logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

ดูให้ออก “รักเด็ก” หรือ “โรคใคร่เด็ก” พฤติกรรมผิดปกติทางจิตที่ต้องระวัง จากเคส #เซฟแฟรี่

Health Me Now / ข่าวสุขภาพ  / ดูให้ออก “รักเด็ก” หรือ “โรคใคร่เด็ก” พฤติกรรมผิดปกติทางจิตที่ต้องระวัง จากเคส #เซฟแฟรี่

ดูให้ออก “รักเด็ก” หรือ “โรคใคร่เด็ก” พฤติกรรมผิดปกติทางจิตที่ต้องระวัง จากเคส #เซฟแฟรี่

เมื่อเด็กผู้หญิงวัยเพียง 11 ขวบถูกดาว Onlyfans เพื่อนแม่คอยมาถ่ายคลิปในเชิงคุกคาม พอใครท้วงก็ทำเป็นพูดติดตลกใส่

“โรคใคร่เด็ก” คืออะไร

โรคใคร่เด็ก (Pedophilia) คือ อาการทางจิตที่ผิดปกติที่แสดงออกว่าชอบหรือรักเด็ก แต่เป็นความรักที่เกินขอบเขต รักแบบคลั่งไคล้ ต้องการให้เด็กเป็นของตัวเอง จนนำไปสู่การนำเด็กมาเป็นเหยื่อบำบัดความใคร่ทางเพศ

ลักษณะผู้ป่วยโรคใคร่เด็ก(ไม่แสดงพฤติกรรมที่ชัดเจนและสังเกตอาการจากภายนอกได้ยาก)

– ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุ 35 – 40 ขึ้นไป

– ไม่ค่อยมีความสุขกับคู่ครองวัยเดียวกัน

– ส่วนใหญ่เกิดจากคนในครอบครัว/คนใกล้ชิด เช่น เพื่อนบ้าน/ญาติ

– พยายามเข้าใกล้เด็กด้วยวิธีการตีสนิท หลอกล่อ ให้รางวัล ให้ขนม ให้เงิน เพื่อให้เด็กเชื่อใจ/ตีสนิท

– เกิดความรู้สึก/มีจินตนาการทางเพศกับเด็กเท่านั้น

– ชอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กและทำซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งเด็กคนเดิมหรือเด็กคนใหม่

ผู้ที่มีจิตใจก้าวร้าวแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจ ชอบซื้อบริการโสเภณีเด็ก ผู้ที่เคยกระทำละเมิดทางเพศเด็กมาก่อน รวมทั้งผู้ที่มีปมด้อยเรื่องความเป็นชาย เช่น อวัยวะเพศเล็กเกินไป หรือถูกภรรยาดุด่า เป็นต้น


ใครที่มีความเสี่ยงจะตกเป็นเหยื่อ :

เด็กก่อนวัยเริ่มเจริญพันธุ์ไปถึง 13 ปี

– เด็กทารก

– เด็กอนุบาล

– เด็กประถม


รูปแบบการกระทำทางเพศกับเด็ก

– ไม่มีการสัมผัสร่างกาย

– สัมผัสร่างกายแต่ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศ

– ล่วงละเมิดทางเพศ


หมายเหตุ : ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดโทษและลงโทษโดยคำนึงถึงความผิดปกติทางจิต “โรคใคร่เด็ก” และอาจไม่เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช ผู้ทำความผิดจึงมีความผิดและรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา


เมื่อแพทย์ตรวจวินิจฉัยพบว่า ผู้กระทำผิดเป็นผู้ป่วย Pedophilia ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่มีความต้องการทางเพศสูง ศาลมักจะมีคำสั่งให้จิตแพทย์รับคนเหล่านี้ไปบำบัดอาการ เพื่อป้องกันก่อคดีซ้ำอีก เมื่อบำบัดหายแล้ว จึงกลับไปรับโทษ วิธีการบำบัดที่ใช้ได้ผลระดับหนึ่ง คือ การทำ CBT เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสติปัญญา ร่วมไปกับการใช้ยาต้านซึมเศร้า และยาลดฮอร์โมนเพศชาย (แอนตี้เอนโดรเจน) ให้ความต้องการทางเพศลดลง ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะหายจากอาการหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ป่วยด้วย


