logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a

1-677-124-44227

Follow Us

Top

มะเร็งต่อมลูกหมาก

Health Me Now / โรคภัยไข้เจ็บ  / มะเร็ง / มะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมาก คือโรคที่พบมากเป็นอันดับที่ 5 ของมะเร็งในผู้ชาย มักพบในผู้ชายอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ส่วนในช่วงอายุ 40-60  ปี อาจพบได้แต่น้อย

สาเหตุ มะเร็งต่อมลูกหมาก

                ยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับฮอร์ โมนเพศชาย-แอนโดรเจน (androgen) ได้แก่ เทสโทสเทอโรน ร่วมกับปัจจัยด้านกรรมพันธุ์  (พบว่าถ้าทีพ่อหรือพี่น้องเป็นโรคนี้ ก็เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้มากกว่าคนทั่วไป) อาหาร(มะเร็งชนิดนี้พบมากในคนอ้วน ผู้ที่บริโภคเนื้อแดงหรือไขมันมาก กินผักและผลไม้น้อย) การทำหมัน (พบว่าผู้ชายที่ทำหมันเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำหมัน) และการมีระดับฮอน์โมนเทสโทรเทอโรนในเลือดสูง (เช่น การใช้ฮอร์โมนชนิดนี้เป็น เวลานานๆ)

อาการ มะเร็งต่อมลูกหมาก

                มะเร็งชนิดนี้มักมีการลุกลามช้า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักไม่มีอาการแสดง จนกว่าก้อนโตมากจนเกิดภาวะอุด กั้นท่อปัสสาวะ ก็จะมีอาการผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ แบบเดียวกับต่อมลูกหมากโต รวมทั้งอาจมีอาการ ถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด ในรายที่มะเร็งแพร่กระจายไปแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดหลัง ซี่โครงหรือเชิงกราน (ถ้ามะเร็งแพร่ไปกระดูกหลังซี่โครงหรือเชิงกราน) เท้าบวม (ถ้าแพร่ไปที่ประสาทไขสันหลัง) ปวดศีรษะ  เดินเซ แขนขาอ่อนแรงชัก (ถ้าแพร่ไปที่สมอง) เป็นต้น

การป้องกัน มะเร็งต่อมลูกหมาก

ในปัจจุบันยังไม่แนะนำให้ทำการตรวจคัดกรองมะ เร็งต่อมลูกหมากในคนทั่วไปที่ไม่มีอาการ เช่น การตรวจ พีเอสเอในเลือด การใช้นิ้วตรวจทางทวารหนัก เพราะยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่ามีประโยชน์ เนื่องจากผู้ป่วย มะเร็งต่อมลูกหมากที่ไม่มีอาการแสดงมักเป็นมะเร็งชนิด เจริญช้าไม่แพร่กระจายออกนอกต่อมลูกหมากและ  สามารถมีชีวิตที่เป็นปกติเป็นเวลายาวนาน นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองโรคด้วยการตรวจพีเอสเอในเลือดยังขาดความแม่นยำ มีโอกาสพบผลบวกลวงค่อนข้างมาก ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ไม่จำเป็นและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ 

ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติโรคนี้ในครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงผลดีผลเสียของการตรวจคัดกรองมะเร็งชนิดนี้

ถึงแม้มะเร็งชนิดนี้ป้องกันได้ยาก แต่การปฏิบัติตัว ต่อไปนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค และชะลอการลุกลามของโรค

  •   ลดอาหารมัน
  •   กินผักและผลไม้ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จาก ถั่วเหลืองให้มาก ๆ 
  •  กินมะเขือเทศ (ที่ปรุงสุก) แตงโมฝรั่งไส้ชมพู และมะละกอสุกให้มาก ๆ ซึ่มีสารไลโลโคพีน (lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  •   ออกกำลังกายเป็นประจำ

การรักษา มะเร็งต่อมลูกหมาก

หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล แพทย์จะวินิจฉัยโดยการใช้นิ้วตรวจทางทวารหนัก พบต่อมลูกหมากเป็นก้อนแข็งหรือขรุขระ ตรวจพบระดับพีเอสเอ (prostate specific antigen/PSA)ในเลือดสูง และทำการตรวจอัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก (transrectal  ultrasound/TRUS) และตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์

การรักษา แพทย์จะเลือกวิธีรักษาตามความ รุนแรงระยะของโรค และอายุของผู้ป่วย เช่น 

ผู้ป่วยที่มะเร็งยังจำกัดอยู่เฉพาะที่ต่อมลูกหมาก และมีอายุต่ำกว่า 65 ปี หรือคาดว่าสามารถอยู่ได้นาน เกิน10 ปี มักจะทำการผ่าตัดต่อมลูกหมาก

  • ผู้ป่วยที่มะเร็งยังจำกัดอยู่เฉพาะที่ต่อมลูกหมาก แต่มีอายุมากหรือสุขภาพทรุดโทรม หรือปฏิเสธการ ผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่มะเร็งเริ่มแพร่กระจายออกไปบริเวณรอบๆ ต่อมลูกหมาก มักให้รังสีบำบัด
  • ผู้ป่วยที่มะเร็งแพร่กระจายไปทั่วแล้วหรือค่าพีเอสเอเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หรือผู้ป่วยอายุน้อยที่เป็นมะ เร็งชนิดร้ายแรง มักจะให้ฮอร์โมนบำบัด เพื่อควบคุมเทสโทสเทอโรนให้ลดลงทำให้ก้อนมะเร็งฝ่อเล็กลงโดยการให้ยาต้านแอนโดรเจนชนิดเม็ด (anti-androgen เช่น flutamide, bicalutamide เป็นต้น) ฉีดยากระตุ้น luteinizing hormone-releasing hormone (LHRH agonists เช่น leuprorelin,goserelin) หรือโดยการผ่าตัดอัณฑะ (ที่สร้างเทสโทสเทอโรน) ออกไปทั้ง 2 ข้าง
  • ผู้ป่วยที่มะเร็งมีขนาดเล็ก เจริญช้า จำกัดอยู่เฉพาะที่ต่อมลูกหมาก หรือไม่มีอาการแสดง (พบจากการตรวจคัดกรอง)โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุมากสุขภาพทรุดโทรม หรือคาดว่าอยู่นานไม่ถึง 10 ปี มักจะไม่ให้การรักษาใด ๆ แต่จะเฝ้าติดตามดูการเปลี่ยนแปลงโดยการตรวจระดับพีเอสเอและการใช้นิ้วตรวจทางทวารหนักเป็นระยะ ๆ ถ้าจำเป็นอาจทำการตรวจชิ้นเนื้อ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีชีวิตที่เป็นปกติสุขอยู่ได้เป็นเวลานาน  เนื่องจากมะเร็งมีการลุกลามช้า ไม่คุ้มกับความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

หลังการรักษาไม่ว่าด้วยวิธีใด แพทย์จะติดตามตรวจระดับพีเอสเอเป็นระยะ ถ้าอยู่ในเกณฑ์ปกติแสดงว่าโรคสงบหรือทุเลา แต่ถ้ามีค่าสูงขึ้นก็แสดงว่าโรคอาจกำเริบขึ้นอีก โดยทั่วไปผลการรักษาค่อนข้องดีและสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่เป็นมะเร็งที่มีการเจริญหรือลุกลามช้า

 

[Total: 0 Average: 0]