั่นคือเรื่องที่ดีเพราะลูกได้ใช้ความคิดและจินตนาการของเขาอย่างเต็มที่ สิ่งที่ควรทำคือ การรับฟังและทำความเข้าใจต่อความคิดของลูก อย่าปิดกั้นเพียงเพราะเป็นความคิดที่แตกต่าง

4. เรียนรู้สิ่งใหม่

การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ดีในการเริ่มต้นเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาความชอบ และให้เขาลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมว่าเขาชอบหรือสนใจกิจกรรมใด และสนับสนุนในสิ่งที่เขาสนใจ เพราะการที่เขาได้ลองเรียนรู้หรือทำอะไรใหม่ๆที่ท้าทาย จะทำให้เขาเผชิญกับความกลัวเป็นครั้งแรก
.
และจากนั้นหากเขาได้ฝึกฝน จนทำมันได้ด้วยตัวเอง หรือ ชนะด้วยคำว่า เป็น ค รั้ ง แ ร ก ได้ ก็จะทำให้เขามั่นใจกับตัวเอง และกล้าที่จะก้าวผ่านคำว่า “ COMFORT ZONE” ไปได้เช่นกัน

5. อย่าเปรียบเทียบ

การโดนเปรียบเทียบเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากสำหรับเด็ก บางครั้งการเปรียบเทียบอาจมาด้วยความความปรารถนาดี อยากเห็นลูกเป็นต้นแบบที่ดี และประพฤติตนไปในทางที่สมควร แต่คุณพ่อคุณแม่อาจลืมไปว่า การพูดจาเปรียบเทียบนั้นสามารถทำลายความเชื่อมั่นของเด็กได้ทันที ดังนั้นเราแนะนำว่าอย่างเปรียบเทียบลูกของคุณ กับ ลูกคนอื่นเลยจะดีที่สุด
.
เทคนิค 5 ข้อ ที่กล่าวมาข้างต้น อาจดูเหมือนเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆ แต่อยากจะบอกคุณผู้ปกครองว่ามีผลกระทบต่อการสร้างความมั่นใจในการกล้าแสดงออกของลูกรักของคุณเป็นอย่างมาก
.
คุณพ่อคุณแม่สามารถเอาเทคนิคดีๆเหล่านี้ลองไปปรับใช้กันดูได้นะคะ เราเชื่อว่า เด็กๆทุกคนสามารถที่จะปรับแนวคิดของเขาให้เป็นเชิงบวก และกลายเป็นคนที่กล้าแสดงออกขึ้นได้

[Total: 3 Average: 5]

No Comments

Leave a Reply