远程医疗:MoPH 与华为签订合同开发 5G 医疗保健系统以支持远程医疗

卫生部加入华为 医疗服务部与华为签署技术合作协议,开发5G医疗系统,支持远程医疗、5G救护车、云服务,应用健康大数据人工智能,辅助医学影像诊断。并使它 个人医疗服务驱动更快 支持新的医疗方法 2021年9月22日在医学部 卫生部副总理兼公共卫生部长Anutin Charnvirakul先生 主持医疗部主任Somsak Ankasil博士与华为技术副董事长廖钱先生关于“5G医疗系统的教育和发展”的谅解备忘录(MOU)签字仪式。(泰国) ) 有限公司,执行委员会主席为 Abel Deng 先生。华为技术(泰国)有限公司参会。 阿努廷先生表示,卫生部高度重视提高卫生服务体系的能力。目前,信息和通信技术已经有了很大的发展。可用于提高效率 包括远程医疗、排队系统、医院服务系统、转诊系统,以及大数据健康服务的联动,合理使用。支持成功的因素是设备、工具。专业知识 以及使用华为世界一流的5G技术 因此,通过数字网络提供的卫生服务正在高速发展。覆盖城乡 缩小差距,让所有人平等、及时、及时地获得服务。它被认为是一种支持医学和公共卫生的新方式。特别是在仍然需要严格保持距离的 Covid-19 情况下。 为此,医疗部与华为签署了技术合作协议。研究和分析5G系统在医疗事务中的应用。和公共服务 感谢华为的技术合作。谁支持工具、设备和高级专业团队与该部合作 以及支持医学知识体系的医学系 这是随时随地的医疗服务。 Somsak博士表示,包括5G远程医疗系统和5G救护车在内的5G医疗保健系统的研究和开发是在5个问题的可行性分析框架下进行的: 医疗服务 华为支持医疗机构公共卫生解决方案设计。推动医疗互联网系统发展 远程医疗支持设备 医疗服务部支持医生、护士、多学科专业人士提供流动医疗服务。和远程医疗 在不违反患者隐私政策的情况下与目标人群 减轻旅行负担 偏远地区的人们更容易使用护理系统。 5G技术工作:将5G技术融入医疗服务。这使得在泰国推动长期数字医疗成为可能。例如,开发 5G 自动驾驶汽车以降低医护人员感染的风险。 云服务 对于应用人工智能帮助医务人员更有效地工作,例如开发使用人工智能进行诊断的技术。用于治疗和诊断 COVID-19 帮助诊断 COVID-19 每箱最快 25 秒,安全性、准确性和效率更高。 组织中的知识推广工作 通过开发信息技术知识体系 促进和发展学习新技能或更高技能的过程 双方人员 根据相关课程指引进行教学管理;及 与政府部门合作,共同研究,共同推动泰国的5G系统和云服务更加普及。支持新常态医疗和公共卫生,这是一个以人民为中心的医疗服务体系。(个人医疗服务) [Total: 22 Average: 5]

远程医疗在世界许多国家得到了发展并获得了极大的普及。

当今技术和通信的进步使医疗保健在许多领域取得了进步, 技术已经渗透到诊断测试等医疗服务的程序和流程中。咨询、手术等。当医学知识与现代科技相结合时,就会产生综合性的公共卫生服务。更高效、更有效、更准确 远程医疗或远程医疗或远程医疗  它涵盖使用通信技术将医疗信息从一个地方传送到另一个地方,并通过 VDO 会议、智能手机、应用程序/平台等电子媒体促进接收者和医疗提供者之间的沟通。 远程医疗是技术进步和扩散的一个例子将互联网应用于公共卫生领域,让患者不用出差,就可以彻底得到更好的医疗服务。医院 远程医疗在全球很多国家已经发展壮大,并获得了很大的普及, 比如美国有一个很大的服务商 Teladoc, 从通过电话系统做咨询到现在已经变成了 VDO Call。超过 20,000,000 个会员账户,以及超过 10,000 家企业客户,包括 220 家财富 500 强企业,  来自英国的Babylon Health和  来自德国的Ada Health,应用人工智能 (AI) 帮助分析患者的初始症状也可以通过 VDO Call 或在中国的平安集团看医生并与医生交谈 。 推出平安好医生手机应用程序,让患者可以在线搜索医生、咨询、预约,并通过人工智能回答问题提供初步咨询。您可以订购将其送到您家。 在泰国,远程医疗业务正在增长,无论是 See Doctor Now、Chiiwii Live、Ooca等初创企业,还是大型连锁医院, 都有更多的参与者进入该服务。例如,Samitivej 与合作伙伴联手推出 Samitivej 虚拟医院,由一组医生提供远程治疗服务,他们每天 24 小时通过 VDO Call 接受咨询,以及用于室内分析的 Test @ Home 和药物递送服务。采血和将医疗用品直接送到收件人地址等操作。 现代医疗服务也是Medical Hub行业的一个子行业,被指定为EEC项目支持的10+2目标行业之一。发挥健康旅游中心的优势 和医疗保健业务,泰国以高质量的医疗服务而闻名。 EEC 项目的措施和好处将有助于吸引 HealthTech 商业领域的企业家, 包括大公司和初创企业,到泰国投资,这将大大提升泰国医疗保健服务的技术和创新。 远程医疗是一种极其重要的现象,加速技术和医学科学融合并创造新型产品和服务。这除了能够有效响应消费者的需求外,也是促进关怀的渠道 分享和创造平等机会,让社会部门平等获得卫生服务。 [Total: 9 Average: 4.9]