ในต่างประเทศเมื่อปี 2560 เกิดกรณีรักข้ามรุ่น ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพลักษณะคล้ายกับข่าว ผอ.โรงเรียนฉาว โดยผู้ต้องหาคือ ครูสาวชื่อ อเล็กซานเดรีย เวร่า วัย 24 ปี อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ เกรด 8 (เทียบเท่า ม.2) ของโรงเรียนมัธยมในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส ต้องไปอยู่คุกโทษฐานมีสัมพันธ์ทางเพศกับนักเรียนของเธอเอง

ศาลรัฐเทกซัสลงโทษจำคุก 30 ปี แต่ครูสาวยอมรับสารภาพข้อหาพรากผู้เยาว์ ลดโทษจำคุกเหลือ 10 ปี แม้ครูสาวให้การว่าพ่อแม่ของเด็กชายวัย 13 ปี นั้นยินยอมให้ลูกชายมาอยู่ร่วมชายคาบ้านของเธอ และมีเพศสัมพันธ์กันเกือบทุกวัน ตั้งแต่พบกันในชั้นเรียนเมื่อปี 2558 กระทั่งความแตกถูกดำเนินคดีราวเดือนมกราคม ปี 2560 แถมเธอยังตั้งครรภ์ลูกของเขาอีกด้วย โดยเธอไม่ยอมทำแท้ง

คดีนี้แม้ไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่า เธอป่วยทางจิตเป็นโรคฟิโดฟีเลียหรือไม่ แต่ในสำนวนกลับพบปมด้อยและพฤติกรรมประหลาดของครูสาวหลายอย่าง อาทิ ครูสาวมีประวัติเคยทำแท้ง อีกทั้งเมื่อได้รับประกันตัว ยังกลับไปกระทำการยั่วยวนนักเรียนชายคนเดิมที่สนามกีฬาในโรงเรียนด้วย เป็นข่าวฉาวคึกโครมไปทั่วสหรัฐ เมื่อปี 2560


สรุป #เซฟแฟรี่

เมื่อเด็กผู้หญิงวัยเพียง 11 ขวบถูกดาว Onlyfans เพื่อนแม่คอยมาถ่ายคลิปในเชิงคุกคาม พอใครท้วงก็ทำเป็นพูดติดตลกใส่

**ดาว Onlyfans ที่ว่าเป็นผู้ชายนะครับ

เริ่มจากขอแนะนำผู้คนในเรื่องราวนี้ก่อน

: คนแรก น้องแฟรี่น้องวัย 11 ขวบ

: คนที่สอง คุณเบส ดาว TikTok และ Onlyfans ผู้ชายที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคามน้อง

: คนที่สาม แม่ของน้อแฟรี่ เธอก็ทำ Onlyfans เหมือนกันเคยถ่ายคอนเทนต์ 18+ กับคุณเบสและตอนนี้ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกัน

1. เรื่องราวเริ่มจากคุณเบสและแม่ของน้องแฟรี่ ทั้งคู่ต่างก็ทำ Onlyfans เป็นของตัวเองโดยลักษณะคอนเทนต์คือจะเป็นไปในแนว 18+ และคุณเบสกับแม่ของน้องแฟรี่ก็เคยมาถ่ายงานร่วมกัน จนตอนนี้ทั้งคู่รู้จักและเป็นเพื่อนกัน

2. คุณเบสนอกจากจะโด่งดังใน Onlyfans แล้วเขายังมีฐานแฟนคลับค่อนข้างมากโดยเฉพาะใน Twitter และ TikTok

3. คุณเบสที่เป็นเพื่อนกับแม่ของน้องแฟรี่ก็มารู้จักกับน้องแฟรี่ คุณเบสชอบมาถ่ายคลิปน้องแฟรี่ไปลง TikTok ของตัวเองแล้วใส่แคปชั่นหรือมีเนื้อหาในทำนองว่า

: แฟรี่วันนี้สดชื่นจังเลยเดี๋ยวมาถ่ายคอนเทนต์ด้วยกันนะ

: แฟรี่นอนแบบสภาพไม่ไหวเลย เมื่อคืนไม่ได้นอนเลบหรอ ??

