logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

ตาไวต่อแสง: ต้นเหตุ 8 ใน 10 คน ที่ปวดหัว “ไมเกรน”

Health Me Now / ตา  / ตาไวต่อแสง: ต้นเหตุ 8 ใน 10 คน ที่ปวดหัว “ไมเกรน”
กระบนใบหน้ารักษาได้ด้วยผลไม้ 3 ชนิด

ตาไวต่อแสง: ต้นเหตุ 8 ใน 10 คน ที่ปวดหัว “ไมเกรน”

เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ดวงตากับสมองเชื่อมถึงกัน” จึงไม่แปลกใจเลยว่า ผู้ป่วยไมเกรนส่วนใหญ่มักมีอาการตาแพ้แสง สู้แสงไม่ได้ ซึ่งจากสถิติพบว่า มีผู้ป่วยไมเกรนมากถึง 80% ที่มีอาการตาไวต่อแสงร่วมด้วย!!

แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ “โรคไมเกรน” และอาการ “ตาไวต่อแสง” ให้มากขึ้นกันก่อน

ทำความรู้จัก “ไมเกรน”

ไมเกรน คือ พบได้ประมาณร้อยละ 10 -15 ของประชากรทั่วไป พบได้ในคนทุกวันแต่พบมากในช่วงอายุ 10-30 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 3.5 เท่า

โรคนี้มักเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังเป็นแรมปี เริ่มเป็นครั้งแรกตอนย่างเข้าวัยรุ่น หรือระยะหนุ่มสาว โดยเฉพาะผู้ป่วยหญิงมักเป็นโรคนี้ตอนเริ่มมีประจำเดือน บางรายเริ่มเป็นโรคนี้ตั้งแต่เด็ก ซึ่งมักมีอาการปวดท้อง เมารถเมาเรือด้วย มีน้อยรายที่จะมีอาการเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปแต่ผู้หญิงที่เคยเป็นไมเกรนมาก่อนเมื่อถึงวัยใกล้หมดประจำเดือน (40-50 ปี) อาจมีอาการปวดศีรษะบ่อยขึ้นบางรายอาจทุเลาหรือหายไปเองเมื่ออายุ  มากกว่า 50-60 ปีขึ้นไป แต่บางรายอาจเป็นตลอดชีวิต

ไมเกรนจัดว่าเป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่สร้างความรำคาญน่าทรมาน และทำให้เสียการเสียงาน โรคนี้เกิดได้กับคนทุกระดับไม่เกี่ยวกับฐานะทาง สังคมหรือระดับสติปัญญา แต่ผู้ที่มีฐานะดีหรือมีการศึกษามักจะปรึกษาแพทย์บ่อยกว่า ผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่เป็นประจำมักเป็นคนประเภทเจ้าระเบียบ จู้จี้จุกจิก

ทำความรู้จัก “ตาไวต่อแสง”

ตาไวต่อแสง (ตากลัวแสง) หรือตาสู้แสงไม่ได้ คือ อาการที่สายตาทนแสงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นจากแสงอาทิตย์โดยตรง หรือจากแหล่งของแสงอื่นๆ เช่น โคมไฟ หรือไฟถนน

“แสง” ตัวการสำคัญ! ที่กระตุ้นไมเกรน

เมื่อผู้ป่วยไมเกรน สัมผัสกับแสงจ้า แสงเหล่านี้จะกระตุ้นเซลล์ประสาทบริเวณจอประสาทตา (Retinal ganglion cell; RGC) แล้วส่งสัญญาณไปยังสมองส่วน “ทาลามัส” ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบประสาทที่รับความรู้สึกเจ็บปวดได้ (Trigeminovascular system) ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรน และตาไวต่อแสง สู้แสงไม่ได้

ป้องกันอาการตาไวต่อแสง เพื่อลดการเกิด “ไมเกรน” อย่างไรดี?

หากมีอาการปวดหัวไมเกรน และเกิดภาวะตาแพ้แสงร่วมด้วย เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • สวมแว่นกรองแสง ที่ช่วยกรองแสงสีฟ้าและตัดแสงที่กระตุ้นไมเกรน
  • หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า ควรอยู่ในที่มืดและอากาศเย็น จะช่วยให้อาการปวดหัวดีขึ้น
  • ทานยาแก้ปวด จะช่วยลดอาการปวดศีรษะ อาการไวต่อแสง
[Total: 0 Average: 0]

No Comments

Leave a Reply