logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

โรคแอมีลอยโตซีส

Health Me Now / โรคแอมีลอยโตซีส

แอมีลอยโดซิสคืออะไร?

แอมีลอยโดซิสคือโรคหรือภาวะที่เกิดจากการมีสารโปรตีนผิดปกติชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอมีลอย เข้าไปจับตัวอยู่ในร่างกายและทำให้อวัยวะนั้นเสียหาย รวมถึงเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะนั้นล้มเหลว โรคนี้พบได้ยากแต่ก็เป็นโรคที่มีความรุนแรง

แอมีลอยโดซิสส่งผลต่ออวัยวะต่างๆเช่น:

โรคแอมีลอยโดซิสหัวใจ

การสะสมของแอมีลอยด์ในหัวใจสามารถทำให้ผนังของกล้ามเนื้อหัวใจแข็งทื่อได้ พวกเขายังสามารถทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอลง และส่งผลต่อจังหวะไฟฟ้าของหัวใจ ภาวะนี้อาจทำให้เลือดไหลเวียนไปยังหัวใจได้น้อยลง ในที่สุดหัวใจของคุณจะไม่สามารถสูบฉีดได้ตามปกติอีกต่อไป 

โรคแอมีลอยโดซิสไต

ไตของคุณกรองของเสียและสารพิษออกจากเลือดของคุณ การสะสมของแอมีลอยด์ในไตทำให้พวกเขาทำงานนี้ได้ยาก เมื่อไตทำงานไม่ถูกต้อง น้ำและสารพิษที่เป็นอันตรายจะสะสมในร่างกาย นำไปสู่ ภาวะไตวาย

โรคแอมีลอยโดซิสในทางเดินอาหาร

การสะสมของแอมีลอยด์ตามทางเดินอาหาร (GI) ของคุณช้าลงการเคลื่อนไหวของอาหารผ่านลำไส้ของคุณ สิ่งนี้รบกวนการย่อยอาหาร 

โรคแอมีลอยโดซิสในระบบประสาท

การสะสมของแอมีลอยด์สามารถทำลายเส้นประสาทที่อยู่นอกสมองและไขสันหลังของคุณ ซึ่งเรียกว่าเส้นประสาทส่วนปลาย เส้นประสาทส่วนปลายนำข้อมูลระหว่างสมองกับไขสันหลังกับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ตัวอย่างเช่นทำให้สมองของคุณรับรู้ถึงความเจ็บปวด หรือทำให้นิ้วเท้าแข็ง

บางครั้งแอมีลอยก็ไปสะสมอยู่ทั่วร่างกาย ที่เรียกว่าโรคอะมีลอยโดซิสทั่วกาย

โรคอะมีลอยโดซิสโดยทั่วไปมักไม่สามารถป้องกันได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยยังสามารถจัดการกับอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วยการรักษา

ไขกระดูกตามปกติแล้วนั้นจะทำหน้าที่ผลิตเซลล์ต้นกำเนิดของเม็ดเลือดชนิดต่างๆเพื่อลำเลียงออกซิเจนให้แก่ร่างกายและต่อสู้กับเชื้อโรค รวมถึงช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือด

นอกจากนี้ยังโรคอะมีลอยโดซิสอีกชนิดหนึ่งคือการติดเชื้อต่อสู้กับเซลล์เม็ดเลือดขาว(เซลล์พลาสม่า)ในการไขกระดูกทำให้เกิดการผลิตสารโปรตีนผิดปกติที่เรียกว่าอะมีลอย โปรตีนชนิดนี้จะจับตัวรวมเป็นกลุ่มก้อนและร่างกายไม่สามารถทำลายได้

โรคอะมีลอยโดซิสไม่สามารถรักษาได้ แต่สามารถจัดการและควบคุมระดับอะมีลอยได้ด้วยการรักษา ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาและหาวิธีวางแผนการรักษา เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนแผนการรักษาและอาการต่างๆที่เกิดขึ้น รวมถึงทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติต่อไป

