COVID-19: EU เตรียมรับมือกับการระบาดของ Omicron อย่างไร

แม้ว่าคำถามมากมายเกี่ยวกับไวรัสตัวกลายพันธุ์ใหม่ยังไม่ชัดเจน แต่ทางเบอร์ลินและบรัสเซลส์พยายามที่จะเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตนในอดีต และรอบนี้ต้องการจะเตรียมอาวุธรับมือให้ตัวเองรอบนี้ได้อย่างทันท่วงที โดยคราวนี้การฉีดวัคซีนควรจะดำเนินไปได้เร็วกว่าเดิม​ ถึงแม้ว่า จะยังมีเครื่องหมายคำถามมากมายเกี่ยวกับ Omicron ที่ยังไม่มีคำตอบ อย่างไรก็ตามที่ชัดเจนแล้ว ก็คือ ไวรัสตัวนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ในแอฟริกาใต้ซึ่งตรวจพบการกลายพันธุ์ครั้งแรก ไวรัสตัวนี้ได้เข้ามาครอบงำกระบวนการติดเชื้อไปแล้ว แม้ว่าในเยอรมนี จะยังคงมีการยืนยันเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นจนถึงปัจจุบัน แต่นักไวรัสวิทยาชั้นนำระดับโลกเช่น Christian Drosten คาดว่า สัดส่วนของไวรัสตัวนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศนี้เช่นกัน โดยให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ NDR-Info ไว้ว่า "ผมคิดว่าเราจะมีปัญหากับ Omicron ในเยอรมนีตั้งแต่เดือนมกราคม" ถ้า Omicron "เข้าควบคุม" คลื่นของการติดเชื้อก็ไม่ต้องหวังอีกต่อไปว่า การระบาดใหญ่จะจบลงภายในเทศกาลอีสเตอร์ปีหน้านี้​​​ดังนั้นนักการเมืองต่างๆจึงพยายามที่จะหาอาวุธอย่างดีที่สุดที่จะต่อต้านการแพร่กระจายของไวรัสใหม่ตัวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ของเยอรมัน ​ Karl Lauterbach (SPD) ได้ให้คำมั่นว่า จะกำจัดไวรัสดังกล่าว หรืออย่างน้อยก็จะต้องรีบเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมกับการต่อสู้แทนที่จะวิ่งตามเหตุการณ์เสมอ ที่สำคัญที่สุด การเตรียมพร้อมหมายถึงการมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ​​​ โชคดี ก็คือ การพัฒนาวัคซีนป้องกัน Omicron ณ ปัจจุบันดูเหมือนจะไม่ซับซ้อนอีกต่อไปสำหรับนักวิจัย ทั้ง Biontech และ Moderna กำลังอยู่ในขั้นตอนของการ "สร้าง" โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับไวรัสตัวนี้ขึ้นใหม่ โดยวงในอุตสาหกรรมนี้มีความเห็นว่า "อุปสรรคนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถแก้ได้Lanjutkan membaca "COVID-19: EU เตรียมรับมือกับการระบาดของ Omicron อย่างไร"

COVID-19: WHO แนะนำวัคซีนไขว้ อิงผลวิจัยทั่วโลกรวมไทย หมอยงชี้นานาประเทศต้องปรับให้เหมาะสม

คำแนะนำสำหรับกำหนดการวัคซีน COVID-19 ที่ต่างชนิดกัน รวมรายงานจากทีมวิจัยไทย ทำการศึกษาการใช้วัคซีนโควิดต่างชนิดกัน ในกรอบการใช้วัคซีน 3 ประเภท ที่ WHO อนุมัติ คือ วัคซีนเชื้อตาย วัคซีนเวคเตอร์ และวัคซีน mRNA  16 ธันวาคม 2564 องค์การอนามัยโลก WHO เผยแพร่เอกสาร 18 หน้า  "Interim recommendations for heterologous COVID-19 vaccine schedules" หรือเรียกง่ายๆ ว่า "คำแนะนำสำหรับกำหนดการวัคซีน COVID-19 ที่ต่างชนิดกัน"  รายงานได้สรุปจากงานวิจัยจากประเทศต่างๆ ได้แก่ เดนมาร์ค แคนาดา สวีเดน นอร์เวย์ สเปน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ บาห์เรน ชิลี อินเดีย ไทย ตุรกี จีน สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนีLanjutkan membaca "COVID-19: WHO แนะนำวัคซีนไขว้ อิงผลวิจัยทั่วโลกรวมไทย หมอยงชี้นานาประเทศต้องปรับให้เหมาะสม"

