logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

7 วิธีเปลี่ยนสมองล้า คิดช้าเป็นสมองไบร์ คิดงานไว เพิ่มพลังบวก

Health Me Now / ระบบประสาทและสมอง  / 7 วิธีเปลี่ยนสมองล้า คิดช้าเป็นสมองไบร์ คิดงานไว เพิ่มพลังบวก
4 อาการเข้าข่าย ช็อกโกแลตซีสต์ รักษา สาเหตุ คือ

7 วิธีเปลี่ยนสมองล้า คิดช้าเป็นสมองไบร์ คิดงานไว เพิ่มพลังบวก

บอกได้เลยนะคะว่าสิ่งสำคัญที่พร้อมลุยไปกับเราทั้งชีวิต ขาดไม่ได้เลย คือ สมอง ของเรา

สมองดี ชีวิตดี ทำอะไรก็ง่ายสำเร็จไวค่ะ มาบำรุงสมองกันตั้งแต่ต้นปีกันค่ะ!!

อย่าให้การทำงานทั้งวัน คิดวางแผนงานตลอดทั้งวัน อดหลับอดนอน มาทำร้ายสมองของเราเลย

🔥เช็คตัวเองกันค่ะ !! เคยไหมที่ผ่านมาหรือตอนนี้
ที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกร่างกายอ่อนล้า สมองเบลอๆ มึนๆ งงๆ และไม่มีสมาธิเอาเสียเลย
สมองไม่แล่น สมองล้า ไม่สดชื่นในตอนเช้า นี่ไม่ใช่เรื่องขำๆ แต่เป็นอาการที่สมองมันฟ้องและต้องการความช่วยเหลือแล้ว !!

😇สมองคือกองบัญชาการที่สำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ควบคุมทุกระบบของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ การเคลื่อนไหว ความรู้สึก การเรียนรู้ ความคิด ความจำ และการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

ดั้งนั้นสมองต้องได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอนะคะ!

หากคุณต้องการเป็นคนที่ทำงานแล้วมีสุขภาพดี สมองแล่น ไอเดียบรรเจิด พร้อมลุยงานอย่างเต็มที่เพื่อมุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่วางไว้ในทุกงาน ทุกโปรเจค ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ

🔥วันนี้เรามี 7 วิธีเปลี่ยนสมองล้าของเรา ให้เป็นสมองไบร์ คิดงานไว เพิ่มพลังบวก ค่ะ

1.กินอาหารให้ครบทุกมื้อและมีประโยชน์

นอกจากร่างกายที่ต้องการอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว สมองก็เช่นกัน สมองควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอและสม่ำเสมอ ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และอาหารบำรุงสมองได้แก่ กล้วยน้ำว้า แป๊ะก๊วย วิตามินต่าง ๆฯลฯ ที่สำคัญอย่ากินเยอะจนอิ่มเกินไป ควรกินน้อย ๆ แต่กินถี่ ๆ กินให้ครบทุกมื้อ

2. เสียงหัวเราะทำให้สมองแจ่มใส

เสียงหัวเราะ และอารมณ์ที่แจ่มใสจำเป็นต่อทุกส่วนของร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่สมอง ขณะที่เราหัวเราะหรืออารมณ์ดี ทุกอย่างในร่างกายจะตอบสนองเชื่อมโยงกันทั้งหมด ทำให้สมองปลอดโปร่ง แจ่มใส ที่สำคัญไม่เครียดด้วย

3. คิดแง่บวกไว้ก่อนดีที่สุด

การเปลี่ยนความคิดที่เป็นเชิงลบให้กลายเป็นแง่บวกทำให้สมองและจิตใจทำงานได้ดีขึ้น เพราะคุณจะได้คิดและวิเคราะห์ถึงแง่มุมดี ๆ ของเรื่องเหล่านั้นมากขึ้น เช่น การตั้งเป้าหมายในการทำงาน หรือการทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้คุณต้องคิดในแง่บวกจึงจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้

4. ล้านักก็พักบ้าง

ไม่จำเป็นที่คนเราจะต้องใช้สมองคิดเรื่องโน้น เรื่องนี้ตลอดเวลา เราเองยังต้องการการพักผ่อน สมองก็ต้องการเช่นกัน ซึ่งการฟังเพลง หรือเล่นเกมติ๊งต๊องบ้างก็เป็นพักผ่อนสมองได้ดีวิธีหนึ่ง โดยมีผลการวิจัยออกมาแล้วว่าดนตรีมีส่วนสำคัญกับสมองโดยตรง การฟังเพลงสบาย ๆ ช่วยให้สมองได้ผ่อนคลายความตึงเครียดที่เหนื่อยล้าจนเกินไปได้

5. ห้ามอดนอนเด็ดขาด

อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง สดชื่น สดใสได้ตลอดทั้งวัน ที่สำคัญคุณควรวางแผนและจัดตารางเวลาให้เหมาะสม เพื่อจะได้มีสมาธิกับการทำงานที่รับผิดชอบและทำงานเสร็จได้ตรงตามที่กำหนด แถมยังมีเวลาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง วาดภาพ และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ชีวิตจะได้ยืดหยุ่นและช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น หรือลองทำอะไรนอกเหนือจากที่เคยทำในชีวิตประจำวันดูบ้าง

6. ออกกำลังกายเพิ่มพลังสมอง

ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน ๆ ละ 30 นาที จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น รวมทั้งยังช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในสมองและช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้สมองแล่นเท่านั้น หากแต่ยังช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าและระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้นอีกด้วย

7. ฝึกทำสมาธิ

เพราะการทำสมาธิทำให้ได้อยู่กับตัวเอง วางความคิดต่างๆลง กำหนดลมหายใจเข้าออก ผ่อนคลายมากขึ้น ไร้ซึ่งความกังวล กำจัดขยะในสมองที่ข้างอยู่ทิ้งไป ใจเย็นลง ปล่อยวางมากขึ้น แถมยังให้สมองมีสารสื่อประสาทที่ดี สมองได้พักผ่อนมากขึ้น คิดอะไรก็ไว สมองดีมากขึ้น ควรหาเวลานั่งสมาธิวันละอย่างน้อย 5-10 นาทีก่อนนอนหรือก่อนทำงานก็ดีค่ะ

[Total: 11 Average: 4.8]

No Comments

Leave a Reply