3 ข้อดีเดินเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน

ด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคนทำให้มีเวลาการออกกำลังกายไม่เหมือนกัน การออกกำลังกายด้วย ‘การเดิน’ จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีของผู้ที่อยากแข็งแรง เดินเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่า แค่ ‘เดิน’ ทำให้ร่างกายและอวัยวะในร่างกายแข็งแรงได้มากแค่ไหน ช่วยให้หัวใจ ปอด และหลอดเลือดทำงานได้ดี การเดินเร็วสลับช้าจะช่วยให้หัวใจ ปอด และหลอดเลือดทำงานได้ดี เพราะร่างกายสามารถหมุนเวียนนำออกซิเจนมาใช้ได้มากขึ้น เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดีแล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของไขมันในเลือด และควบคุมเบาหวานได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้หญิงลงถึง 31% กล้ามเนื้อได้คลายตัวและข้อต่อในร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว เมื่อเดินเป็นประจำทุกวัน วันละ 30 นาที ทำให้กล้ามเนื้อได้คลายตัวและข้อต่อในร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว เป็นการช่วยเพิ่มมวลกระดูกให้แข็งแรงมากขึ้นไปอีก ลดอาการปวดตามข้อ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคตามไขข้อได้ดี นอกจากนั้น ยังเป็นบริหารกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่ และยังเป็นการสร้างกล้ามเนื้อท้องได้อีกทางหนึ่งด้วย การเดินช่วยให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น เช่น เพิ่มสารเอนโดรฟินซึ่งช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น! แล้วยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้โอกาสที่ร่างกายป่วยลดน้อยลง ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคต้อหิน และการเดินยังช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีกว่าการวิ่งจ็อกกิ้ง ถือเป็นการลดความอ้วนอีกทางหนึ่งนั่นเอง cr. Generali Thailand https://www.youtube.com/watch?v=5h-jzoinqCQ

5 ข้อแนะนำห่างไกลมาลาเรีย

1. อาการของมาลาเรีย อาจไม่ตรงไปตรงมา ผู้ป่วย อาจมีไข้สูง โดยไม่มีอาการหนาวสั่น หรือหนาวสั่นวันละ หลายครั้งได้ บางรายอาจมีไข้สูงตลอดเวลา อาจมี อาการปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจพบในโรคอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีอาการไข้ทุกราย ควรถามถึงพฤติกรรม เสี่ยงต่อการติดเชื้อมาลาเรีย ถ้าพบว่าผู้ป่วยมีประวัติเข้าป่าหรือมีประวัติเคยได้รับเลือดมาภายใน 2 สัปดาห์ ถึง 2 ปี หรือสงสัยว่าจะเป็นมาลาเรียจากการติดเชื้อทางอื่น (เช่น ลูกที่เกิดจากมารดาที่เคยเป็นมาลาเรีย เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการเลี้ยงยุงก้นปล่อง เจ้าหน้าที่ที่ตรวจเลือด หรือบุคคลที่บ้านอยู่ใกล้สนามบินซึ่งเครื่องบินอาจยุงก้นปล่องมาจากประเทศอื่น เป็นต้น) ก็ควรจะต้องเจาะเลือด ตรวจหาเชื้อมาลาเรีย 2. ผู้ป่วยมาลาเรีย อาจตรวจเลือดไม่พบเชื้อก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นโรคในระยะแรก ๆ (เชื้อมาลาเรียมีจำนวนน้อย) ดังนั้น ต้องแนะนำให้ผู้ป่วยตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง ภายใน 12-24 ชั่วโมง หรือขณะมีไข้ การตรวจ เลือดบ่อย ๆ จะมีโอกาสพบเชื้อได้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยที่กินยาป้องกันมาลาเรียมาก่อน หรือกินยารักษามา บ้างแล้ว ก็จะทำให้ตรวจพบเชื้อมาลาเรียได้ลำบากมากขึ้น เพราะจะเห็นเชื้อมาลาเรียไม่ชัดเจนดังนั้น”5“5 ข้อแนะนำห่างไกลมาลาเรีย” 계속 읽기