COVID-19: โรงพยาบาลขอนแก่นราม มีวัคซีนโมเดอร์นา พร้อมฉีดได้ทันที ตั้งแต่ 20 ธันวาคม 64 เป็นต้นไป

สำหรับท่านที่ประสงค์ จะรับวัคซีน Moderna แบบไม่ต้องรอนาน **พร้อมระบบการจัดการที่ดี ก่อนฉีด**แจ้งความประสงค์ตอนนี้"พร้อมฉีดได้เลยทันทีในวันจันทร์ที่20ธันวาคม 2564 เวลา 8.30น. เป็นต้นไป" สามารถติดต่อสอบถามและจองคิว ที่ เบอร์ 061-0270777 หรือ inbox เข้ามาในfacebookรพหรือ line official รพ ที่ id: @kkram⚡ด่วน รับจำนวนจำกัด ราคา 1,650.- บาท / 1 เข็ม / ท่าน3,300.- บาท / 2 เข็ม / ท่าน *ราคารวมค่าบริการ ค่าสังเกตอาการ และประกันแล้ว

COVID-19: “โอไมครอน” ท่าอิฐ นนทบุรีตรวจเจอ 6 ราย กลับจากแสวงบุญที่เมกกะ

อบต.ท่าอิฐแจ้งเจอผู้ติดเชื้อ "โอไมครอน" เพิ่มอีก 6 ราย กลับมาจากแสวงบุญที่นครเมกกะ เร่งสอบสวนโรคเพิ่มเติมก่อนระบาดเป็นวงกว้าง นายปรีดา เชื้อผู้ดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิฐ  ได้แจ้งว่า ที่ผ่านมามีลูกบ้านที่ไปแสวงบุญนครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย พร้อมทั้งมีการตรวจหาเชื่อโควิด-19 และพบว่ามีการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" จำนวน 6 คน  อย่างไรก็ตาม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ได้ประสานกรมควบคุมโรค ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ พบว่า มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดจาก ซาอุดิอาระเบียจริง จำนวน 6 คน จากจำนวนคนท่าอิฐ 14 คน โดยผู้ป่วยกักตัวที่ SQ ทั้งหมด ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ไม่พบเชื้อให้กลับมาบ้าน ได้ให้ติดตามผู้สัมผัสทั้งหมดมากักตัว สำหรับคณะที่เดินทางแสวงบุญจากประเทศซาอุดิอาราเบีย ประมาณ 30 ราย มาถึงสนามบิน วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2564 เวลา 12.45 น. ทั้งคณะเข้าพัก ที่ Zayn Hotel Bangkok ศรีนครินทร์ 1 คืนเพื่อตรวจหาเชื้อLanjutkan membaca "COVID-19: “โอไมครอน” ท่าอิฐ นนทบุรีตรวจเจอ 6 ราย กลับจากแสวงบุญที่เมกกะ"

โรงพยาบาลอัจฉริยะ: 4 ปัจจัยหลักที่ควรพัฒนา เพื่อยกระดับ Smart Healthcare ในประเทศไทย

