logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

ประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ 2021 (Global Health Security Index : GHS) ไทยติดอันดับ 5 ของโลก

Health Me Now / ข่าวสุขภาพ  / ประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ 2021 (Global Health Security Index : GHS) ไทยติดอันดับ 5 ของโลก
health me now blog best website covid 19 time โรงพยาบาลที่ดีที่สุด

ประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ 2021 (Global Health Security Index : GHS) ไทยติดอันดับ 5 ของโลก

ไทยติดอันดับ 5 ของโลก ประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ Global Health Security Index : GHS ปี 2021 จาก 195 ประเทศ

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ (Global Health Security Index : GHS) อันดับที่ 5 ของโลก จากทั้งหมด 195 ประเทศ เป็นอันดับที่ 1 ของเอเซีย

Index ScoreRankChange from 2019
68.25/195-0.7

จากการประเมินความพร้อมของประเทศในการรับมือการแพร่ระบาดโรคติดต่อปี 2021 โดยมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ ( Johns Hopkins Center for Health Security) สหรัฐอเมริกา มีคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก อาทิ สถาบัน Nuclear Threat Initiative (NTI) ร่วมด้วย การประเมินประกอบด้วย 37 ตัวชี้วัด ครอบคลุมประเด็น อาทิ การป้องกันการแพร่ระบาด การตรวจหาเชื้อและติดตามดูแลผู้ป่วย การรับมือต่อการแพร่ระบาด ระบบสาธารณสุข การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล การจัดการกับความเสี่ยงด้านการเมือง/เศรษฐกิจ/สังคม เป็นต้น โดยประเทศที่อยู่ใน 10 อันดับแรก คือ

  1. สหรัฐอเมริกา
  2. ออสเตรเลีย
  3. ฟินแลนด์
  4. แคนาดา
  5. ไทย
  6. สโลวาเนีย
  7. สหราชอาณาจักร
  8. เยอรมนี
  9. เกาหลีใต้
  10. สวีเดน

ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ฝากขอบคุณ บุคลากรด่านหน้า ภาคส่วนต่างๆ และคนไทยที่ร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ทำให้ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมในเรื่องการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ในปี 2019 ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 6 ของโลก สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของนโยบายด้านสาธารณสุขและการจัดการกับการแพร่ของโรคระบาดที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับระดับสากล และเป็นอันดับต้นๆของโลก

RankCountryIndex ScoreChange from 2019RegionPopulationIncome
1United States75.9-0.3Northern America100m+High
2Australia71.1-2.1Oceania10-50mHigh
3Finland70.9-1.1Europe1-10mHigh
4Canada69.8+2.2Northern America10-50mHigh
5Thailand68.2-0.7Southeastern Asia50-100mUpper middle
6Slovenia67.8-0.8Europe1-10mHigh
7United Kingdom67.2-1.1Europe50-100mHigh
8Germany65.5-0.2Europe50-100mHigh
9South Korea65.4-0.5Eastern Asia50-100mHigh
10Sweden64.9-1.5Europe1-10mHigh

ปัจจุบันภาพรวมสถานการณ์โควิด – 19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลดลง แต่นายกรัฐมนตรียังเน้นการเฝ้าระวังโดยตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ตามกลุ่มเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศทุกราย สุ่มตรวจผู้ติดเชื้อในลักษณะ Cluster รวมทั้งส่งตัวอย่างผู้ป่วยที่อาการต้องสงสัย เพื่อตรวจหาสายพันธุ์ Omicron ทันทีด้วย เพื่อควบคุมไวรัสให้อยู่ในวงจำกัด ขณะเดียวกัน ยังกำชับเรื่องการสวมหน้ากากของชาวต่างชาติ ทั้งกรณี Test & Go และ Sandboxด้วย

ที่มา: https://www.ghsindex.org/

ดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพโลก คืออะไร

ดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพโลก (อังกฤษ: Global Health Security Index ตัวย่อ GHSI) เป็นการประเมินความมั่นคงทางสุขภาพ/อนามัยของประเทศ 195 ประเทศ ที่ศูนย์ความมั่นคงสุขภาพจอนส์ฮอปกินส์ (มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์), Nuclear Threat Initiative (NTI) และ Economist Intelligence Unit (ซึ่งเป็นส่วนของบริษัทอังกฤษคือ The Economist Group) เป็นผู้จัดทำ

ประวัติ ดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพโลก (Global Health Security Index: GHSI)

ดัชนี้นี้ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี 2019 และได้กล่าวไว้อย่างหนึ่งว่า “ไม่มีประเทศใดที่เตรียมพร้อมอย่างสมบูรณ์เพื่อรับโรคระบาดหรือโรคระบาดทั่ว และประเทศทุกประเทศมีจุดอ่อนที่จะต้องแก้ไข” ประเทศที่อยู่ในหมู่ “เตรียมพร้อมสุด” ตามลำดับคือ สหรัฐ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา ไทย สวีเดน เดนมาร์ก เกาหลีใต้ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส สโลวีเนีย และสวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอยู่ในอันดับแรกโดยมีค่าดัชนี 83.5 จาก 100 และไทยอยู่ในอันดับที่ 6 โดยมีค่าดัชนี 73.2 ประเทศที่อยู่ในหมู่ “เตรียมพร้อมน้อยสุด” โดยมากเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตกและกลาง

ดัชนีนี้กลายเป็นเรื่องดังในช่วงการระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2562-2563 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ประธานาธิบดีสหรัฐดอนัลด์ ทรัมป์ได้ใช้แผนที่ดัชนีนี้เป็นข้ออ้างว่า สหรัฐเป็นประเทศซึ่งเตรียมพร้อมที่สุดในโลกเพื่อรับมือกับโรคระบาดทั่ว แต่ที่ปรึกษาของโปรเจ็กต์นี้ได้ให้สัมภาษณ์ตอบว่า จริงอยู่ว่า สหรัฐจัดอยู่ในลำดับสูงสุดในดัชนี แต่ก็ยังมีข้อที่ควรปรับปรุงแก้ไข[4] วันที่ 26 มีนาคม 2020 บทความในวารสารแพทย์เดอะแลนซิตชื่อเรื่องว่า “โควิด-19 บ่งความเชี่ยวชาญทางสุขภาพโลกว่าเป็นเรื่องเท็จ (COVID-19 gives the lie to global health expertise)” ได้โจมตีรายงานนี้ว่า ในเหตุการณ์โรคระบาดทั่ว ประเทศที่จัดลำดับว่าเตรียมพร้อมสุด เช่นสหรัฐและสหราชอาณาจักร กลับแย่กว่าประเทศในเอเชียและแอฟริกาซึ่งจัดลำดับว่าต่ำกว่า[5] วันที่ 27 เมษายน 2020 กลุ่มดัชนีจึงได้ตอบว่า ลำดับของสหรัฐในดัชนีไม่สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศเพื่อตอบสนองต่อการระบาดของโรคติดต่อซึ่งอาจก่อความหายนะ คือ

…คะแนนและลำดับของประเทศไม่ได้แสดงว่า ประเทศมีความพร้อมเพียงพอเพื่อตอบสนองต่อการระบาดของโรคติดต่อที่อาจก่อความหายนะ จุดอ่อนของความเตรียมพร้อมที่สำคัญก็ยังมี และจุดอ่อนเหล่านั้นบางอย่างก็กำลังแฉปรากฏในวิกฤติการณ์นี้ การตอบสนองของสหรัฐต่อการระบาดของโควิด-19 จนถึงปัจจุบันแสดงว่า สมรรถภาพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอถ้าไม่งัดสมรรถภาพนั้นออกมาใช้อย่างเต็มที่ ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งจำเป็นต้องมีเพื่อรับใช้ประชากรทุกหมู่เหล่า และความเป็นผู้นำทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพและที่สร้างความเชื่อมั่นในการตอบสนองของรัฐก็สำคัญมาก

The U.S. and COVID-19: Leading the World by GHS Index Score, not by Response (2020-04-27)

ในวันที่ 28 เมษายนต่อมา แพทย์สำนักงานของกระทรวงบริการทางสุขภาพและสังคมแห่งสหราชอาณาจักรจึงตีพิมพ์คำตอบสนองในเดอะบีเอ็มเจวิจารณ์ความสมเหตุสมผลของตัวชี้บอกต่าง ๆ ที่มีผลต่อค่าดัชนี แล้วตั้งความสงสัยว่า ดัชนีมีประโยชน์อะไรต่อการประเมินสุขภาพโลก และแนะนำให้ไม่ใช้ดัชนี

วิธีการจัดอันดับ ดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพโลก (Global Health Security Index: GHSI)

รายงานอาศัยแบบสอบถามมีคำถาม 140 คำถาม จัดเป็น 6 หมู่ มีตัวบ่งชี้ 34 ตัว และตัวบ่งชี้ย่อย 85 ตัว หมวดหมู่ทั้ง 6 หมู่รวม

  • การป้องกัน – การป้องกันการเกิดหรือการหลุดออกของจุลชีพก่อโรค
  • การตรวจจับและรายงาน – การตรวจจับโรคระบาดที่อาจเป็นปัญหาต่อนานาชาติแล้วรายงานตั้งแต่เนิ่น ๆ
  • การตอบสนองอย่างรวดเร็ว คือตอบสนองและบรรเทาการระบาดของโรคได้อย่างเร็ว
  • ระบบสาธารณสุข คือมีระบบสาธารณสุขที่เพียงพอและแข็งแกร่งเพื่อรักษาคนไข้และป้องกันแพทย์พยาบาล
  • การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล คือมุ่งมั่นในการปรับปรุงสมรรถภาพของชาติ การวางแผนงบประมาณเพื่อแก้จุดอ่อน และการปฏิบัติตามมาตรฐานโลก
  • ความเสี่ยง คือความเสี่ยงและความอ่อนแอของประเทศต่ออันตรายทางชีวภาพ

ดัชนี้นี้อาศัยข้อมูลแบบเปิดล้วน ๆ นักวิจัยทำงานร่วมกับคณะปรึกษาของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ 21 คนจากประเทศ 13 ประเทศ

ทำไมไทยถึงอยู่ในอันดับที่ดีของ ดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพโลก (Global Health Security Index: GHSI)

ในดัชนีนี้ประเทศไทยจัดในอยู่กลุ่มประเทศ “เตรียมพร้อมสุด” เป็นอันดับที่ 5 มีค่าดัชนี 68.2 ในปี 2021 (อันดับที่ 6 มีค่าดัชนี 73.2 ในปี 2019) ได้รับยกย่องเป็นตัวอย่างว่า เป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรายได้สูงแต่อยู่ในกลุ่มเตรียมพร้อมสุด ดัชนียกการระงับการระบาดของโรคเมอร์สปี 2015 ของประเทศว่าเป็นตัวชี้การสร้างสมรรถภาพความมั่นคงทางสุขภาพและการมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง ดัชนียกเหตุผลต่อไปนี้ที่ทำให้ไทยได้ค่าสูงในดัชนี รวมทั้ง

  • มีสมรรถภาพทางสาธารณสุขที่ดี คือประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้โดยจัดเป็นอันดับสองในบรรดาประเทศทั้งหมดที่สำรวจ
  • มีระบบเฝ้าสังเกตและติดตามโรคติดเชื้อเช่นเมอร์สได้ดี
  • เป็นประเทศหนึ่งในเพียง 5 ประเทศที่รัฐให้ความสำคัญแก่การรักษาพยาบาลเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุขผู้เกิดป่วยเมื่อทำหน้าที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุข
  • มีการฝึกการศึกษาเกี่ยวกับวิทยาการระบาดที่ดี
  • มีระบบห้องปฏิบัติการประจำชาติที่ดี
  • มีระบบสอดส่องรายงานโรคระบาดทางอิเล็กทรอนิกที่ดี
  • มีการป้องกันโรคติดต่อและการตอบสนองต่อโรคติดต่อที่ดี

ดัชนีสรุปในหน้าที่ยกประเทศไทยเป็นตัวอย่างว่า “ดัชนี GHS แสดงว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำนานาชาติในเรื่องความมั่นคงทางสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย”

ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 13 ประเทศที่มีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดมากที่สุด นิตยสาร CEOWorld Magazine ประจำปี 2021 (Health Care Index) จัดไทยอยู่อันดับที่ 13 จาก 89 ประเทศทั่วโลก หรือเป็นอันดับที่ 4 ของทวีปเอเชีย (รองจาก เกาหลีใต้ ไต้หวันและญี่ปุ่น ตามลำดับ) และเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน ด้วยคะแนน 59.52 ทั้งนี้ ไทยมีความโดดเด่นที่สุดในเรื่อง ความพร้อมของยาที่จะให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบบริการสุขภาพ มีปัจจัยที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์หลักๆ 5 ปัจจัย ดังต่อไปนี้ ได้แก่ 1)โครงสร้างพื้นฐานของระบบบริการสุขภาพ (Infrastructure) ได้รับ 98.7 คะแนน 2) บุคลากรทางการแพทย์ (แพทย์, พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุข หรือ Professionals) ได้รับ 29.05 คะแนน 3) ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อปี (Cost) ได้รับ 94.99 คะแนน 4) ความพร้อมของยาที่ให้บริการ (Medicine Availability) ได้รับ 98.74 คะแนน และ 5)ความพร้อมของรัฐบาล (Government Readiness) ได้รับ 96.1 คะแนน

[Total: 1 Average: 2]

No Comments

Leave a Reply