logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

COVID-19: วัคซีนปี 64 ตามเป้า 120 ล้านโดส – ปี 65 จัดหาเพิ่มอีก 120 ล้านโดส

Health Me Now / ข่าวสุขภาพ  / COVID-19: วัคซีนปี 64 ตามเป้า 120 ล้านโดส – ปี 65 จัดหาเพิ่มอีก 120 ล้านโดส
4 เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย ไอเทมยอดฮิตประจำปี covid-19 คือ รักษา วัคซีน โอไมครอน โควิด เดลต้า

COVID-19: วัคซีนปี 64 ตามเป้า 120 ล้านโดส – ปี 65 จัดหาเพิ่มอีก 120 ล้านโดส

ปี 2565 สธ.มีแผนจัดหาวัคซีนเพิ่มอีก 120 ล้านโดส 3 ชนิดหลัก ที่สำคัญลุ้นได้ใช้ “วัคซีนซับยูนิต” สัญชาตไทย 3 ตัว – ChulaCov19 ใบยา HXP–GPOVac

สธ.สรุปแผนการจัดหาวัคซีนโควิด 64 จำนวน 120 ล้านโดส เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้จำนวนการกระจายฉีดให้ประชาชนจะทำได้เพียง 104 ล้านโดส (ณ 31 ธันวาคม 64) แต่ก็นับว่าใกล้เคียง (ห่างจากเป้าหมายเพียงประมาณ 10%) สำหรับแผนจัดหาวัคซีนปี 2565 ต้องจัดหาอีก เพิ่มอีก 120 ล้านโดส ที่สำคัญลุ้นได้ใช้ “วัคซีนซับยูนิต” สัญชาตไทย

สรุปตัวเลขการฉีดวัคซีนในประเทศไทย สิ้นปี 2564 ณ วันที่ 31 ธันวาคม รายงานผ่านศูนย์ข้อมูล COVID-19 จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ. – 31 ธ.ค. 2564) มีดังนี้ ยอดรวมการฉีดวัคซีน (ทุกเข็ม) 104,444,169 โดส ใน 77 จังหวัดแบ่งเป็น เข็มที่ 1 สะสม : 51,295,617 รายเข็มที่ 2 สะสม : 46,145,566 รายเข็มที่ 3 สะสม : 7,002,986 ราย  ขณะที่รายงานรายวัน วันที่ 31 ธันวาคม 2564ยอดฉีดทั่วประเทศ 165,805 โดสเข็มที่ 1 : 28,563 รายเข็มที่ 2 : 65,407 รายเข็มที่ 3 : 71,835 ราย

แผนจัดหาวัคซีนปี 2565

สำหรับแผนจัดหาวัคซีนสำหรับปี 2565 Hfocus ระบุว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) ให้ข้อมูลว่า “ในปี 2565 ได้มีการวางแผนล่วงหน้าในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เบื้องต้นจำนวน 120 ล้านโดส แผนนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รวมทั้งยังผ่านการพิจารณาและเป็นไปตามข้อแนะนำของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติแล้ว ซึ่งครม.อนุมัติจัดหาแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 60 ล้านโดส ไฟเซอร์อีกราว 30 ล้านโดส ส่วนที่เหลืออีก 30 ล้านโดสจะเป็นวัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต (subunit vaccine) ซึ่งกรณีหลังทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติจะเป็นผู้เจรจา”  แนวทางการฉีดสำหรับปี 65 “สำหรับวัคซีนปี 2565 จะเน้นการฉีดแบบกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการฉีดวัคซีนให้แก่เด็กอายุ 5-11 ปี ขณะเดียวกันหากวัคซีนมีการพัฒนาสูตรใหม่ๆ สำเร็จก็จะมีการจัดส่งเข้ามา ซึ่งทั้งหมดจะต้องผ่านการทดลองที่มีข้อมูลยอมรับได้ และผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามขั้นตอน” นพ.โอภาส กล่าว

แผนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

สธ. ได้เร่งดำเนินการให้การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา หลังจากข่าวการพบและเกิดการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนในทั่วโลก  และแผนฉีดเข็มกระตุ้นจะทำต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2565  ซึ่งเป็นช่วงครบกำหนดการได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ของประชาชนในช่วงเดือนต่างๆ ก่อนหน้านี้ ดังนี้

  •  ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2  ในเดือนสิงหาคม – กันยายน 2564 จะสามารถรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในเดือนธันวาคม 2564
  • ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในเดือนกันยายน – ตุลาคม 2564  จะสามารถรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในเดือนมกราคม 2565
  • ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2564 จะสามารถรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในเดือนกุมภาพันธุ์ 2565
  • ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2564 จะสามารถรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในเดือนมีนาคม 2565

วัคซีนที่จะเข้ามาในปี 2565 ปี 2565 จะมีวัคซีนเข้ามา ดังนี้
1. วัคซีนโมเดอร์นา มีทั้งวัคซีนบริจาค 2.5 ล้านโดส และวัคซีนที่องค์การเภสัชกรรม เป็นผู้แทนจัดหาให้ทางเอกชน2. วัคซีนแอสต้าเซเนก้า 60 ล้านโดส
3. วัคซีนไฟเซอร์ 30-50 ล้านโดส4. วัคซีนของไทย 4 สูตร ได้แก่ 4.1 วัคซีนจุฬา “ChulaCov19” โดยศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 4.2 วัคซีน “ใบยา” ของ บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ 
4.3 วัคซีน “HXP–GPOVac”  จากองค์การเภสัชกรรม ร่วมกับมหิดล  4.4 วัคซีนชนิดพ่นจมูกของทาง สวทช.  หากทั้งหมดผ่านการทดลองในปี 2565 ได้ ก็จะสามารถจะนำมาใช้ เพิ่มทางเลือกได้มากขึ้น

แอสตร้าเซนเนก้า ส่งมอบวัคซีนปี 64 ครบ 61 ล้านโดส  ปี 65 อีก 60 ล้านโดส

แอสตร้าเซนเนก้า เปิดเผยว่าได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด ให้กับกระทรวงสาธารณสุข ณ ปัจจุบันครบจำนวน 61 ล้านโดสแล้ว ตามแผนการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศไทย และจะทำการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดเพิ่มอีกจำนวน 60 ล้านโดส ให้แก่ประเทศไทยสำหรับใช้ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยจะทำการทยอยส่งมอบในปี 2565 ตามสัญญาการจัดซื้อวัคซีนที่แอสตร้าฯ และรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของ สธ. ซึ่งสามารถดำเนินการเปลี่ยนเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ได้หลังจากได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพในประเทศไทย

[Total: 1 Average: 5]

No Comments

Leave a Reply