เลือกใช้หน้ากากกันฝุ่นขนาดเล็กหรือ PM 2.5 ที่ได้มาตรฐานควรทิ้ง เมื่อพบว่าหายใจลำบากหรือภายในหน้ากากสกปรกหากเป็นไปได้ควรเปลี่ยนหน้ากากอันใหม่ทุกวันการสวมหน้ากากให้กระชับทั้งใบหน้า สายรัดหนึ่งสายอยู่เหนือหูและอีกสายอยู่ในหูและกดส่วนที่เป็นโลหะให้แน่นกระชับกับจมูกเลือกขนาดที่เหมาะสมครอบได้กระชับกับใบหน้า *กรณีผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือปอดควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใช้หน้ากาก 4 ขั้นตอนการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนสวมใส่หน้ากากอนามัยใส่หน้ากากอนามัยโดยให้ด้านสีเข้มอยู่ด้านนอกกดขอบลวดด้านบนให้พอดีกับสันจมูกดึงให้คลุมปลายคาง หน้ากากอนามัยแบบทางเลือก
Arsip Penulis:healthmeth
5 ต้นไม้ ปลูกไว้กรอก PM 2.5
ในช่วงวิกฤตด้านสภาพอากาศแบบนี้ การป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดครับ ซึ่งการปลูกต้นไม้จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกรองอากาศภายในบริเวณบ้านให้ดีขึ้นได้ระดับหนึ่ง หนวดปลาหมึก (Schefflera) ไทรใบเล็ก (Ficus Alii) พลูด่าง (Golden Pothos) เศรษฐีเรือนใน (Spider Plant) หมากเหลือง (Areca Palm)
PM 2.5 คืออะไร
PM 2.5 ยังเป็นมลพิษข้ามพรมแดนและปนเปื้อนอยู่ในบรรยากาศได้นาน เป็นที่รู้กันว่า PM 2.5 คือฝุ่นอันตรายไม่ว่าจะมีองค์ประกอบเคมีใดก็ตาม PM 2.5 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็งปี พศ. 2556 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO)
สถิติการรักษาในรพ.เอกชน 2562
ใน 1 ปีประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลเอกชน 68.2 ล้านคน โดยมีจำนวนการเข้าใช้บริการ 168 ล้านครั้ง/ปี โดยในจำนวนดังกล่าวนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ สถานพยาบาลของรัฐบาล 34% หรือคิดเป็น 13,090 แห่งที่เหลือ 64% เป็นของเอกชนหรือคิดเป็น 25,410 แห่ง โดยอยู่ในรูปแบบโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 347 แห่ง แบ่งเป็นโรงพยาบาลที่มี 1-50 เตียง (129 แห่ง) และ 51 เตียงขึ้นไป (218 แห่ง) โรงพยาบาลเอกชนแยกโดยรายได้ โดยรายได้ส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลเอกชนมาจาก ค่ายา 35% รายได้จากบริการทางการแพทย์ 20% การวิเคราะห์ผลจากห้องปฏิบัติการและห้องเอกซเรย์ 14% ห้องพักผู้ป่วย 9% รายได้อื่นๆ 12% ในด้านผลการดำเนินกิจการในปี 2559 พบว่า การดำเนินกิจการในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชนก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจของประเทศถึง 99,427.0 ล้านบาท ซึ่งมาจากมูลค่ารายรับจากการดำเนินกิจการ 234,327.2 ล้านบาท หักด้วยค่าใช้จ่ายขั้นกลางในการดำเนินการLanjutkanLanjutkan membaca “สถิติการรักษาในรพ.เอกชน 2562”
เพิ่มเห็ดในมื้ออาหาร ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แข็งแรง