“远程医疗平台”保健助手

帮助医疗保健和连接公共卫生服务的“远程医疗平台”。在 Covid-19 流行的情况下,减少去医院和风险地区的次数,应用程序开放并准备好为许多人服务。让我们来看看。 谁害怕或想检查他们是否处于危险之中?您可以尝试填写 COVID-19 风险评估表。 1. Rajavithi 医院:2019 年冠状病毒感染自我评估表2. 清迈大学:自我筛查表 对于那些疑似冠状病毒病 19 (COVID-19)(自我筛查)的人3. DDC-Care:监测和评估有感染 COVID-19 风险的人的系统4. 泰国鸭与危险作斗争:Covid-风险评估表19 评估收集数据 并进行筛选 对于那些需要信息或基本建议的人,我们有一个应用程序可供选择,如下所示。 1. ZeekDoc : 查找您附近的医生并立即预约。预约与全国顶尖医生会面,随时为您出谋划策 借助智能 (AI) 将筛查结果发送给真正的医生。直接通过 Facebook Messenger 系统3. Deverhood:具有人工智能或 AI 的初始推荐系统4. Sabaidee Bot:健康记录、疫情信息 如何照顾好自己 以及疫情发生时的重要通知 适用于那些想要远程咨询医生的人。 1. Chiiwii : 咨询各个领域的专家和医疗专业人士2. OOCA : 咨询精神科医生 和心理学家3. A to Z 医生:针对一般疾病和专科医生 Second Opinion4. Relationflip:咨询精神科医生 5. Clicknic: Clicknic 综合医疗保健服务,通过应用程序咨询、推荐和购买药物6. Sharmble :通过视频通话和远程跟进的远程医疗服务。并且可以通过参与的药房获得药物 病人护理的应用程序和网站 1.继续阅读““远程医疗平台”保健助手”

4 ต้นแบบแอปพลิเคชัน Telemedicine พัฒนาเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพการปรับเอาระบบ Telehealth มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ขอหยิบเอาต้นแบบ โครงการพัฒนาต้นแบบของเทคโนโลยีที่ช่วยในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง (ระยะที่ 2) โดย มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงหน่วยงานทางการแพทย์หลายหน่วยงานในจังหวัดพิษณุโลก โดยมี ศ.ดร.ไพศาล มุณีสว่าง คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้าโครงการ “ระบบแพทย์ทางไกลที่ตอบโจทย์ คือ ระบบโทรศัพท์ทางไกล ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน สามารถให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมต่อ ให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา ปัจจุบัน ซึ่งเข้าสู่โครงการระยะที่ 2 มีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการฯ และเชื่อมกับระบบประมาณ 289 แห่ง จากในระยะแรกมี 13 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก 157 แห่ง และโรงพยาบาลในจังหวัดสุโขทัย 132 แห่ง” การพัฒนาระบบแพทย์ทางไกลนี้ ผ่านการศึกษาวิเคราะห์ถึงปัญหาด้านการสื่อสาร การใช้และแก้ไขด้วยระบบเทคโนโลยี การเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะสมทุกช่วงเวลา และพฤติกรรมส่วนใหญ่ของแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน ดังนั้น การผลักดันระบบแพทย์ทางไกลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ และด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบันและในอนาคตที่มีความรวดเร็วมากขึ้น ในระยะนี้เองได้ผลลัพธ์ที่เป็นแอปพลิเคชันต้นแบบ และเริ่มการใช้งานจริง 4 แอปพลิเคชัน ด้วยกัน ที่เข้ามารองรับลักษณะการใช้งานที่ต่างกันของ แพทย์继续阅读“4 ต้นแบบแอปพลิเคชัน Telemedicine พัฒนาเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น”