4. หลังจากที่คุณเบสนำคลิปต่างๆของแฟรี่ไปลง TikTok ก็มักจะมีแฟนคลับของคุณเบส (บางคน) มาคอมเมนท์เห็นดีเห็นงามเช่น อยากให้ถ่ายคอนเทนต์กับแฟรี่ อยากเห็นแฟรี่ในOnlyfans

5. และพอเรื่องนี้ได้รับการพูดถึงมากขึ้น ก็มีคนที่ไม่โอเคที่คุณเบสนำน้องแฟรี่มาทำคอนเทนต์ในลักษณะนี้ลงโซเชียล พร้อมกับคอมเมนท์บอกคุณเบสว่าแบบนี้มันไม่โอเคนะน้องเขา11ขวบอยู่เลยทำอะไรคิดเยอะๆหน่อย ถึงแม้น้องเขาจะเต็มใจหรือไม่ก็ไม่ควรทำอะไรแบบนี้เพราะน้องเขายังเป็นผู้เยาว์

6. แต่คุณเบสก็มักจะตอบกลับคอมเมนท์เหล่านั้นในเชิงติดตลกเหมือนไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ พร้อมบอกว่าตอนถ่ายแม่ของแฟรี่ก็อยู่ด้วยไม่มีอะไร

7. ชาวเน็ตจึงตั้งคำถามกับคุณแม่ของน้องแฟรี่ว่าทำไมถึงปล่อยให้คนอื่นมาทำอะไรแบบนี้กับลูก อ้างอิงจากทวิตเตอร์@Nick_x8 เธอได้นำภาพบทสนทนาที่มีคนทักไปถามคุณแม่และคุณแม่ได้ตอบกลับมาว่า

“บางทีเล่นมุขกันไม่ได้คิดอะไร พี่ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าทำให้เข้าใจผิดกันค่ะ”

8. จากเรื่องราวทั้งหมดจึงได้ข้อสรุปว่า ไม่มีใครรู้สึกไม่ดีหรือโกรธที่คุณแม่หรือคุณเบสจะทำ Onlyfans ร่วมกันอันนั้นมันเป็นสิทธิ์ของทั้งคู่ แต่ที่ไม่โอเคคือการเอาลูกสาววัยเพียง 11 ขวบเข้ามาเรียกกระแสหรือทำคอนเทนต์ในเชิงคุกคามอย่างนี้นั่นเอง


กฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามในเด็ก

“โรคใคร่เด็ก” (Pedophilia) หรืออาการผิดปกติทางจิตที่แสดงออกว่าชอบหรือรักเด็ก ที่เกินขอบเขต จนนำไปสู่การนำเด็กมาเป็นเหยื่อบำบัดความใคร่ทางเพศ หลังจากที่เราทำความรู้จักกันไปบ้างแล้ว เรามาลองดูกันบ้างว่าในทางกฎหมาย เราจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร?

ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดโทษและลงโทษโดยคำนึงถึงความผิดปกติทางจิต “โรคใคร่เด็ก” และอาจไม่เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยทางจิตเวชผู้ทำความผิดจึงมีความผิดและรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา แบ่งออกตามรูปแบบของการกระทำความผิดทางเพศกับเด็ก

  1. ไม่มีการสัมผัสร่างกาย เช่น เปลือยกายให้เด็กดูอวัยวะเพศ แอบดูเด็กอาบน้ำ พูดจาลวนลาม ให้เด็กดูภาพ-คลิปลามกเพื่อเร่งเร้าหรือกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
  2. สัมผัสร่างกายแต่ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศ เช่น กอด จูบ ลูบคลำอวัยวะเพศเด็กด้วยมือหรือปากให้เด็กจับอวัยวะเพศเพื่อสำเร็จความใคร่
  3. ล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากกระทำชำเราแล้วจะบังคับ ข่มขู่เด็ก ให้เก็บเป็นความลับและกระทำชำเราซ้ำๆ หรือทำร้ายร่างกายหรือฆ่า