“เห็ด” เป็นแหล่งโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุชั้นดี ยังมีสารสำคัญที่มีประโยชน์และช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย อาทิ ไตรเทอร์พีน ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือดนิวคลีโอไทด์ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสเจอมาเนียม ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด เออร์โกสเตอรอล ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน https://www.youtube.com/watch?v=Fdh3VERoThU
เมื่อจำเป็นต้องออกมานอกบ้าน จะกลับเข้าบ้านอย่างไรให้ปลอดโรค #COVIDー19
ถอดรองเท้าไว้นอกบ้าน ล้างมือก่อนเข้าบ้าน แยกของที่พกไปทำงานไว้ต่างหาก ทำความสะอาดมือถือ แว่นตาด้วยแอลกอฮอล์ รีบถอดเสื้อผ้า อาบน้ำ สระผมทันที https://www.youtube.com/watch?v=fU555CyV_Bo
3 ข้อดีเดินเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน
ด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคนทำให้มีเวลาการออกกำลังกายไม่เหมือนกัน การออกกำลังกายด้วย ‘การเดิน’ จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีของผู้ที่อยากแข็งแรง เดินเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่า แค่ ‘เดิน’ ทำให้ร่างกายและอวัยวะในร่างกายแข็งแรงได้มากแค่ไหน ช่วยให้หัวใจ ปอด และหลอดเลือดทำงานได้ดี การเดินเร็วสลับช้าจะช่วยให้หัวใจ ปอด และหลอดเลือดทำงานได้ดี เพราะร่างกายสามารถหมุนเวียนนำออกซิเจนมาใช้ได้มากขึ้น เมื่อระบบเลือดทำงานได้ดีแล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของไขมันในเลือด และควบคุมเบาหวานได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้หญิงลงถึง 31% กล้ามเนื้อได้คลายตัวและข้อต่อในร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว เมื่อเดินเป็นประจำทุกวัน วันละ 30 นาที ทำให้กล้ามเนื้อได้คลายตัวและข้อต่อในร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว เป็นการช่วยเพิ่มมวลกระดูกให้แข็งแรงมากขึ้นไปอีก ลดอาการปวดตามข้อ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคตามไขข้อได้ดี นอกจากนั้น ยังเป็นบริหารกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่ และยังเป็นการสร้างกล้ามเนื้อท้องได้อีกทางหนึ่งด้วย การเดินช่วยให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น เช่น เพิ่มสารเอนโดรฟินซึ่งช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น! แล้วยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้โอกาสที่ร่างกายป่วยลดน้อยลง ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคต้อหิน และการเดินยังช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีกว่าการวิ่งจ็อกกิ้ง ถือเป็นการลดความอ้วนอีกทางหนึ่งนั่นเอง cr. Generali Thailand https://www.youtube.com/watch?v=5h-jzoinqCQ
5 Facebook โรงพยาบาลที่มีคนติดตามมากที่สุดในโลก
ปฎิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ Social Media มีส่วนสำคัญกับชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อยอดนิยมอย่าง Facebook ที่ธุรกิจสายโรงพยาบาลและสุขภาพใช้เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตาม และอัพเดตสถานการณ์สุขภาพต่างๆ ให้ได้รู้ทัน ป้องกันได้ การมีผู้ติดตามหรือแฟนเพจ ก็เป้นอีกตัวชี้วัดหนึ่งของคุณภาพและเนื้อหาที่ดีของ Facebook Fanpage แต่ก็ยังมีตัวชี้วัดอื่นๆ เช่นการมีส่วนร่วมหรือแชร์ แบ่งปันโพสต์ดีๆ กันอีกมุมนึง มาลองดูกันสิว่าโรงพยาบาลไหนในโลกที่มีผู้ติดตามมากที่สุด อันดับ 1 โรงพยาบาล Bumrungrad ✔ 2,578,269 คนติดตามเพจนี้ เช็คอิน 866,825 ครั้ง (มากที่สุดในโลก) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือตัวแทนที่ภาคภูมิใจของคนไทยที่สามารถมีผู้ติดตาม Facebook อยู่ในกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำของโลก ประกอบกับรางวัลการันตีด้าน Social Media มากมายในไทย จนถูกยกให้เป็น โรงพยาบาลที่มี Social Media ดีที่สุดในไทย ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในโลกพยาบาลที่ดี่สุดในโลกปี 2015 และโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเอเซียปี 2018 ยังเด่นทั้งในด้าน YouTube และ Instagram อีกด้วย รางวัลที่ได้รับการยกย่องด้านความเป็นเลิศ Social Media ของสายโรงพยาบาลLanjutkanLanjutkan membaca “5 Facebook โรงพยาบาลที่มีคนติดตามมากที่สุดในโลก”
ในแต่ละมื้อควรทานอย่างไร
มื้อเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงร่างกายและสมอง ควรทานให้อิ่มอย่างพอดี เช่น เมนูข้าวกล้อง เนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนสูง ไข่ไก่ และผัก มื้อกลางวัน แม้เป็นมื้อที่เรากินได้อย่างตามใจปากแต่ก็ไม่ควรละเลยที่จะกินอาหารที่อิ่มนาน ให้แคลอรี่และไขมันต่ำ เช่น เมนูข้าว เมนูเส้น ที่มีเนื้อสัตว์ให้โปรตีนสูง และผักที่ให้กากใยและวิตามิน อาหารว่าง ระหว่างวันอาจจะเกิดอาการหิวขึ้นมาให้เลือกทานของว่างที่แคลอรี่และไขมันต่ำเช่น ถั่วประเภทต่างๆ โยเกิร์ต หรือผลไม้ มื้อเย็น ควรเป็นมื้อที่เบาๆ เพราะใกล้ถึงเวลานอน เน้นทานผัก ผลไม้และเนื้อปลา ที่ให้แคลอรี่และไขมันต่ำพร้อมทั้งยังย่อยง่าย
คอลลาเจนชะลอแก่จริงหรือไม่? ข้อควรรู้เบื้องต้นของคอลลาเจน
1.คอลลาเจนเป็นโปรตีน คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่สำคัญในร่างกาย ประกอบเป็นโครงสร้างของผิวหนัง ขน เล็บ กระดูก ข้อต่อ เนื้อเยื่ออ่อน คิดเป็นประมาณ 30% ของร่างกาย และจะเสื่อมลงเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนเป็นโปรตีน 2.ผู้ชายมีคอลลาเจนมากกว่าผู้หญิง คอลลาเจนเริ่มเสื่อมตอนอายุ 25 ปี โดยจะเสื่อมร้อยละ 30 เมื่ออายุ 45 ปี เนื่องจากผู้ชายมีความหนาแน่นของคอลลาเจนมากกว่าผู้หญิง จึงเป็นเหตุผลอธิบายที่ผู้หญิงดูแก่เร็วกว่าเมื่ออายุเท่ากัน รวมถึงสาเหตุจากการหมดประจำเดือนด้วย 3.