泰国医院的远程医疗

目前,泰国有 2 家医院使用远程医疗提供医疗服务: 奥禄医院 甲米府——依靠泰国通信管理局的电话信号和互联网传输患者信息。 美莎良医院 夜丰颂府 – 使用卫星广播系统 两个地点都通过同一个视频会议系统使用,两者都是东道医院。和负责作为客户的卫生站 (现卫生站更名为街道健康促进医院) 远程医疗和私立医院 为私营部门 有许多私立医院已经实施了远程医疗系统。 曼谷医院的远程医疗 最新的是曼谷医院集团,它带来了来自美国的创新 ROBO DOCTOR 或机器人医生。提升医疗潜力 这将开始适用于曼谷医院集团的 4 家医院,即 曼谷医院医疗中心 (索伊研究中心) 曼谷芭堤雅医院 曼谷医院华欣 曼谷医院普吉岛 它最初是作为护理大脑和神经系统疾病患者的试点项目。尤其是中风(Stroke)因为这组疾病,在正确诊断和迅速治疗的情况下,它将帮助患者有机会更快地恢复并恢复到更好的生活质量(6),其中包括来自中心的专家医生团队,来自网络医院的医生团队。包括患者和亲属 能够提问和面对面互动 以及在实时交互中交换治疗信息,这是远程医疗的好处。 三美泰医院远程医疗 Samitivej 虚拟医院就像一个在线医院,提供远程医疗服务,利用技术帮助患者和医疗保健专业人员进行实时对话,旨在为患者提供便利。所有服务均由 Samitivej 的专业医生、护士和多学科团队提供。自 2019 年起成为美国远程医疗协会会员,符合国际服务标准 这些新服务将支持消费者在更加关注健康的新时代的行为。该服务允许患者随时看医生。从去年4月初开始,第一阶段将有10名医生组成的团队,24小时提供医疗建议。预计以500泰铢的价格运行大约需要15分钟。最初估计平均每天会有30-50名游客。 康民医院的远程医疗 康民医院是最早进入这个市场的私立医院之一。它从投资新加坡软件和应用程序开发商iDoctor Pte. Ltd.开始,开始制作应用程序。此应用程序的“Raksa-sick, talk to愈”现已在泰国开放服务。在 Dr. Raksa Co., Ltd. 的运作下,提供由专科医生团队提供的健康咨询服务。服务费分为2种,15分钟语音通话或视频通话300-500泰铢/次,聊天200泰铢/次。 吞武里医院的远程医疗 有计划引入远程医疗系统。该实验是在 Rangsit 和 Prachauthit 地区的 2 家社区医院进行的。建设中 如果成功的话,以后还会继续推广。远程医疗系统将节省流感患者等医疗专业人员的费用。通过这个系统接受治疗的人只需支付700泰铢的治疗费用,而去医院的情况下,费用约为3000泰铢。 [Total: 12 Average: 4.8]

4 ชนิด Telemedicine ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ในอนาคตการรักษาทางการ การแพทย์จะเป็นสิ่งที่ง่าย ประหยัดเวลาและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยและแพทย์ที่ไม่จำเป็นจะต้องอยู่แต่ภายในโรงพยาบาลอีกต่อไป การหาหมอผ่านจอ คอมพิวเตอร์ หรือ Telemedicine คือ การที่คนไข้ได้ปรึกษากับแพทย์ทั้งๆ ที่คนไข้อยู่บ้านและแพทย์เองอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง Telemedicine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่ 1. Teleradiology เป็น Telemedicine ที่นิยมนํามาใช้มากที่สุด โดยการส่งต่อ ภาพถ่ายทางรังสีหรือภาพเอกซเรย์แบบดิจิตอล จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อให้แปลผล วินิจฉัย และขอคำปรึกษา 2. Telepathology เป็น Telemedicine ในการส่งภาพชิ้นเนื้อจากกล้องจุลทรรศน์หรือส่งรายงานผลชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา เพื่อให้แปลผลวินิจฉัยหรือเพื่อขอปรึกษาความเห็นเพิ่มเติม 3. Teledermatology เป็น Telemedicine ในการส่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับโรคผิวหนังหรือ ความผิดปกติของผิวหนัง เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังได้ทําการแปลผล วินิจฉัย หรือ เพื่อขอปรึกษาเพิ่มเติม 4. Telepsychiatry เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร Telemedicine เพื่อการประเมินทางจิตเวช และการขอปรึกษาผ่านระบบวีดีโอและโทรศัพท์ [Total: 2 Average: 5]

