logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum)

Health Me Now / หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum)

หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum) คือโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum โรคหูดข้าวสุก ที่ทำให้เกิดตุ่มหูดเนื้อนูนออกมาจากผิวหนัง โดยหูดข้าวสุก เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังที่สามารถส่งต่อไปยังบุคคลอื่นได้

สาเหตุ หูดข้าวสุก

ผิวหนังเกิดการติดเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxvirus และผู้ป่วยสามารถติดหูดข้าวสุกจากการสัมผัสผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้โดยตรงทางผิวหนังบริเวณที่เป็นหูดข้าวสุก หรือการใช้สิ่งของร่วมกันเช่น ผ้าขนหนู หรือของใช้อื่น ๆ โดยทั่วไปแล้วจะมีการส่งผ่านเชื้อกันได้ง่ายในเด็กระหว่างกิจกรรมที่ทำร่วมกันโดยไม่ได้ระมัดระวัง การแบ่งปันของเล่น  ในส่วนของผู้ใหญ่อาจจะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการเล่นกีฬาที่ต้องเกิดการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง เมื่อไปสัมผัสโดนเชื้อไวรัสนั้นก็จะได้รับเชื้อมาทันที และเมื่อรับเชื้อเข้ามาแล้วเชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายได้โดยการ สัมผัสส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

อาการ หูดข้าวสุก 

เมื่อผู้ป่วยรับเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum เข้ามาสู่ร่างกายแล้ว ร่างกายอาจจะยังไม่แสดงอาการในทันที บางครั้งอาจจะนานถึง 6 เดือน แต่ระยะฟักตัวของเชื้อใช้เวลาประมาณ 2-7อาทิตย์  และกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอ หรือบกพร่อง อาจจะส่งผลให้อาการมีความรุนแรงมากขึ้น และตุ่มหูดข้าวสุกอาจจะมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้นและยากต่อการรักษา

และเมื่อเกิดอาการคุณอาจจะพบตุ่มเนื้อเกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง อาจจะเป็นตุ่มเดียวหรือหลาย ๆ ตุ่ม อยู่บริเวณเดียวกัน ตุ่มหูดข้าวสุกนี้จะไม่มีอาการเจ็บ โดยจะมีลักษณะดังนี้

  • มีขนาดประมาณ 2-5 มิลลิเมตร
  • เกิดเป็นสีเดียวกับผิว หรือสีชมพูอ่อน ๆ 
  • มีตุ่มเนื้อนูนกลมที่มีรอยบุ๋มอยู่ตรงกลาง
  • สามารถเกิดได้ทุกบริเวณของร่างกาย ยกเว้นฝ่ามือและฝ่าเท้า 
  • มีของเหลวเหนียวอยู่ภายในตุ่มเนื้อ
  • ตุ่มเนื้อของผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจจะมีขนาดใหญ่ถึง 15 มิลลิเมตร

การรักษา หูดข้าวสุก

โดยทั่วไปแล้วหูดข้าวสุกจะหายได้เองภายในระยะเวลา 6-12 เดือน แต่การรักษาอาจจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเนื่องจากจะสามารถลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปยังบุคคลอื่นได้  ในกรณีผู้ป่วยมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่องการรักษาเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากหากผู้ป่วยมีอาการดังนี้

  • เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
  • เชื้อแพร่กระจายไปบริเวณอื่น ๆ 
  • เป็นหูดข้าวสุกขนาดใหญ่บริเวณใบหน้าหรือลำคอ

โดยแพทย์อาจจะพิจารณาการรักษาดังนี้

  • การให้ยาชนิดรับประทานจำพวก cimetidine ซึ่งเป็นยารักษาหูดข้าวสุก
  • การจี้ด้วยไนโตรเจนเหลว
  • การใช้เลเซอร์ในการรักษา
  • การขูดเนื้อเยื่อเพื่อเอาหูดข้าวสุกออก
  • ใช้ยาทาหูดข้าวสุก จำพวก ซึ่งบางจำพวกอาจจะมีฤทธิ์เป็นกรด podophyllotoxin tretinoin, imiquimod, potassium hydroxide, cantharidin, trichloroacetic acid, Condylox, cantharidin 

ในการรักษาอาจจะต้องอาศัยระยะเวลา หรือต้องทำการรักษามากกว่าหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณและขนาดของหูดข้าวสุก หากผู้ป่วยกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในระยะให้นมบุตรควรแจ้งให้แพทย์ทราบ 

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือติดเชื้อ HIV รวมไปถึงผู้ป่วยโรคมะเร็ง เมื่อเป็นหูดข้าวสุกควรรับการรักษา แต่การรักษาอาจจะเป็นไปได้ยากกว่าผู้ป่วยปกติทั่วไป โดยอาจจะมีทางเลือกการรักษาดังนี้

Antiretroviral therapy เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV 

[Total: 0 Average: 0]