logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

ล่าสุด !! พบไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด Omicron XE อาจมีความสามารถในการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีก 10%

Health Me Now / ข่าวสุขภาพ  / ล่าสุด !! พบไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด Omicron XE อาจมีความสามารถในการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีก 10%
4 เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย ไอเทมยอดฮิตประจำปี covid-19 คือ รักษา วัคซีน โอไมครอน โควิด เดลต้า

ล่าสุด !! พบไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด Omicron XE อาจมีความสามารถในการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีก 10%

มีรายงานจากองค์การอนามัยโลก(WHO) และหน่วยงานความมั่นคงทางสาธารณสุขของอังกฤษ(UKHSA) ว่าต้องเฝ้าจับตามองไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด Omicron XE

มีรายงานจากองค์การอนามัยโลก(WHO) และหน่วยงานความมั่นคงทางสาธารณสุขของอังกฤษ(UKHSA) ว่าต้องเฝ้าจับตามองไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด Omicron XE

ทั้งนี้เริ่มพบเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2565 และพบแล้ว 637 ราย

โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า อาจมีความสามารถในการแพร่ระบาดเร็วกว่า BA.2 เพิ่มอีก 10% ซึ่ง BA.2 ก็แพร่เร็วกว่า BA.1 อยู่แล้ว 30-40%

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปยืนยันเรื่องความสามารถในการแพร่ระบาดดังกล่าวได้ เพราะยังมีเคสน้อยเกินไป คงจะต้องเร่งเก็บตัวอย่างเพิ่มขึ้นต่อไป

ในระหว่างนี้จึงจัดให้ Omicron XE เป็นสายพันธุ์ย่อยของ Omicron ไปพลางก่อน ยังไม่มีการประกาศตั้งชื่อใหม่แต่อย่างใด

โดยไวรัสสายพันธุ์ Omicron ที่เป็นลูกผสมเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ มีพบแล้วอย่างน้อย 3 ชนิด ได้แก่

  • XD เกิดจากไวรัสสายพันธุ์เดลต้าบวกกับ BA.1 พบใน 3 ประเทศคือฝรั่งเศส เดนมาร์ก เบลเยียม จำนวน 49 ตัวอย่าง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ยังไม่มีจำนวนเพิ่มอย่างชัดเจน
  • XE เป็นลูกผสมระหว่าง BA.1 และ BA.2 โดยมีตำแหน่งที่กลายพันธุ์เพิ่มอีก 3 ตำแหน่งที่ไม่พบในสายพันธุ์เดิม พบในอังกฤษและเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 637 ตัวอย่าง และมีบางรายงานว่ามีความสามารถในการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น
  • XF เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์เดลต้ากับ BA.1 พบเฉพาะในประเทศอังกฤษ มีจำนวน 39 รายตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมเป็นต้นมา แต่หลังจาก 14 กุมภาพันธ์ 2565 ก็ยังไม่พบอีก

นอกจากนั้น ยังเคยพบลูกผสมระหว่างไวรัสอัลฟ่ากับเดลต้าจำนวน 26 ตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่น

และอัลฟ่ากับ B.1.177 ที่ประเทศสเปน แต่ไม่ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งนี้นักไวรัสวิทยาของอังกฤษให้ความเห็นว่า การตรวจด้วยพีซีอาร์และเอทีเค จะยังคงสามารถตรวจไวรัสสายพันธุ์ลูกผสม XE ได้

จึงสามารถสรุปได้ว่า

  1. ไวรัสก่อโรคโควิด มีสายพันธุ์หลักที่เปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ตั้งแต่อู่ฮั่น อัลฟ่า เบต้า แกมมา เดลต้า และโอมมิครอน เกิดการกลายพันธุ์มาโดยตลอด เนื่องจากเป็นไวรัสสายพันธุ์เดี่ยว
  2. ในครั้งนี้พบว่า ไวรัสกลายพันธุ์ลูกผสม Omicron XE อาจจะมีความสำคัญที่จะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเริ่มมีจำนวนตัวอย่างมากพอสมควร และมีข้อมูลว่าอาจแพร่ระบาดเร็วขึ้นอีก 10% แต่จะต้องติดตามต่อไปเพื่อการยืนยัน
  3. มีความเสี่ยงในประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันสูง หรือมีการระบาดกว้างขวาง เพราะจะมีไวรัสกลายพันธุ์โดยธรรมชาติเกิดขึ้นได้มาก นอกจากนั้นถ้ามีไวรัสระบาดในเวลาเดียวกันมากกว่าหนึ่งสายพันธุ์ ก็อาจจะเกิดลูกผสมขึ้นได้
  4. ควรมีการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเวลาเกิดไวรัสสายพันธุ์ลูกผสมขึ้น ถ้าชัดเจนว่าเกิดขึ้นจริงในประเทศใด เราก็จำเป็นจะต้องรีบออกมาตรการควบคุม โดยห้ามคนจากประเทศเหล่านั้นเดินทางเข้ามาในประเทศเราต่อไป
[Total: 3 Average: 5]

Leave a Reply