Telemedicine จะมีผลอย่างไร ต่อ Medical tourism ของไทย

ปัจจุบัน นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) จากภาครัฐทำให้เราได้เห็นชาวต่างชาติหลากหลายสัญชาติเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยไทยมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ได้รับมาตรฐานสากลอย่างมาตรฐาน “คณะกรรมการร่วมรับรองมาตรฐานสถานพยาบาล (Joint Commission International-JCI)” มากถึง 64 แห่งในปีนี้ ซึ่งถือว่าสูงในลำดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ประเทศไทยก็ยังมีสินค้าและบริการที่ส่งเสริมสุขภาวะ (Wellness) มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนไทย สปา สินค้าสมุนไพรแปรรูป เป็นต้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสนใจเดินทางเข้ามาใช้บริการ ซึ่งก่อให้เกิดรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการรักษาพยาบาลก็ไม่เคยหยุดพัฒนาเพื่อให้คนทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น และลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากระยะทางที่ห่างไกลกันระหว่างผู้ป่วยและสถานพยาบาล จึงเป็นที่มาของระบบการรักษาทางไกล (Telemedicine) ที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยในสาขาที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตอนหน้าพบกับความก้าวหน้าของ Telemedicine ในเยอรมนีซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบที่มีพัฒนาการในเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน และโอกาสในการที่จะต่อยอดการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย thansettakij [Total: 0 Average: 0]

Telemedicine คือ

Telemedicine คือ การนําเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากร ทางการแพทย์สามารถพูดคุยตอบโต้กันได้แบบ Real-time เช่นเดียวกับการสื่อสารผ่านระบบ video conference ที่คู่สนทนาสามารถมองเห็นหน้าและสนทนากันได้ทั้ง 2 ฝ่าย

5 ประโยชน์ของ Telemedicine

การให้บริการ Telemedicine (โทรเวชกรรม) ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และตัวผู้ป่วยเอง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกําลังพัฒนา เรามาดู 5 ประโยชน์ของ Telemedicine กัน ความประหยัดและคุ้มค่า โทรเวชกรรมสามารถลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในการเดินทางไปรับการ รักษาจากแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิค หรือในการปรึกษากับแพทย์เฉพาะด้าน สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องพักในโรงพยาบาล หรืออาจพักในโรงพยาบาล ในระยะเวลาที่สั้ นลง เพราะว่าผู้ป่วยสามารถรับการวินิจฉัยและบําบัด รักษาได้จากทางไกล หรือเมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว แพทย์สามารถ ตรวจดูอาการได้จากที่พักของผู้ป่วย โดยไม่ต้องอยู่เพื่อดูอาการที่โรงพยาบาล ผู้ให้การบริการสามารถลดค่าใช้จ่ายได้โดยการรวมศูนย์ และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ผู้ชํานาญการ ห้องทดลอง อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์อื่น ๆ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีราคาค่อนข้างแพง ลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมบุคคลากรทางการแพทย์ ให้ทันสมัยเนื่อง จากแพทย์ผู้ฝึกสอนสามารถให้การฝึกสอนอบรมแก่บุคคลากรทางการ แพทย์ได้จากทางไกล รวมทั้งแพทย์สามารถเข้าสู่ฐานข้อมูลทางการ แพทย์ได้จากทุกที่ที่ การคมนาคมสื่อสารทางคอมพิวเตอร์ติดต่อได การฝึกอบรมและให้การศึกษา ทำให้เกิดการพัฒนาโดยรวมของการให้การบริการทางการแพทย์ โดยการรวมศูนย์ของทรัพยากรที่เกี่ยวของทางโทรเวชกรรม เกิดพัฒนาการของ แพทย์เฉพาะด้าน และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ จากการใช้ฐานข้อมูลทางการ แพทย์ระหว่างประเทศ จึงทําให้แพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องมีความทันสมัยใน ข้อมูลอยู่เสมอ สังคมเศรษฐกิจ สามารถให้การศึกษาทางด้านสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน ช่วยส่งเสริมให้บุคคลากรทางการแพทย์และบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง继续阅读“5 ประโยชน์ของ Telemedicine”