Smart Healthcare คือ ระบบการดูแลสุขภาพอัจฉริยะที่มีการนำเอาเทคโนโลยี Iot (Internet of Things) เข้ามาใช้ โดยจะมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันโดยที่มีการควบคุมสั่งการโดยมนุษย์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น และเชื่อมโยงผู้คน อุปกรณ์ และสถาบันด้านการดูแลสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพและสนองตอบต่อความต้องการทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถ้าหากมองให้ลึกจะพบว่า Smart Healthcare นั้นจะไม่ใช่เพียงแค่ระบบการดูแลสุขภาพด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะเท่านั้น แต่จะต้องเป็นการเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์แบบยุคดิจิตอล ด้วยระบบ Iot และการบริการด้านสุขภาพบนคลาวด์ ซึ่งสิ่งที่ควรจะได้รับการยกระดับด้าน Smart Healthcare ในประเทศไทย มี 4 ปัจจัยดังนี้ 1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับระบบการทำงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับงาน ถือเป็นด่านแรกที่จะต้องพบเจอ เพราะระบบการแพทย์และพยาบาลนั้นถือเป็นระบบที่มีมาตรฐานแบบเดิม ที่ถูกวางเอาไว้อย่างสมบูรณ์ และปฏิบัติยึดถือกันมาจนเป็นระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน ซึ่งการที่จะปรับเปลี่ยนระบบใหม่เข้าไปนั้นมักจะเกิดปัญหา โดยเฉพาะในด้านของการจัดเก็บข้อมูลและในส่วนของทางการแพทย์ก็ไม่สามารถที่จะนำเอาข้อมูลเหล่านั้นออกมาวิเคราะห์ได้ดั่งเช่นในระบบเดิมที่ทุก ๆ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างคุ้นเคย ซึ่งแพทย์เองจะโฟกัสในเรื่องของการรักษาคนไข้เป็นหลัก และถือเป็นภาระงานที่สำคัญที่สุด ดังนั้นในส่วนของเทคโนโลยีจะต้องแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถที่จะช่วยส่งเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และต้องแสดงให้เป็นประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม 2. การรักษาแบบ Smart Healrhcare Smart Healthcare ในประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นไปในลักษณะของการติดตามและเฝ้าระวังผู้ป่วยเท่านั้น แต่สำหรับแนวทางการรักษาแบบ SmartLanjutkan membaca "โรงพยาบาลอัจฉริยะ: 4 ปัจจัยหลักที่ควรพัฒนา เพื่อยกระดับ Smart Healthcare ในประเทศไทย"

โรงพยาบาลอัจฉริยะ: เปิด “ศิริราช” นำร่องด้วยเทคโนโลยี 5G แห่งแรกในไทย

ศิริราช จับมือกับกสทช. หัวเว่ย และพันธมิตร เปิด "ศิริราชต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลกด้วยเทคโนโลยี 5G" แห่งแรกในไทย ด้าน นายกฯ ย้ำไทยขับเคลื่อนพัฒนาประเทศในทุกมิติด้วยเทคโนโลยีและดิจิตอล ฝากคนไทยเรียนรู้การป้องกันโรคมากกว่ารอรักษา วันนี้ (16 ธ.ค.2564)คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดพิธีเปิดโครงการ “ศิริราชต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลกด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G” โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ฯ พร้อมกล่าวนโยบายขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยี 5G ว่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่รพ.ศิริราช ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งวันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวหน้าไปอีกขั้น ในการเปิดโรงพยาบาลต้นแบบ โรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี 5G และปัญญาประดิษฐ์ “ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า เทคโนโลยีมีความจำเป็นอย่างมากในการพัฒนาประเทศ ทั้งการผลิต การตลาด การแพทย์ การสาธารณสุข การศึกษา และอื่นๆ รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้ก้าวทันกระแสโลก โดยมีนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ดิจิตอล ไทยแลนด์Lanjutkan membaca "โรงพยาบาลอัจฉริยะ: เปิด “ศิริราช” นำร่องด้วยเทคโนโลยี 5G แห่งแรกในไทย"

โรงเรียนทางการแพทย์ที่ดีที่สุดในจีน

ปักกิ่ง, 25 ส.ค. (ซินหัว) — สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จีนเปิดเผยอันดับรายชื่อโรงพยาบาลในประเทศกว่า 1,600 แห่งและวิทยาลัยการแพทย์กว่า 100 แห่ง ประจำปี 2019 โดยพิจารณาจากความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขององค์กร วิทยาลัยการแพทย์สามอันดับแรก ได้แก่ วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง คณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง เกณฑ์การประเมินวิทยาลัยการแพทย์นั้นมุ่งเน้นไปที่จุดแข็งด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมของพวกเขา มากกว่าจะพึ่งพางานวิจัยตีพิมพ์เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ การประพฤติมิชอบทางการวิจัยก็มีส่วนสำคัญในการประเมินผลเช่นกัน

