logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

การรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีการผ่าตัด (Bariatric Surgery)

Health Me Now / การรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีการผ่าตัด (Bariatric Surgery)

Bariatric Surgery คือ การผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคอ้วน การผ่าตัดนี้จะช่วยลดขนาดของกระเพาะอาหารหรือลดการดูดซึมสารอาหาร ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยอิ่มเร็วขึ้นและรับประทานอาหารได้น้อยลง

การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนมีหลายรูปแบบ โดยอาจช่วยลดน้ำหนักได้ราว 15-30 เปอร์เซ็นต์จากน้ำหนักเดิม แพทย์มักเลือกใช้วิธีนี้เมื่อผู้ป่วยโรคอ้วนนั้นอยู่ในขั้นรุนแรงและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ Bariatric Surgery ยังอาจใช้เพื่อรักษาโรคอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากน้ำหนักตัวที่มากเกินด้วย

ควรทำการผ่าตัดหรือไม่  ดูจาก

  • กรณี BMI มากกว่า 40  ได้ลองลดอาหาร  ออกกำลังกายและยาแล้ว  น้ำหนักไม่ลง
  • กรณี BMI ระหว่าง 30-35  และมีโรคทางอายุรกรรม  เช่น  ผู้ที่เป็นเบาหวาน , ข้ออักเสบปวดมาก, นอนกรน เป็นต้น หากพยายามลดน้ำหนักแล้วปัญหาโรคเหล่านี้ไม่ดีขึ้นจึงพิจารณาทำผ่าตัด 

ประโยชน์และความเสี่ยงที่ได้จากการทำผ่าตัด จะมีมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับความพร้อมที่ผู้ป่วยจะเปลี่ยนวิถีชีวิต และพฤติกรรมการรับประทานอาหาร  เพื่อให้มีน้ำหนักที่เหมาะสมหลังการผ่าตัด  และต้องไม่คาดหวังว่าน้ำหนักจะลดตามที่ตนต้องการเสมอไป

การเตรียมตัวเพื่อทำการผ่าตัด 

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายส่วนก่อนทำการผ่าตัด  ซึ่งประกอบด้วย 
                1. นักโภชนบำบัด 
                2. นักจิตวิทยา 
                3. อายุรแพทย์ที่ชำนาญในการดูแลผู้ป่วยภาวะอ้วน 
                4. ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำผ่าตัดในผู้ป่วยภาวะอ้วน 
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้หลายสัปดาห์/เดือนก่อนทำการผ่าตัด  เพื่อขอคำปรึกษา  และการปฏิบัติตัว โดย

  • นักโภชนบำบัดจะอธิบายว่าควรทานอาหารมากน้อยแค่ไหนหลังทำการผ่าตัด  และก่อนผ่าตัดจะต้องลดน้ำหนักเท่าไร
  • นักจิตวิทยา  ช่วยในเรื่องการลดความเครียดที่อาจมีมากขึ้นในช่วงก่อน-หลังผ่าตัด
  • แพทย์อายุรกรรม  จำเป็นต้องตรวจสุขภาพให้คำปรึกษาการรักษาเพิ่มเติม  หรือให้คำปรึกษาทางยาในการลดน้ำหนักบ้างก่อนการผ่าตัด
  • แพทย์ผ่าตัด  อธิบายถึงทางเลือกกับผู้ป่วยว่าการทำผ่าตัดแต่ละแบบมีข้อดี  ข้อเสียอย่างไร  เพื่อผู้ป่วยจะพิจารณาได้ว่าวิธีใดเหมาะสมกับตน

การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนมีหลายวิธี

  1. การใส่บอลลูน (Gastric Balloon)
  2. การผ่าตัดกระเพาะ มี 3 แบบ
  • Minimal Invasive Sleeve Gastrectomy
    • การผ่าตัดกระเพาะ ( Sleeve Gastrectomy) เป็นวิธีการตัดเอาเนื้อกระเพาะ ตามแนวยาวของกระเพาะออกบางส่วน เพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง ด้วยการผ่าตัดด้วยกล้องแผลน้อย เพื่อให้รับประทานได้น้อยลง สำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วน จะช่วยลดปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งการตัดกระเพาะจะทำให้ผู้ที่ตัดกระเพาะไปแล้วนั้น สามารถประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก มีน้ำหนักที่ลดลง จากการศึกษาพบว่า การผ่าตัดกระเพาะ แบบ Sleeve Gastrectomy ปลอดภัยกว่า ปัญหาแทรกซ้อนน้อยกว่าการทำ By pass. สามารถทำให้คนอ้วนที่มี โรคความดัน เบาหวาน หลังตัดกระเพาะจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน การผ่าตัดกระเพาะแบบ Minimal Invasive Sleeve Gastrectomy เป็นการผ่าตัดเอากระเพาะอาหารออกประมาณ 70-85 เปอร์เซ็นต์ กระเพาะอาหารที่เหลือจะลักษณะคล้ายกล้วย การผ่าตัดกระเพาะแบบ Sleeve Gastrectomy แตกต่างจากขั้นตอนการผ่าตัดลดความอ้วนด้วยวิธีอื่นๆ เนื่องจากการผ่าตัดวิธีนี้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารใหม่ จากนั้นอาหารจะไปตามเส้นทางเดินอาหารเดิมปกติ จึงไม่มีปัญหาในการดูดซึม การผ่าตัดกระเพาะแบบ Sleeve Gastrectomy ทำให้ช่วยลดปริมาณอาหาร (และแคลอรี่) ที่บริโภคได้ และยังส่งผลต่อฮอร์โมนในลำไส้ Gut Hormone ซึ่งส่งผลต่อหลายปัจจัยเช่นความหิว,ความอิ่ม และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การผ่าตัดกระเพาะอาหารยังช่วยควบคุมโรคเบาหวานประเภท 2 ได้อีกด้วย หลังผ่าตัดจะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและกินได้น้อยลง
  • Gastric Bypass (Roux-en-Y gastric Bypass)
    • เป็นการลดปริมาณอาหารที่ทานได้มาก  แต่ก็ลดสารอาหารที่สำคัญบางส่วนที่ควรจะได้รับลงด้วย วิธีนี้ทำโดยแพทย์นำลำไส้ไปต่อกระเพาะอาหารทำให้อาหารไม่ผ่านกระเพาะจะทานอาหารได้น้อยและรู้สึกอิ่มเร็ว  (แต่ถ้านานเข้าทำให้กระเพาะใหญ่ขึ้นและต้องการอาหารมากขึ้นได้)
  • Lap Banding (LAGB: Laparoscopic Adjustable Gastric Banding)
    • เป็นการนำห่วงรัดที่ปรับได้ไปรัดกระเพาะเพื่อลดปริมาณการทานอาหารต่อครั้งลง  การทำผ่าตัดนี้มีแผลเล็กที่หน้าท้อง  เพราะเป็นการผ่าตัดโดยใช้การส่องกล้อง  สามารถปรับขนาดของห่วงรัดหลังทำผ่าตัดได้  โดยใช้เข็มใส่น้ำเข้าไป  ซึ่งปริมาณน้ำที่ใส่เข้าไปจะเป็นตัวคุมขนาดห่วงรัด  และปริมาณการทานอาหาร  ของกระเพาะอาหารในแต่ละครั้ง วิธีนี้เป็นที่นิยมมากเพราะทำง่าย  และสามารถเอาห่วงรัดออกเมื่อไม่ใช้ได้  มีภาวะแทรกซ้อนน้อย แต่ต้อง ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด  ประเภทของอาหารที่ทานก็มีความสำคัญต่อวิธีการเช่นนี้  กรณีผู้ป่วยชอบอาหารเหลว (Liquid calories)  เช่น ไอศกรีม ก็จะทำให้รับประทานได้เรื่อยๆ จนอาจมากเกินไปได้
[Total: 0 Average: 0]