Telemedicine: ดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล

การดูแลผู้ป่วยวิกฤต  ระหว่างการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาล  เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำรถพยาบาล ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ถูกต้อง และรวดเร็ว  โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หลายแห่ง จึงได้นำเทคโนโลยี Telemedicine มาใช้เพื่อดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล เทคโนโลยี “การดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาลด้วยการควบคุมจากระยะไกล” หรือ Telemedicine คือ การนำเทคโนโลยี มาใช้บริหารจัดการระบบ เปลี่ยนรถพยาบาลธรรมดาให้เป็น “รถพยาบาลอัจฉริยะ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่บนรถพยาบาลและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย โดยรถพยาบาลอัจฉริยะ จะได้รับการติดตั้ง  เครื่องส่งสัญญาณต่างๆ เช่น ความดันโลหิต ค่าออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นหัวใจ   GPS ระบุตำแหน่งรถ และตำแหน่งผู้ป่วย   กล้อง CCTV ติดตามภาพการรักษา   เมื่อรถพยาบาลอัจฉริยะไปรับผู้ป่วยวิกฤต แพทย์ประจำศูนย์สั่งการ สามารถติดตามข้อมูลผู้ป่วยที่ถูกส่งเข้ามา ได้ แบบ Real time  ช่วยให้คำปรึกษา แนะนำวิธีการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีก่อนถึงโรงพยาบาล เสมือนมีแพทย์ฉุกเฉินเดินทางไปในรถด้วย  ประโยชน์ของการนำระบบ Telemedicine มาดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล ประโยชน์ของการนำระบบ“การดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาลด้วยการควบคุมจากระยะไกล”  หรือ Telemedicine มาใช้ มีดังนี้  เพิ่มขีดความสามารถของรถพยาบาลระดับสูงให้สามารถรองรับผู้ป่วยวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แพทย์ประจำศูนย์สั่งการของโรงพยาบาลได้รู้ข้อมูลผู้ป่วยแบบ Real time ทำให้มีการรักษาอย่างถูกจุด ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่เมื่อมาถึงโรงพยาบาล继续阅读“Telemedicine: ดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล”

Telemedicine: เร่งปฏิรูประบบสาธารณสุข

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีต รองประธาน กสทช. จากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล และปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ได้มอบหมายให้พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังควบตำแหน่งโฆษกของพรรคอีกด้วย ให้ช่วยงานผลักดันนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข คือ การปฏิรูประบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบโทรเวชกรรม หรือ Telemedicine มาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงาน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขถือว่า เป็นแหล่งรวบรวมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ไว้มากมาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เป็นผู้ช่วยชีวิตผู้คนและเป็นวีรบุรุษที่เสียสละ และต้องทำการตอบสนองผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา แต่ในปัจจุบันในประเทศไทยและในหลายๆประเทศทั่วโลก ล้วนประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยต่อแพทย์มากเกินไป ทำให้แพทย์มีเวลาในการดูแลผู้ป่วยไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาต้องใช้เวลารอคอยเป็นเวลานานหลายชั่วโมง และแพทย์เองก็อาจมีความเสี่ยงที่จะตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากความเหนื่อยล้า พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คน ต่อจำนวนประชากร 439 คน แต่ประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คน ต่อจำนวนประชากร 2,065继续阅读“Telemedicine: เร่งปฏิรูประบบสาธารณสุข”

Telemedicine: แพทยสภาเตรียมออกคู่มือชี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้ป่วย

