logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

การตรวจการได้ยินด้วยส้อมเสียง (Tuning fork tests)

Health Me Now / การตรวจวินิจฉัย  / การตรวจหน้าที่เฉพาะของอวัยวะต่างๆ / การตรวจการได้ยินด้วยส้อมเสียง (Tuning fork tests)

การตรวจการได้ยินด้วยส้อมเสียง (Tuning fork tests) คือ การตรวจ Weber test และ Rinne test โดยใช้ส้อมเสียง เป็นการทดสอบ เพื่อคัดกรองการสูญเสียการได้ยินและเป็นข้อมูลเบื้องต้น Weber test ทดสอบว่าการได้ยินจากการสั่นของส้อมเสียงจากด้านข้าง ส่วน Rinne test ใช้เปรียบเทียบการได้ ยินเสียงผ่านทางอากาศ
(air conduction) และการได้ยินผ่านกระดูก (bone conduction) ของหูทั้งสองข้าง

ผลการตรวจเชื่อถือได้มากที่สุด หากใช้ส้อมเสียงที่มีความถี่ต่ำผลจะไม่ชัดเจน  ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ จากผู้ตรวจ เช่น ความสามารถของผู้ตรวจในการสั่นส้อมเสียง ได้เท่ากันเหมือนเดิมในการตรวจแต่ละครั้ง และความสามารถของผู้ป่วยในการรายงาน ถึงเสียงที่ได้ยินได้ถูกต้องหรือไม่

ผลของ Weber test อาจจะชี้บอกข้อมูลผิด และ Rinne test บ่อยครั้งที่ไม่สามารถตรวจการสูญเสียการได้ยินในระดับน้อย ๆ ได้ (10 – 35 dB) ดังนั้นผลการตรวจ  ที่ผิดปกติจึงต้องการการยืนยันด้วยการตรวจการได้ยินจากเสียงที่แท้จริง

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อคัดกรองหรือเพื่อยืนยันการสูญเสียการได้ยิน
  2. เพื่อช่วยชี้ขาดการสูญเสียการได้ยินจากประสาทหูเสื่อม (sensorineural)

การเตรียมผู้ป่วย
1.บอกการตรวจให้ผู้ป่วยทราบและบอกว่าการตรวจนี้ช่วยประเมินการสูญเสียการได้ยิน และผู้ป่วยจะไม่เจ็บ
2.บอกผู้ป่วยว่าการมีสมาธิหรือการตั้งใจ และการแสดงปฏิกิริยาอย่างฉับพลัน จะมีประโยชน์ต่อการทดสอบ ให้ผู้ป่วยใช้มือให้สัญญาณ เพื่อบอกว่าได้ยินเสียง ดังจากหูข้างไหน หูซ้ายหรือหูขวา และเมื่อไม่ได้ยิน
3.บอกผู้ป่วยว่าถ้าการตรวจด้วยส้อมเสียงบอกผลได้ไม่ชัดเจน อาจจำเป็นต้องตรวจอย่างอื่นเพื่อยืนยันความผิดปกติ

การตรวจและการดูแลหลังตรวจ
1.ใช้ส้อมเสียงที่มีความถี่ 256 รอบต่อนาที หรือ 512 – Hz หรือมากกว่า
2.การตรวจ Weber test  โดยเคาะส้อมเสียงแล้ววางที่กลางหน้าผากหรือ กลางกระหม่อม แล้วถามผู้ป่วยว่าได้ยินจากหูข้างซ้ายหรือหูข้างขวา หรือได้ยินจากหูทั้ง 2 ข้าง เท่ากันหรือไม่ การแปลผล Weber test ว่าข้างซ้าย ข้างขวา หรือตรงกลางขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาของผู้ป่วย
3.การตรวจ  Rinne  test โดยทดสอบการได้ยินผ่านทางกระดูก (bone  conduction) เคาะส้อมเสียงแล้ววางบนกระดูกที่หลังหู (mastoid process) ส่วนการทดสอบการได้ยินเสียงผ่านทางอากาศ (air conduction) โดยนำส้อมเสียงมาวางที่หน้าหูให้ตรงกับรูหูของหูข้างเดียวกัน ผู้ตรวจถามผู้ป่วยว่าตำแหน่งไหนดังกว่า ทำเช่นนี้กับหูอีกข้างหนึ่ง บันทึกผลว่า Rinne – positive ถ้าเสียง air conduction ได้ยินดังกว่า หรือ Rinne – negative ถ้าเสียง bone conduction ได้ยินกว่า

ผลการตรวจที่เป็นปกติ
-การตรวจ Weber test ได้ยินจากหูทั้ง 2 ข้างเท่ากัน
-การตรวจ Rinne test การได้ยิน air conduction ดังกว่า bone Conduction

ผลการตรวจที่ผิดปกติ
          การตรวจ  Weber test ถ้าผู้ป่วยมีการนำเสียงเสื่อม   จะได้ยินเสียงไปด้านที่มีการได้ยินน้อยกว่า ถ้าผู้ป่วยมีประสาทรับเสียงเสื่อม จะได้ยินเสียงไปด้านที่มีการได้ยินดีกว่า
          การตรวจ  Rinne  test ถ้าการได้ยินทางกระดูก (bone conduction) ดังกว่าทางอากาศ (air conduction) อาจแปลว่า หูข้างนั้นมีการนำเสียงเสื่อมหรือมีความผิดปกติแบบผสม

[Total: 0 Average: 0]