logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

ปวดเส้นประสาทใบหน้า (Trigeminal Neuralgia)

Health Me Now / ปวดเส้นประสาทใบหน้า (Trigeminal Neuralgia)

ปวดเส้นประสาทใบหน้า (Trigeminal Neuralgia) คือ มีอาการปวดเรื้อรังที่หน้า เนื่องจากเส้นประสาท trigeminal ที่มาเลี้ยงใบหน้า

เส้นประสาทที่มาเลี้ยงใบหน้ามีสองเส้น ซ้ายและขวา ทำหน้าที่รับความรู้สึกเจ็บปวดและความรู้สึกอื่นจากใบหน้าส่งไปที่สมอง เส้นประสาทแต่ละเส้นแยกเป็นสามสาขา (หน้าผาก กลางใบหน้าและคาง) มีความเป็นไปได้ที่จะปวดเส้นประสาททุกเส้นหรือเส้นใดเส้นหนึ่ง ทำให้ปวดบางส่วนหรือทุกส่วนของใบหน้าก็ได้

ความเจ็บปวดเกิดได้แม้มีสิ่งกระตุ้นเล็กน้อย เช่นหวีผม โกนหนวด อาการปวดแปลบคล้ายไฟฟ้าช็อตหรือถูกแทง ผู้ป่วยมักเริ่มด้วยอาการปวดแปลบๆ ปวดไม่นาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป จะปวดนานขึ้น บ่อยขึ้น ผู้ป่วยมักมีวงจรปวด คือ ปวดๆหายๆนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และเบาลง แต่บางรายอาการปวดจะมากขึ้นและมักปวดตลอดเวลา

ไม่มีการตรวจเฉพาะสำหรับโรคนี้ ดังนั้นการวินิจฉัยอาจต้องใช้เวลา การรักษาขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรง  มียาหลายชนิดที่ช่วยลดความเจ็บปวดและลดจำนวนครั้งของความปวด บางครั้งอาจต้องแก้ไขโดยการผ่าตัด

สาเหตุ ปวดเส้นประสาทใบหน้า

หลายกรณีไม่พบสาเหตุ แต่สาเหตุที่เป็นไปได้ เช่น

  • เส้นเลือดบวม หรือมีเนื้องอกที่กดทับเส้นประสาท
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง multiple-sclerosis คือปลอกที่หุ้มเส้นประสาทเสื่อมไป ทำให้การส่งสัญญาณประสาทไม่ปกติ

โรคปวดเส้นประสาทใบหน้านี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบมากในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี แม้ว่าจะเกิดได้กับคนทุกวัย

อาการ ปวดเส้นประสาทใบหน้า

ความเจ็บปวดจากเส้นประสาทนี้มักเป็นการเจ็บแปลบและกระตุกคล้ายไฟฟ้าช็อต มักปวดที่ใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งและ อาจถูกกระตุ้นโดยเสียงหรือสัมผัส ความเจ็บปวดเกิดได้จากการ กิจกรรมตามปกติเช่น

  • แปรงฟัน
  • โกนหนวด
  • แต่งหน้า
  • สัมผัสใบหน้า
  • กินหรือดื่ม
  • พูด
  • ลมพัดปะทะใบหน้า

การรักษา ปวดเส้นประสาทใบหน้า

ยา

ยาช่วยลดความเจ็บปวดและลดความถี่ของการปวด  มักเริ่มจากการให้ยากันชัก ซึ่งกดการส่งกระแสประสาท และต่อไปอาจเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ยาต้านเศร้าชนิด tricyclic

การผ่าตัด

ส่วนใหญ่แล้ว โรคนี้จะตอบสนองดีต่อยา แต่หากเริ่มมีการไม่ตอบสนองหรือมีอาการดื้อยา จะทำให้อาการเจ็บปวดกลับมาอีก และจำเป็นการผ่าตัด้เพื่อการรักษา เช่น

การฉีดกลีเซอรอล

ผู้ป่วยจะได้รับยาให้หลับและยาชาเฉพาะที่ แพทย์จะสอดเข็มเข้าไปที่แก้ม ลึกเข้าไปที่ฐานสมอง(โดยมีการเอกซเรย์ด้วยในขณะเดียวกัน เพื่อให้เห็นตำแหน่งของเข็ม) เข้าไปที่ถุงเล็กๆที่เต็มไปด้วยน้ำไขสันหลังที่ล้อมรอบรากเส้นประสาทไตรเจมินอล และฉีดกลีเซอรีนเข้าไป กลีเซอรีนจะกั้นไม่ให้เส้นประสาทส่งสัญญาณความเจ็บปวดออกไป หรืออาจทำให้เส้นประสาทที่เสียหายนั้นซ่อมแซมตนเองได้ การรักษานี้ใช้เวลาไม่นานและผู้ป่วยไม่ต้องค้างคืนที่โรงพยาบาล

Stereotactic Radiosurgery

การใช้เครื่องสร้างภาพโดยคอมพิวเตอร์ (MRI) ส่งรังสีความเข้มข้นสูงไปที่รากประสาท กระบวนการไม่เจ็บปวดและทำโดยไม่ต้องใช้ยาสลบ

Radiofrequency Thermal Lesioning

เป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก กระบวนการเริ่มจาก ให้ยาชาและใช้เข็มยาวที่มีรู นำกระแสไฟฟ้าไปที่ เส้นประสาทไตรเจมินอล ผู้ป่วยจะตื่นอยู่ และช่วยแพทย์ค้นหาบริเวณที่เจ็บปวด เมื่อพบแล้ว แพทย์จะให้ความร้อนเพื่อทำลายเส้นประสาทนั้น

Gamma-Knife Radiosurgery

เป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอกเช่นกัน เพื่อค้นหาและใช้รังสีทำลายเส้นประสาทไตรเจมินอล วิธีนี้เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะ แม่นยำ ได้ผลดี และปลอดภัยกว่าวิธีทางศัลยกรรมอื่นๆ และยังมีแผลน้อยกว่าด้วย

Microvascular Decompression

วิธีนี้ต้องผ่าตัดสมอง เพื่อลดความกดดันที่เส้นประสาทและปล่อยให้หายเอง จากการศึกษาพบว่า 90% ของผู้ป่วยรายงานว่าความเจ็บปวดลดลง

วิธีอื่นๆ

การผ่าตัดอื่นๆ เข่น การตัดเส้นประสาท หรือย้ายเส้นเลือดที่กดเส้นประสาท แต่มีความเสี่ยงคือทำให้ใบหน้าชา ทั้งชั่วคราวและถาวร และบางครั้งก็กลับมาปวดอีกได้

แพทย์จะแจ้งให้ทราบถึงผลดีและผลเสียของการรักษาในแต่ละแบบ และขึ้นกับอาการ ประวัติการเจ็บป่วย ความเหมาะสมในแต่ละบุคคลด้วย

[Total: 0 Average: 0]