กินหมูดิบ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

บางคนเข้าใจผิด คิดว่าบีบมะนาวหรือกรึ๊บเหล้าจะทำให้โรคเชื้อตาย มันไม่ตายนะครับ ส่วนใหญ่ชอบหามกันไปโรงพยาบาลหลังจากไปกินหมูดิบๆเป็นหมู่คณะ พูดง่ายๆก็คือตั้งวงนะแหละ มีกับแกล้มเป็น หมูดิบ ทำลาบ ทำหลู้กินกัน เจ็บป่วยกันไปตามๆกัน 3 โรคที่เจอบ่อยๆตามนี้เลย โรคไข้หูดับ เพราะหมูพวกนี้มันติดเชื้อที่ชื่อว่า เสตร็ปโตคอคคัส ซูอิส (S. suis) พูดแบบfloor houseก็คือหมูมันป่วยอยู่ ถ้าเราไปสัมผัสหมู หรือกินหมูแบบดิบๆ เราก็จะติดโรคมา อาการจะเริ่มจากไข้สูง เวียนหัว คอแข็ง (บางคนบอกว่าดี จะได้กินเหล้าไม่เมา) ไม่ใช่คอแข็งแบบน้านนน 5555555 บ้างก็อาเจียน และหูดับ พูดง่ายๆก็คือว่าที่หนวกถาวรครับโรคพยาธิตืดหมู(Taeniasis) หรือเป็นซีสต์ขึ้นสมองไปเลย อันนี้สังเกตไม่ยาก เราจะมองเห็นเป็นเหมือนเม็ดสาคูแทรกอยู่ตามเนื้อหมู ถ้าเราเผลอไปกินเม็ดสาคูนี้ ซึ่งในนั้นจะมีตัวอ่อนพยาธิอยู่มันจะไปโตในลำไส้เรา แต่ถ้าเราเผลอไปกินไข่พยาธิ พยาธิมันจะฟักไข่เป็นตัวแล้วไปแทรกตามกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเราได้เลยครับโรคพยาธิทริคิโนซิส (Trichinosis) ที่เจอพยาธิแทรกตามกล้ามเนื้อผู้ป่วยหลังจากกินหมูดิบนั่นแหละครับ สัปดาห์แรกจะท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน สัปดาห์ต่อมาจะเริ่มปวดตามกล้ามเนื้อ เพราะพยาธิมันไชไปเรื่อยยังไงล่ะครับ กินยาถ่ายพยาธิก็ไม่ได้

โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา: ยูซีแอลเอ’ติดอันดับห้า

ยูซีแอลเอ เมดิเคิล เซ็นเตอร์ ติดอันดับห้าโรงพยาบาลดีที่สุดของอเมริกา จากการจัดอันดับของ ยูเอส แอนด์เวิร์ลรีพอร์ท ตกจากอันดับสามของปีที่แล้ว แอลเอไทมส์ เสนอข่าวเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2016 ถึงผลการจัดอันดับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของอเมริกา โดยองค์กร ยูเอส นิว แอนด์ เวิร์ล รีพอร์ท ประจำปี 2016 ที่เลือกให้โรงพยาบาล ยูซีแอลเอ เมดิเคิล เซ็นเตอร์ ในลอส แอนเจลิส ทั้งที่เวสท์วูด และที่ซานตามอนิก้า ได้รับเลือกให้ติดอันดับห้า ซึ่งถือว่าลดลงจากปีที่แล้ว ที่โรงพยาบาลของของมหาวิทยาลัย ยูซีแอลเอ อยู่ในอันดับสามโรงพยาบาลที่ถูกจัดให้อยู่อันดับหนึ่งในปีนี้คือ เมโยคลินิค (the Mayo Clinic) ในโรเชสเตอร์ มินนิโซต้า ตามมาด้วย คลีฟแลนด์ คลินิค, แมสซาชูเส็ทท์ เจนเนอรัล ฮอสปิตัล และจอห์น ฮอพกินส์ ฮิสปิตอล ในเมืองบัลติมอร์ข่าวบอกว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวมาจากการพิจารณาความสามารถของโรงพยาบาลเกือบ 5,000 แห่งทั่วอเมริกาในการดูแลผู้ป่วยที่ในหกสาขาของแพทย์เฉพาะทาง (sixLanjutkan membaca "โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา: ยูซีแอลเอ’ติดอันดับห้า"

โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ทั่วโลก ระบบการรักษาพยาบาลของสหรัฐฯ เป็นที่รู้จักจากสองสิ่ง: การรักษาพยาบาลระดับเฟิร์สคลาสที่โรงพยาบาลของประเทศ และระบบประกันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้การรักษาพยาบาลเกิดความสับสนและอาจมีราคาแพงมากสำหรับผู้มาเยือนและชาวต่างชาติ . ไม่ว่าจะเผชิญเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์หรือการเลือกรับการรักษา ชาวต่างชาติและผู้มาเยือนสามารถคาดหวังการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา แต่คุณควรตระหนักถึงค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดของการรักษาสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มีประกันสุขภาพ แตกต่างจากประเทศส่วนใหญ่ที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ของสถานพยาบาลทั้งที่ได้รับทุนจากภาครัฐและเอกชน คลินิกและ  โรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกา  เกือบทั้งหมดดำเนินการโดยเอกชน ประเทศนี้มีโรงพยาบาลจำนวนมากที่น่าประทับใจ โดยมีสถานบริการมากกว่า 5,700 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเมือง: โรงพยาบาลประมาณ 3,000 แห่งของสหรัฐฯ อยู่ในเขตเมืองใหญ่ โดยมีเพียง 2,500 แห่งที่ให้บริการในพื้นที่ชนบทอันกว้างใหญ่ของประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการดูแลเฉพาะทางในเชิงลึกสำหรับโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง มักจะกระจุกตัวอยู่ในเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมืองจำนวนหนึ่ง แต่การดูแลฉุกเฉินก็ใช้ได้อย่างกว้างขวางแม้ในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบางที่สุดของประเทศใหญ่นี้ โรงพยาบาลของรัฐที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา โรงพยาบาลของรัฐมีอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในเขตเมือง เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ สถานพยาบาลของรัฐในสหรัฐฯ มักจะมีผู้คนหนาแน่นกว่าโรงพยาบาลเอกชน ทำให้ต้องรอนานขึ้น แม้แต่โรงพยาบาลของรัฐในสหรัฐอเมริกาก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง อย่างไรก็ตาม สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้มักไม่ค่อยต้องการให้ชาวต่างชาติหรือผู้มาเยือนที่ไม่มีประกันเพียงพอจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลคุณภาพสูงและมีจำหน่ายทั่วไปในโรงพยาบาลในสหรัฐฯ ในราคา สำหรับข้อมูลอ้างอิง พลเมืองสหรัฐฯ ใช้จ่ายเงินเพื่อการรักษาพยาบาลมากกว่าประเทศที่อยู่สูงเป็นอันดับถัดไปถึง 5 เท่า และนั่นคือการประกัน สหรัฐอเมริกามีความโดดเด่นในเรื่องที่ไม่ต้องการให้ชาวต่างชาติหรือผู้มาเยือนต้องรักษาแผนประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากค่าห้องฉุกเฉินสามารถเป็นเงินหลายพันดอลลาร์ (หรือมากกว่า) ได้อย่างง่ายดายสำหรับการไปเยี่ยมตามปกติ การทำประกันสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้มาเยือนสหรัฐอเมริกาในระยะสั้นและระยะยาว โปรดทราบว่าหากคุณไม่มีประกันสุขภาพและไม่สามารถแสดงความสามารถในการชำระเงินก่อนเข้ารับการรักษาได้ โรงพยาบาลในสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาพยาบาลเกินความจำเป็นขั้นต่ำสำหรับกรณีฉุกเฉิน หากคุณต้องเผชิญกับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ใดก็ได้ในประเทศ การขอรับความช่วยเหลือทำได้ง่ายๆ เพียงโทร 911 บริการรถพยาบาลเป็นกิจการส่วนตัวและมักจะเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่บริการมักจะรวดเร็วสม่ำเสมอและโดยทั่วไปรถพยาบาลจะได้รับการดูแลอย่างดี ด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็น โรงพยาบาลที่แนะนำในสหรัฐอเมริกาสำหรับชาวต่างชาติและผู้มาเยี่ยมเยียน ArnoldLanjutkan membaca "โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา"