ครีมคอลลาเจนอาจไม่ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น มีการกล่าวอ้างถึงคอลลาเจนที่เป็นรูปแบบครีมว่าช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในผิวหนัง ลดริ้วรอย แต่มีข้อมูลเพียงเล็กน้อยที่สนับสนุนความเป็นไปได้นี้ เนื่องจากขนาดโมเลกุลของคอลลเจนใหญ่เกินกว่าที่จะซึมผ่านผิวหนังได้ ครีมเหล่านั้นจึงช่วยได้แค่เพิ่มความชุ่มชื้นเท่านั้น 4.คอลลาเจนในรูปอาหารเสริม อาหารเสริมคอลลาเจนอาจช่วยบำรุงตามสรรพคุณที่กล่าวอ้าง มีงานวิจัยที่ให้ผู้หญิงอายุ 45-65 ปี จำนวน 114 คน ทานอาหารเสริมคอลลาเจนต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ พบว่ามีริ้วรอยลดลง 20% จึงผ่านกระบวนการย่อยแล้วดูดซึมที่กระเพาะอาหารกับลำไส้เล็กเหมือนกับเนื้อสัตว์และโปรตีนทั่วไป จึงเป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้ที่การทานคอลลาเจนจะส่งผลประโยชน์ไปถึงชั้นผิวหนังโดยตรง อย่างไรก็ตาม การทานอาหารเสริมคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบของกรดอะมิโน เมื่อร่างกายดูดซึมสารเหล่านี้เข้าไป ก็อาจกลายเป็นสารตั้งต้นของการสร้งคอลลาเจนได้ทางอ้อม https://www.youtube.com/watch?v=VZoOhhZRm_0
อาหาร 7 ชนิดที่ช่วยให้การตั้งครรภ์ง่ายขึ้น
อาหารที่สมดุลย์และมีประโยชน์อาจช่วยให้การเจริญพันธุ์ของทั้งในหญิงและชายดีขึ้น ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 10% ของผู้หญิงอายุระหว่าง 15- 44 ปี อาจมีปัญหารการมีบุตรยากหรือปัญหาการดูแลเรื่องระหว่างตั้งครรภ์ สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการตกไข่ ท่อนำไข่ตัน มดลูกมีปัญหา หรือผนังมดลูกหนา แต่การที่มีบุตรยากอาจไม่ใช่เกิดจากฝ่ายหญิงเท่านั้น พบว่าผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปีร้อยละ 7.5 หรือ 3.3-4.7 ล้านคนมีเชื้ออสุจิน้อยหรือคุณภาพอสุจิไม่ดี อาหารต่อไปนี้อาจช่วยให้การตั้งครรภ์ง่ายขึ้น กล้วย โพรแทสเซียมในกล้วยนอกจากจะช่วยเรื่องความดันโลหิตแล้วยังสามารถช่วยในเรื่องการมีบุตรยากด้วย กล้วยมีวิตามินบี 6 ซึ่งทำหน้าที่รักษาระดับฮอร์โมนและประจำเดือนให้เป็นปกติ หากได้รับวิตามินในปริมาณที่ไม่เพียงพออาจทำให้คุณภาพของไข่และเชื้ออสุจิไม่ดีแครอท นอกจากจะช่วยเรื่องสายตาแล้วยังสามารถเรื่องประสิทธิภาพของเชื้ออสุจิได้ การกินแครอทช่วยให้คุณภาพและปริมาณของอสุจิเพิ่มขึ้นถึง 8%ไอศกรีม ไอศกรีมไขมันเต็มช่วยเรื่องการตกไข่ในผู้หญิง งานวิจัยในวารสารฉบับหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่กินไอศกรีม 1 ก้อนอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ลดการไม่ตกไข่ถึง 33% ในทางตรงข้าม การกินไอศกรีมไขมันต่ำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีบุตรยากได้ผักใบเขียว เช่นผักโขม ผักสลัดโรเมน อะกูรูล่า บร็อกโคลี่และผักใบสีเขียวเข้มอื่น ๆ สามารถช่วยเรื่องการตกไข่และอสุจิ เนื่องจากในผักใบเขียวมีสารโฟเลทซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่ช่วยเสนิมความแข็งแรงให้อสุจิและลดการแท้งหรือปัญหาด้านพันธุกรรมได้ถั่วเลนทิว ถั่วนี้อุดมไปด้วยธาตุเหล็กผลการวิจัยหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่ได้นับธาตุเหล็กจากพืชลดการมีบุตรบากได้ถึง 40% ในขณะที่ผู้ชายที่บริโภคธาตุเหล็ก 4.1 มิลลิกรัม ต่อวันสามารถลดภาวะการมีบุตรยากได้ถึง 62% ทั้งนี้เพื่อให้การดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ควรบริโภควิตามินซีร่วมด้วยสัตว์ทะเลที่มีเปลือก เนื่องจากมีวิตามินบี 12 ช่วยทำให้เยื่อผนังมดลูก การผปฏิสนธิดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการแท้งได้ด้วย สัตว์น้ำที่มีเปลือกนี้ยังสามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระให้กับไข่และอสุจิด้วยเนื่องจากมีสารซิเลเนี่ยมและกรดไขมันที่จำเป็นขนมป้งโฮลวีท ในขนมปังโฮลวีทมีคาร์โบไฮเดรตโครงสร้างซ้อนที่ต้องใช้เวลาในการย่อย ช่วยเรื่องการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลินให้ปกติ และยังสามารถช่วยดูแลระดับฮอร์โมนสืบพันธุ์ในผู้หญิงอีกด้วย
6 มหัศจรรย์ของการยิ้ม
มีเสน่ห์ ? หลายคนที่ไม่ได้หล่อไม่ได้สวย แต่ทุกครั้งที่ยิ้ม โลกทั้งโลกสว่างไสวไปกับรอยยิ้มของเขา มีมิตรมากกว่าศัตรู ? รอยยิ้มที่จริงใจและถูกกาลเทศะ จะสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรู มีความสดชื่น ? รอยยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของอารมณ์ที่สดชื่น มีกำลัง ? เมื่อเผชิญกับปัญหา ความทุกข์ ให้ยิ้มเข้าไว้ รอยยิ้ม คือกำลังของชีวิตอย่างหนึ่งมีมุมมองที่ดี ? อุปนิสัยยิ้มแย้ม จะมองโลกในแง่ดี แม้ในเวลาที่มีปัญหา ก็จะยิ้มสู้ และพลิกปัญหาให้กลายเป็นโอกาสขึ้นมาได้เป็นผู้นำที่ดี? ถ้าคุณกำลังอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ หรือปรารถนาจะมีอำนาจ รอยยิ้มจะเป็นกุญแจไขประตูสู่ความสำเร็จนั้นเอง
การตรวจปัสสาวะและการแปลผล
การตรวจปัสสาวะเป็นการตรวจขั้นพื้นฐานที่จำเป็นและง่ายที่สุดในการประเมินหน้าที่ของไตอย่างคร่าว ๆ การเก็บปัสสาวะเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสารในปัสสาวะหรือเพาะเชื้อ วิธีเก็บปัสสาวะจะต้องเก็บอย่างถูกต้อง เก็บใน ภาชนะที่เหมาะสม (แห้งและสะอาด) อาจเป็นขวดแก้วหรือขวดพลาสติก มีช่วงเวลาในการเก็บและใช้สารรักษาสภาพที่เหมาะสม ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อการส่งตรวจอย่างมาก เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเก็บปัสสาวะ คือ เวลาหลังตื่นนอนตอนเช้าซึ่ง เป็นเวลาเก็บปัสสาวะครั้งแรกก่อนรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม (เพราะปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง) การเก็บปัสสาวะที่ถูกวิธี มีดังนี้ วิธีเก็บปัสสาวะ นิยมเก็บช่วงกลาง ๆ (Midstream urine ) ของการถ่ายปัสสาวะโดยให้ผู้ป่วยทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกก่อนหรือบอกให้ผู้ป่วยล้างก้นด้วยน้ำและสบู่แล้วใช้กระดาษซับให้แห้ง ผู้ชายให้ร่นหนังหุ้มปลายองคชาต (Prepuce) ขึ้น ส่วนผู้หญิงให้ใช้นิ้วมือแยกหรือแหวกแคมทั้งสองข้างให้แยกจากกันระหว่างถ่ายปัสสาวะ แล้วถ่ายปัสสาวะในช่วงแรกทิ้งเล็กน้อย จึงเริ่มเก็บปัสสาวะในช่วงกลางโดยไม่หยุดถ่ายลงในภาชนะ แล้วถ่ายปัสสาวะในช่วงสุดท้ายทิ้งไปไม่ควรตั้งปัสสาวะทิ้งไว้นานกว่าครึ่งชั่วโมงเพราะจะมีแบคทีเรียเพิ่มขึ้น และ pH จะกลายเป็นด่าง คาส (Cast) และเซลล์อาจสลายตัวได้ทำให้ตรวจไม่พบภาชนะที่ใช้เก็บปัสสาวะ เป็นภาชนะที่แห้งสะอาด ปราศจากสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ มีปากกว้างและมีฝาปิดมิดชิด ควรเป็นชนิดที่ใช้แล้วทิ้งเป็นภาชนะที่ใส ไม่มีสีเพื่อดูสีและความขุ่นของปัสสาวะได้สะดวกแต่ถ้ามีการตรวจสารบางชนิดที่สลายตัวเมื่อถูกแสง เช่น น้ำดียูโรบิลิโนเจน พอร์ไฟริน ควรใช้ขวดสีน้ำตาลเพื่อป้องกันแสง ส่วนขนาดของภาชนะที่ใช้ในการเก็บปัสสาวะขึ้นอยู่กับปริมาณของปัสสาวะหากเป็นการเก็บปัสสาวะครั้งเดียวใช้ภาชนะที่มีความจุประมาณ 50 – 100 มิลลิลิตร หากเป็นการเก็บปัสสาวะ 24LanjutkanLanjutkan membaca “การตรวจปัสสาวะและการแปลผล”
5 เรื่องน่า-รู้จักเครือโรงพยาบาล BDMS มากขึ้น
โรงพยาบาลกรุงเทพเป็นโรงพยาบาลแนวหน้าของประเทศไทยที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุดในอุตสาหกรรมการแพทย์ ถือเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับหุ้น BDMS ผู้ผูกขาดโรงพยาบาลไทยกันครับ
4 คุณประโยชน์น้ำข้าวต้มมัด
คุณประโยชน์ของข้าวต้มมัด แบ่งเป็น แคลเซียมช่วยต่อเติมส่วนที่สึกหลอของร่างกายแป้งในข้าวเหนียวช่วยให้ร่างกายคล่องแคล่วน้ำกระทำให้พลังงานในรูปของไขมันกล้วยช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น สูตรเด็ด ทำข้าวต้มมัด แม้ข้าวต้มมัดจะหาซื้อง่ายตามตลาด แต่ปริมาณไม่สมกับราคาเท่าไร ไส้ก็ใส่น้อยแถมถั่วดำก็นับเม็ดได้ แบบนี้มาทำกินเองสบายใจกว่าเยอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอสูตรขนมอย่างข้าวต้มมัดหรือข้าวต้มผัด มีทั้งข้าวต้มมัดไส้เผือกกับข้าวต้มมัดไส้กล้วย ใครหาใบตองไม่ได้ก็ทำเป็นข้าวต้มมัดไม่มีใบตองก็เก๋ เข้าครัวกันเลยดีกว่า ข้าวต้มมัด สูตรไม่ใช้ใบตอง ใครจะไปเชื่อว่าทำข้าวต้มมัดไม่มีใบตองก็ได้ด้วย ขอนำเสนอวิธีทำข้าวต้มมัด สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับข้าวเหนียวกับถั่วดำผัดกับกะทิจนแห้งแล้วห่อด้วยกระดาษไขพร้อมกับสอดไส้กล้วยหอม เสร็จแล้วเอาไปนึ่งจนสุกพร้อมเสิร์ฟ ส่วนผสม ข้าวต้มมัด • ข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง (แช่ทิ้งไว้ข้ามคืน) • กะทิ 800 มิลลิลิตร • เกลือ 1 ช้อนชา • ถั่วดำ 1 ถ้วยตวง (แช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน) • น้ำตาลทรายLanjutkanLanjutkan membaca “4 คุณประโยชน์น้ำข้าวต้มมัด”