บทลงโทษผู้ทำผิดตามกฎหมายอาญา ที่เกี่ยวกับเด็ก

#ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก

  1. “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก” เช่น คลิปวิดีโอ รูปถ่าย วัตถุหรือสิ่งอื่นที่แสดงให้รู้/เห็นการกระทำทางเพศของเด็กหรือกับเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี โดยรูป/เรื่อง/ลักษณะลามกอนาจาร และที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ : มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. ส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็ก : มีโทษ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. Upload File คลิปวิดีโอ รูปถ่าย หรือ ข้อมูลลักษณะลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ : มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#กระทำอนาจารเด็ก

  1. กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม : มีโทษจำคุก 1 – 10 ปี หรือปรับ 10,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม : มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#กระทำชำเราเด็ก

  1. กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม : มีโทษจำคุก 7 – 20 ปี และปรับ 140,000 – 400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
  2. กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม : มีโทษจำคุก 5 – 20 ปี และปรับ 100,000 – 400,000 บาท

บทลงโทษผู้ป่วยทางจิตเวชที่ทำผิดตามกฎหมาย

#ยกเว้นโทษ/ลดโทษ

กรณี กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบชั่วดี หรือ ไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีอาการจิตบกพร่อง เป็นผู้ป่วยจิตเวช หรือจิตฟั่นเฟือน : ไม่ต้องรับโทษ แต่หากพิสูจน์แล้วว่าผู้กระทำผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือ ยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง : อาจรับโทษน้อยลง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

นอกจากนี้ ศาลพิจารณาบรรเทาโทษได้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล หากมีเหตุดังต่อไปนี้

  • โฉดเขลาเบาปัญญาตกอยู่ในความทุกข์สาหัส
  • มีคุณความดีมาก่อน
  • รู้สึกผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายในความผิด
  • ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา
  • สารภาพความผิดต่อเจ้าพนักงาน

อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นสถานการณ์ที่สุ่มต่อบุตรหลานของท่าน แจ้งเหตุได้ที่

  • มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก 0-2412-1196 (ในเวลาราชการ) 
  • ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

รูปแบบของการกระทำความผิดทางเพศกับเด็ก

1. การกระทำความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก

• การครอบครอง/การส่งต่อ/การเผยแพร่ วัตถุ หรือสิ่งที่แสดงให้รู้หรือเห็นการกระทำทางเพศของเด็กหรือกับเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี เช่น รูปภาพ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ แถบบันทึกเสียง รวมถึงสิ่งที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

2. การกระทำความผิดฐานอนาจารเด็ก

• การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศต่อร่างกายผู้อื่น เช่น การสัมผัสจับต้องเนื้อตัวร่างกาย การลวนลามร่างกายในทางไม่สมควร และการกระทำ                   ให้อับอายขายหน้าในทางเพศ

3. การกระทำความผิดฐานกระทำชำเรา

• การกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

บทลงโทษตามกฎหมายอาญา

1. การกระทำความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก

• ครอบครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 287/1)

• ส่งต่อสื่อลามก มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 287/1)

• เผยแพร่สื่อลามก มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 200,000 บาท (มาตรา 287/2)

2. การกระทำความผิดฐานอนาจารเด็ก

• เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก 1 – 10 ปี หรือปรับ 10,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 279)

• เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก ไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 279)

3. การกระทำความผิดฐานกระทำชำเรา

• เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก 7 – 20 ปี และปรับ 140,000 – 400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต (มาตรา 277)

• เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก 5  – 20 ปี และปรับ 100,000 – 400,000 บาท (มาตรา 277)

บทลงโทษผู้ป่วยทางจิตเวชที่ทำผิด

1. ยกเว้นโทษ / ลดโทษ

• กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบชั่วดี / ไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีอาการจิตบกพร่อง เป็นผู้ป่วยจิตเวช หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่ต้องรับโทษ

• ถ้าพิสูจน์แล้วว่าผู้กระทำผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือ ยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง อาจรับโทษน้อยลง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

2. มีเหตุให้บรรเทาโทษ

• โง่เขลา เบาปัญญาตกอยู่ในความทุกข์สาหัส

• มีคุณความดีมาก่อน

• รู้สึกผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายในความผิด

• ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

• สารภาพความผิดต่อเจ้าพนักงาน

[Total: 7 Average: 4.9]

No Comments

Leave a Reply