แพทยสภาแจงระหว่างที่กำลังเตรียมออกคู่มือและแนวทางการให้คำปรึกษาทางไกล รวมถึงปรับปรุงกฏหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องการให้บริการโทรเวช (Telemedicine) ขอให้แพทย์ทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมโครงการให้คำปรึกษาทางไกลต่างๆ โปรดใช้วิจารณญาณด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้ประกาศถึงข้อควรระวังในการให้บริการโทรเวช (Telemedicine) โดยระบุว่า ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ตอบสนอง และโดนใจผู้ใช้งานอย่างมาก ทำให้มีผู้สนใจจำนวนมากหันมาเลือกพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อดำเนินการทางด้านการแพทย์ ในลักษณะของ โทรเวช หรือ Telemedicine ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งอาจจะช่วยลดปัญหาความหนาแน่นของจำนวนผู้ป่วยในแต่ละวันในสถานพยาบาลของรัฐ ไม่ว่าจะในเขตเมืองหรือต่างจังหวัด ลดเวลาในการเตรียมตัว เดินทาง และรอคอยในการใช้บริการสุขภาพแต่ละครั้ง แนวคิดในการให้บริการทั้งภาครัฐและเอกขน ในบริการโทรเวช จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในการที่แพทย์จะมีส่วนร่วมในฐานะผู้ให้บริการ ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย และแพทย์มีความรับผิดชอบเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับ ขณะเดียวกัน แพทย์ที่ดำเนินการทางเวชกรรมผ่านระบบโทรเวช ก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการที่มิได้ทำการตรวจผู้ป่วยหรือขอคำปรึกษาโดยตรง ทำให้มีข้อจำกัดของข้อมูลในการให้คำปรึกษาปัญหาในการให้บริการโทรเวชดังกล่าว ถือเป็นความท้าทายของทุกประเทศที่ใช้ระบบโทรเวช แพทยสภาได้เล็งเห็นถึงประโยชน์และประเด็นที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากต่อการเข้าใจผิดจากการสื่อสารที่มีข้อจำกัด ในการให้คำปรึกษาทางไกล จึงได้แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการใช้สื่อสารสนเทศทางการแพทย์ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้มีความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดกับแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้รับบริการหรือผู้ป่วย แต่เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องพิจารณาหลากหลาย และมีหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงานทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณาเพื่อความรอบคอบ ในระหว่างที่แพทยสภากำลังจัดทำคู่มือและแนวทางการให้คำปรึกษาทางไกล รวมถึงปรับปรุงกฏหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้แพทย์ทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมโครงการให้คำปรึกษาทางไกลต่างๆ โปรดใช้วิจารณญาณด้วยความรอบคอบ [Total: 0 Average: 0]

โรงพยาบาลกรุงเทพ: การนำ Telemedicine นวัตกรรมหุ่นยนต์มาใช้

การนำ Telemedicine นวัตกรรมหุ่นยนต์โทรเวชกรรม เข้ามาใช้ในโรงพยาบาลกรุงเทพว่า “โรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นโรงพยาบาลชั้นนำ ที่ให้บริการโดยอาศัยหลัก “Advanced and Caring” คือ ความก้าวหน้าในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสูงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กอปรกับความห่วงใยในการรักษาเพื่อดูแลผู้รับบริการดุจญาติมิตร เล็งเห็นว่าการเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงทีมีผลดีต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) ที่ต้องได้รับการรักษาหลังจากเกิดอาการภายใน 3 ชั่วโมง ROBODOCTOR คืออะไร จึงได้นำเทคโนโลยี ROBODOCTOR : Remote Presence System จากสหรัฐอเมริกา เข้ามาช่วยแพทย์ในการรักษาคนไข้ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทางการแพทย์และมีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายมลรัฐ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนนาดารวมทั้งเอเซียและยุโรปประเทศต่างๆ อาทิเช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน อังกฤษซึ่งจะทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าถึงการรักษาไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายได้ทันท่วงที และมั่นใจถึงความถูกต้อง และแม่นยำในการสื่อสารผ่านระบบ Remote Presence System และด้วยความห่วงใยในทุกรายละเอียดของการรักษาผู้ป่วยด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อันเป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการขยายบริการไปสู่ระดับนานาชาติ สอดรับกับนโยบายของประเทศที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบริการด้านสุขภาพในภูมิภาคนี้ รูปแบบเทคโนโลยี Telemedicine ที่นำมาใช้ เทคโนโลยีที่ทางโรงพยาบาล นำมาใช้เรียกว่า เทคโนโลยี Remote Presence System继续阅读“โรงพยาบาลกรุงเทพ: การนำ Telemedicine นวัตกรรมหุ่นยนต์มาใช้”