ระบบการดูแลสุขภาพในสหรัฐอเมริกา

สถานพยาบาลในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่เป็นของเอกชน การประกันสุขภาพในสหรัฐอเมริกาเป็นหลักโดยผ่านนายจ้าง อิสระผ่านการซื้อของส่วนตัว หรือผ่านโครงการของรัฐบาล บริการดูแลสุขภาพที่มีต้นทุนต่ำและไม่เสียค่าใช้จ่ายบางอย่างมีอยู่ผ่านองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร องค์กรการกุศล และโครงการที่ได้รับทุนสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนจากต่างประเทศควรทำประกันเสมอเมื่อมาเยือนสหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายในการรักษาเหตุฉุกเฉินที่ร้ายแรงอาจสูงอย่างร้ายแรง ค่าใช้จ่ายในการรับบริการทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกานั้นสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ซึ่งสมเหตุสมผลที่จะทำประกันเมื่อมาเยือนประเทศ สหรัฐอเมริกาเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยที่ดีที่สุดในโลก โรงพยาบาลรักษาด้านบนของพวกเขารวมถึงเมโยคลินิก , คลีฟแลนด์คลินิก , โรงพยาบาลจอห์นส์ฮอปกินส์ , ศูนย์การแพทย์ยูซีแอลและแมสซาชูเซตโรงพยาบาลทั่วไป สหรัฐอเมริกายังมีโรงพยาบาลที่มีอันดับสูงที่สุดในโลกในด้านการรักษาโรคมะเร็ง การดูแลหัวใจ และเวชศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ มีโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ศูนย์ศัลยกรรม คลินิกดูแลฉุกเฉิน และคลินิกเฉพาะทางมากมายในเมืองใหญ่ ในชุมชนขนาดเล็ก ทางเลือกในการดูแลมีจำกัด และอาจรวมถึงทุกอย่างตั้งแต่โรงพยาบาลในมณฑล ไปจนถึงคลินิกดูแลชุมชนที่ดำเนินการโดยพยาบาลวิชาชีพ ไปจนถึงบริการสุขภาพทางไกล ร้านขายยา วัคซีน และยารักษาโรคในอเมริกา 35% ของร้านขายยาในสหรัฐอเมริกาเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เป็นอิสระ ร้านขายยาที่เหลือตั้งอยู่ภายในโรงงานอื่นๆ รวมถึงร้านขายยา (แม้ว่าคำว่า "ร้านขายยา" และ "ร้านขายยา" จะใช้แทนกันได้) คลินิก ร้านขายของชำ และโรงพยาบาล ร้านขายยาเหล่านี้เป็นของร้านค้าแบรนด์ในเครือจำนวนมาก เช่น Walgreens และ CVS การตรวจสอบล่าสุดแสดงให้เห็นว่า 37% ของใบสั่งยาในสหรัฐอเมริกาถูกกรอกโดยการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ ยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ทั่วไปมีจำหน่ายในสภาพแวดล้อมการค้าปลีกส่วนใหญ่ รวมถึงร้านขายของชำและปั๊มน้ำมัน ร้านขายยาในสหรัฐอเมริกามักมีศูนย์ "ร้านค้าครบวงจร" ไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ร้านขายยาในเครือรายใหญ่มีแบรนด์ยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์เป็นของตัวเอง ซึ่งคุณอาจเห็นบนชั้นวางถัดจากชื่อแบรนด์ที่มีราคาแพงกว่า หากคุณกำลังซื้อยาแก้ปวดทั่วไปหรือยารักษาโรคภูมิแพ้ ให้ถามทีมร้านขายยาว่า พวกเขามีราคาไม่แพงเทียบเท่าทั่วไป โปรดทราบว่าเจ้าหน้าที่ร้านขายยาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านเภสัชวิทยา หากคุณมีคำถามทางการแพทย์ คุณต้องถามเภสัชกรหรือผู้ช่วยของเขา ไม่ใช่แค่พนักงานของร้าน ใบสั่งยาในสหรัฐอเมริกาต้องใช้เวลา "เติม" หลายนาทีถึงหลายชั่วโมง มีเวลาเหลือเฟือในการเลือกซื้อสินค้า ทำกิจวัตรประจำวันให้เสร็จ และใช้บริการฟรีอื่นๆ เช่นLanjutkan membaca "ระบบการดูแลสุขภาพในสหรัฐอเมริกา"