สาเหตุ โรคอะมีลอยโดซิส

สาเหตุหลักๆของโรคอะมีลอยโดซิสมาจากการสะสมของสารอะมีลอยตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย ชนิดของอะมีลอยขึ้นอยู่กับว่ารูปแบบของโรคของผู้ป่วยเป็นชนิดไหน โดยแบ่งออกดังต่อไปนี้:

  • ชนิดLight chain (AL) amyloidosis: เป็นชนิดที่พบได้บ่อยมากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อสารโปรตีนผิดปกติที่เรียกว่า light chains (เส้นเบา) ไปสะสมอยู่ในอวัยวะต่างๆเช่นที่บริเวณหัวใจ ไต ตับและผิวหนัง ชนิดนี้มักเรียกว่า primary amyloidosis
  • ชนิดAutoimmune (AA) amyloidosis: ชนิดนี้จะเกิดขึ้นหลังเกิดการติดเชื้อเช่นวัณโรคหรือเกิดจากโรคที่มีการอักเสบเช่นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง พบว่ากว่าครึ่งของผู้ป่วยที่เป็นชนิด AA จะมีโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ร่วมด้วย โรคอะมีลอยโดซิสชนิด AA ส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อไต บางครั้งอาจทำความเสียหายให้ต่อลำไส้ ตับและหัวใจด้วย ชนิดนี้เรามักเรียกว่า secondary amyloidosis
  • ชนิด Dialysis-related amyloidosis:  ชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตมาเป็นเวลานานเป็นผลทำให้ไตมีปัญหา และสารอะมีลอยนี้ยังไปสะสมอยู่ในข้อต่อและเอ็นทำให้เป็นสาเหตุของอาการปวดเกร็ง
  • ชนิด Hereditary (familial) amyloidosis: เป็นชนิดที่พบได้ยาก มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ มักส่งผลกระทบต่อระบบประสาท หัวใจ ตับและไต
  • ชนิด Senile amyloidosis: ชนิดนี้มักส่งผลต่อหัวใจในผู้สูงอายุ

อาการ โรคอะมีลอยโดซิส

โรคอะมีลอยโดซิสในช่วงระยะแรกอาจไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจน แต่จะเห็นความผิดปกติเมื่อโรคเริ่มรุนแรงขึ้น ซึ่งอาการที่แสดงออกมาแต่ละคนขึ้นอยู่กับอวัยวะใดของร่างกายที่ได้รับผลกระทบ

  • เหนื่อยล้า
  • อ่อนเพลีย
  • มีรอยช้ำที่รอบดวงตาหรือบนผิวหนัง
  • ลิ้นบวม
  • เจ็บตามข้อ
  • กลุ่มอาการประสาทมือชา หรืออาการชาและเป็นเหน็บที่มือและนิ้วหัวแม่มือ

หากมีอาการต่างๆเหล่านี้มากเกินกว่า1-2วันควรไปพบแพทย์

การรักษา โรคอะมีลอยโดซิส

โรคอะมีลอยโดซิสไม่สามารถรักษาได้ จุดประสงค์หลักของการรักษาโรคนี้คือทำให้การสร้างสารโปรตีนอะมีลอยช้าลงและลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้น

การรักษาทั่วไป

การใช้ยาเป็นตัวช่วยในการควบคุมอาการของโรคดังต่อไปนี้:

  • ยาบรรเทาอาการปวด
  • ใช้ยาเพื่อจัดการกับอาการท้องเสีย คลื่นไส้และอาเจียน
  • ใช้ยาขับปัสสาวะเพื่อกำจัดน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย
  • ใช้ยาเจือจางเลือดเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด
  • ใช้ยาเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ

การดูแลรักษาโรคอะมีลอยโดซิสจะขึ้นอยู่กับประเภทที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย

[Total: 0 Average: 0]