ระบบการดูแลสุขภาพในเม็กซิโก

โดยรวมแล้วระบบการรักษาพยาบาลในเม็กซิโกมีมาตรฐานที่ดีและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลสุขภาพเป็นเมืองที่มีราคาไม่แพงและโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีโรงพยาบาลและคลินิกที่ยอดเยี่ยม แพทย์ชาวเม็กซิกันจำนวนมากไปโรงเรียนแพทย์หรือเข้ารับการฝึกอบรมพิเศษในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป ด้วยเหตุนี้ มีแพทย์จำนวนมากที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม และที่น่าสังเกตคือ หลายคนยังคงไปเยี่ยมบ้าน ซึ่งเป็นยาที่หายากในการแพทย์แผนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถจ่ายได้มากไปกว่าการดูแลขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกัน รัฐบาลเม็กซิโกมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลต่อหัวที่ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศในกลุ่ม OECD ทั้งหมด ระบบการดูแลสุขภาพในเม็กซิโก: 3 Tiers การดูแลสุขภาพในเม็กซิโกจัดส่งผ่านระบบ 3 ระดับ IMSS โครงการประกันสังคมของเม็กซิโกเรียกว่า IMSS ครอบคลุมพนักงานในภาครัฐและเอกชน กล่าวโดยสรุป หากคุณทำงานให้กับบริษัทในเม็กซิโก คุณจะมีคุณภาพโดยตรงสำหรับความคุ้มครองทางการแพทย์ภายใต้ IMSS ค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของพนักงานมาจากเช็คเงินเดือนโดยตรง พนักงาน HR ในที่ทำงานทำงานเอกสารทั้งหมด ทำให้การเข้าร่วม IMSS เป็นเรื่องง่าย ค่าความคุ้มครองผ่าน IMSS มีราคาไม่แพงมาก โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 500 เหรียญสหรัฐต่อปี Seguro ยอดนิยม ทางเลือกที่สองสำหรับการเข้าร่วมในระบบประกันสุขภาพของประเทศคือโปรแกรม Seguro Popular Seguro Popular ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสำหรับผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติสำหรับระดับ IMSS ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการเงินหรือเนื่องจากเงื่อนไขที่มีอยู่ก่อน ผู้ที่ได้รับการคุ้มครองโดย Seguro Popular นั้นส่วนใหญ่เป็นคนว่างงาน คนเร่ร่อน และผู้ที่มีโรคประจำตัว ในทางทฤษฎี ระหว่าง Seguro Popular และ IMSS ทุกคนในเม็กซิโกควรได้รับการคุ้มครองผ่านระบบสาธารณะในราคาที่พวกเขาสามารถจ่ายได้ ประกันภัยเอกชน ระดับสุดท้ายในระบบการดูแลสุขภาพของเม็กซิโกนั้นให้บริการผ่านการประกันของเอกชน นี่เป็นตัวเลือกที่พึงประสงค์สำหรับหลาย ๆ คนเนื่องจากระบบการรักษาพยาบาลส่วนตัวให้ความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามมันมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับระบบสาธารณะLanjutkan membaca "ระบบการดูแลสุขภาพในเม็กซิโก"

ระบบการดูแลสุขภาพของโคลอมเบีย

ภาพรวมของระบบการดูแลสุขภาพของโคลอมเบีย ระบบการรักษาพยาบาลของโคลอมเบียเป็นระบบที่ดีที่สุดในโลก องค์การอนามัยโลกจัดอันดับเป็นที่ 22 ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกเหนือแคนาดา, สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โรงพยาบาลของโคลอมเบียเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Medellin มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุดในละตินอเมริกา เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะจุดหมายปลายทางของการทำศัลยกรรมความงามและการปลูกถ่าย แพทย์ชาวโคลอมเบียได้รับการศึกษาที่ยอดเยี่ยมและหลายคนได้รับการฝึกอบรมในต่างประเทศ เป็นเรื่องปกติที่แพทย์จะพูดได้สองภาษาในภาษาสเปนและอังกฤษ ระบบการรักษาพยาบาลของโคลอมเบียดำเนินแผนประกันสุขภาพสาธารณะที่เรียกว่า Entidades Promotoras de Salud (EPS) EPS, Entidades Promotoras de Salud บริหารงานโดยบริษัทประกันภัยหลายแห่ง เช่น SURA, Comfenalco และ Coomeva โปรแกรม EPS มีให้สำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคนในราคาประหยัด ตัวอย่างเช่น เบี้ยประกันสำหรับผู้เกษียณอายุคือ 12% ของรายได้บำนาญที่ประกาศไว้ อีกทั้งไม่มีการจำกัดอายุสูงสุดในการสมัครความคุ้มครอง EPS โคลัมเบียมีการดูแลสุขภาพถ้วนหน้าหรือไม่? ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ระบบการรักษาพยาบาลของโคลอมเบียเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญเหล่านั้นคือการปฏิรูปในปี 2536 เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของเงินทุนด้านสาธารณสุขที่เป็นสากล ตั้งแต่นั้นมา พนักงานก็มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้กับแผนประกันสุขภาพ ซึ่งนายจ้างก็มีส่วนร่วมด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงขยายความคุ้มครองด้านสาธารณสุขจากน้อยกว่า 21% ของประชากรก่อนปี 2536 เป็น 65% ในเวลาเพียง 10 ปี การปฏิรูปเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของประเทศเมื่อต้นปี 2534 ในช่วงเวลานั้น ได้มีการนำร่างกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมาย 100 มาใช้ มีหน้าที่รับผิดชอบในการขยายความคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าไปสู่ประชากรในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทความของกฎหมาย 100Lanjutkan membaca "ระบบการดูแลสุขภาพของโคลอมเบีย"

โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในบราซิล

บราซิลมีโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในโลก พวกเขากำลังโด่งดังเป็นพิเศษสำหรับขั้นตอนการผ่าตัดเสริมความงาม ราคาของการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลในบราซิลโดยทั่วไปจะต่ำกว่าในอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นๆ ในยุโรป แต่ยังสูงกว่าประเทศในเอเชียบางประเทศ เช่น ไทยและอินเดียเล็กน้อย จำนวนโรงพยาบาลในบราซิลรวมกว่า 6,000 แห่ง ประมาณ 60% ของโรงพยาบาลในบราซิลเป็นเจ้าของอย่างอิสระ ไม่ว่าจะมีกำไรหรือไม่ก็ตาม ในขณะที่อีก 40% ที่เหลือเป็นโรงพยาบาลของรัฐ ทั้งโรงพยาบาลของรัฐบาลกลาง รัฐ หรือเทศบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลใน  บราซิล  ได้รับการฝึกอบรมในระดับสากลและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้ป่วยต่างชาติ โรงพยาบาล 25 แห่งในบราซิลได้รับการรับรองโดย Joint Commission International และถือว่าดีที่สุดในละตินอเมริกา แพทย์ชาวอเมริกันจำนวนมากได้รับการฝึกอบรมด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยแพทย์ชาวบราซิล และได้รับการรับรองจาก American Board of Plastic Surgery หรือเป็นสมาชิกของ American Society of Plastic and Reconstructive Surgeons โรงพยาบาลในบราซิลมีความเป็นเลิศในด้านการรักษาผิวหนัง ศัลยกรรมตา การรักษาภาวะเจริญพันธุ์ สุขภาพ ศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมประสาท การผ่าตัดลดน้ำหนัก การผ่าตัดหัวใจ ศัลยกรรมความงาม การรักษาทางทันตกรรม และการปลูกผม โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในบราซิล โรงพยาบาลบราซิล Sirio E. LibanesRuaLanjutkan membaca "โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในบราซิล"

โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโปรตุเกส

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งไปเยือนหรือทำให้โปรตุเกสเป็นที่อยู่อาศัยถาวรมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าคุณจะได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพจากที่ใดหากมีความจำเป็น เพื่อช่วยคุณเลือกโรงพยาบาลที่เหมาะสม ต่อไปนี้คือคำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับระบบโรงพยาบาลรวมถึงรายชื่อ  โรงพยาบาลในโปรตุเกส  ที่แนะนำสำหรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศและชาวต่างชาติ โปรตุเกสมีโรงพยาบาลที่ดีหรือไม่? มีโรงพยาบาลประมาณ 200 แห่งในโปรตุเกส และได้รับการจัดอันดับอย่างดีจากทั้งมาตรฐานสากลและมาตรฐานยุโรป โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโปรตุเกสคืออะไร? แม้ว่าโรงพยาบาลในโปรตุเกสหลายแห่งจะยืนหยัดอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วโลก แต่โรงพยาบาลชั้นนำก็น่าประทับใจเป็นพิเศษ โรงพยาบาลในโปรตุเกสที่มีอันดับสูงสุด 2 อันดับแรกอยู่ใน 500 โรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลก และ 4 อันดับแรกอยู่ในอันดับต้นๆ ของปี 2000 โรงพยาบาลที่มีอันดับสูงสุดในโปรตุเกสอยู่ที่ 189 ของโลก โดยมีโรงพยาบาลที่มีอันดับสูงสุด 3 แห่งถัดไป ตามลำดับ: Centro Hospitalar de Lisboa Central (โรงพยาบาล Dona Estefania)R. Jacinta Marto 8ALisboa, โปรตุเกสโทรศัพท์: + 351 21 312 6600 Centro Hospitalar do Porto (โรงพยาบาล Geral de Santo Antonio)Largo doLanjutkan membaca "โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโปรตุเกส"