วันที่ 26 ธันวาคม 2563 แหล่งข่าวจากจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยองกำลังประชุมอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 37 คน จากการไปเที่ยวบ่อนการพนันในอ.เมืองระยอง และมาบตาพุด ซึ่งมีห้องคับแคบแออัด และอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่อันตราย หวั่นจะเกิดแพร่ระบาดใหญ่คล้ายกรณีสนามมวย ทั้งนี้คาดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดระยองจะแถลงข่าวหลังประชุมเสร็จวันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยวถึงการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในกลุ่มก้อนใหม่ (Cluster) ใน จ.ระยอง จากการรายงานเบื้องต้นใน จ.ระยอง พบกลุ่มผู้ติดเชื้อจากการไปพื้นที่เสี่ยง คาดว่าเป็นการเล่นพนัน แต่ยังไม่ทราบว่าถูกหรือผิดกฎหมาย รวม 9 ราย และรอผลอีก 4 รายขณะนี้ทีมงานได้ลงไปสอบสวนและควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นในกลุ่มนี้มีกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ คือ กิจกรรมที่อยู่ในห้องพื้นที่จำกัด อากาศไม่ถ่ายเท มีการตะโกนเสียงดัง ใกล้ชิดกันจำนวนมาก มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อสูง ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวประกอบด้วยรายที่ 1 หญิง 55 ปีรายที่ 2 หญิง 51 ปีLanjutkanLanjutkan membaca “COVID-19: ระยองพบติดเชื้อเพิ่ม 37 ราย จากบ่อนพนันในอ.เมืองระยอง และมาบตาพุด”
Arsip Kategori: Berita kesehatan
Pilihan Makanan: Aplikasi Alat Pemindaian Nutrisi Membantu anak-anak Thailand jauh dari obesitas
Aplikasi FoodChoice dapat dianggap sebagai alat untuk mendidik ahli gizi. Saat memindai kode batang dari suatu produk Informasi pada label nutrisi disajikan dalam format yang mudah dipahami. Bantu konsumen membuat keputusan Bandingkan dan belanja produk yang sama dengan cepat. Data produk diurutkan menurut kriteria seperti energi, gula, natrium, lemak, lemak jenuh dan protein. warna produk sehingga pengguna dapat memilih untuk mengkonsumsi danLanjutkanLanjutkan membaca “Pilihan Makanan: Aplikasi Alat Pemindaian Nutrisi Membantu anak-anak Thailand jauh dari obesitas”
Rokok elektrik: Akademisi membuka bisnis menunjukkan konsekuensi kesehatan yang sangat besar
Para ilmuwan menunjukkan bahaya zat dalam rokok elektrik Ini lebih adiktif daripada heroin, alkohol dan mariyuana Industri tahu tapi menyembunyikannya. Sementara bir non-alkohol memanfaatkan strategi untuk menciptakan DNA merek yang tersembunyi dalam iklan. Membuka jalan bagi peminum baru, meminta negara untuk menjaga mereka Pada tanggal 21 Agustus 2019 di Hotel Mandarin dalam diskusi panel “Dari E-Cigarettes to Non-AlcoholicLanjutkanLanjutkan membaca “Rokok elektrik: Akademisi membuka bisnis menunjukkan konsekuensi kesehatan yang sangat besar”
APPEER: Luncurkan aplikasi. Meningkatkan layanan psikiatri
Asosiasi Ikatan Keluarga Departemen Kesehatan Jiwa Rumah Sakit Srithanya dan Pfizer Thailand Foundation meluncurkan “APPEER”, sebuah aplikasi media untuk mengakses informasi tentang rehabilitasi kesehatan. layanan kesehatan mental baru Pada tanggal 15 Oktober di RS Srithanya, Dr. Chumapat Phromsida, Wakil Direktur Jenderal Departemen Kesehatan Jiwa memimpin upacara pembukaan konferensi akademik 2020 “Pemberdayaan Berkelanjutan dan Harapan” Konferensi Jaringan Psikososial PemberdayaanLanjutkanLanjutkan membaca “APPEER: Luncurkan aplikasi. Meningkatkan layanan psikiatri”
COVID-19: เปิดผลวิจัยล่าสุดชี้ วัคซีน ‘ซิโนแวค’ 3 เข็ม ไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการป้องกันไวรัสโอไมครอน
มหาวิทยาลัยฮ่องกงเปิดผลวิจัยล่าสุดชี้ วัคซีน ‘ซิโนแวค’ 3 เข็ม ไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการป้องกันไวรัสโอไมครอน แนะผู้ได้รับวัคซีนของซิโนแวคครบ 2 เข็ม ฉีดเข็มกระตุ้นเป็นยี่ห้ออื่นแทน วันที่ 24 ธ.ค. 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มหาวิทยาลัยฮ่องกงและมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงเผยผลการวิจัยระบุว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ยี่ห้อ ‘โคโรนาแวค’ ของบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค จำนวน 2 เข็ม และฉีดวัคซีนยี่ห้อเดียวกันเป็นเข็มบูสเตอร์เพิ่มอีก 1 เข็ม ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน เนื่องจากไม่สามารถผลิตแอนติบอดีที่เป็นกลางได้มากพอสำหรับการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทั้งนี้ นักวิจัยได้แนะนำให้ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว ควรรับวัคซีนเข็ม 3 เป็นยี่ห้ออื่นแทน เช่น วัคซีนชนิด mRNA ของไฟเซอร์และไบโอเอนเทค เพื่อเพิ่มระดับแอนติบอดีให้เพียงพอสำหรับการป้องกันไวรัสโอไมครอน มาลิก ปีริส และเดวิด ฮุย สองนักวิจัยที่ร่วมทำการทดลองในครั้งนี้ระบุว่า จากการตรวจสอบระดับแอนติบอดีที่เป็นกลางในเลือดของผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคจำนวน 2 เข็ม และ 3 เข็ม พบว่า ระดับแอนติบอดีที่เป็นกลาง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันไวรัสโอไมครอนนั้นมีน้อยเกินไปLanjutkanLanjutkan membaca “COVID-19: เปิดผลวิจัยล่าสุดชี้ วัคซีน ‘ซิโนแวค’ 3 เข็ม ไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการป้องกันไวรัสโอไมครอน”
COVID-19: เมื่อพืช “ผัก” ช่วยคุณจากโควิดได้
สายกินเพื่อสุขภาพขอเชิญมารวมกันตรงนี้ และชวนเพื่อนๆ ของคุณมาร่วมด้วยนะคะ คุณมาถูกทางแล้วค่ะ งานวิจัยในหลายประเทศพบว่า การกินพืชผัก ผลไม้ที่หลายหลากเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า “การกินแพล้นท์เบสด์” (Plant-based diet) เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อต้านการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ รวมถึงเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยค่ะ การวิจัยในหมู่บุคลากรทางการแพทย์ใน 6 ประเทศบ่งชี้ว่าการกินอาหารที่เน้นพืชผักเป็นหลักไม่เพียงแต่จะช่วยให้สุขภาพดีโดยรวมเท่านั้นแต่ยังมีผลต่ออาการของผู้ที่ได้รับเชื้อโควิดด้วย เพราะผลของการวิจัยปรากฏว่ายิ่งกินอาหารที่มาจากพืชผักเป็นสัดส่วนมากเท่าไหร่อาการก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ในขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่เน้นการกินโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำโดยไม่ได้เพิ่มพืชผักที่มีเส้นใยอาหารกลับมีอาการแย่ลง การกิน ‘Plant-based diet’ คืออะไร? หากจะพูดถึงคำว่า Plant-based diet นั้น อาจเป็นอะไรที่ดูแปลกใหม่อยู่ไม่น้อยนะคะ แต่จริงๆ แล้วหากใครที่คุ้นชินกับการ ‘กินเจ’ หรือ ‘กินมังสวิรัติ’ ก็อาจจะเคยเห็นเมนูอาหารจากผลิตภัณฑ์โปรตีนเกษตร เช่น หมูแดงเจ ขาหมูเจ หรือลูกชิ้นเจ มาบ้างใช่ไหมคะ แต่ Plant-based diet นั้นถูกนิยามให้กว้างกว่านั้นค่ะ Plant-based diet คือ การกินพืชผัก ผลไม้เป็นหลัก หรืออาหารที่มาจากการสกัดจากพืชประมาณ 95% ค่ะ อาหารเหล่านี้ให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างดี เสมือนกินผักLanjutkanLanjutkan membaca “COVID-19: เมื่อพืช “ผัก” ช่วยคุณจากโควิดได้”
COVID-19: EU เตรียมรับมือกับการระบาดของ Omicron อย่างไร
แม้ว่าคำถามมากมายเกี่ยวกับไวรัสตัวกลายพันธุ์ใหม่ยังไม่ชัดเจน แต่ทางเบอร์ลินและบรัสเซลส์พยายามที่จะเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตนในอดีต และรอบนี้ต้องการจะเตรียมอาวุธรับมือให้ตัวเองรอบนี้ได้อย่างทันท่วงที โดยคราวนี้การฉีดวัคซีนควรจะดำเนินไปได้เร็วกว่าเดิม ถึงแม้ว่า จะยังมีเครื่องหมายคำถามมากมายเกี่ยวกับ Omicron ที่ยังไม่มีคำตอบ อย่างไรก็ตามที่ชัดเจนแล้ว ก็คือ ไวรัสตัวนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ในแอฟริกาใต้ซึ่งตรวจพบการกลายพันธุ์ครั้งแรก ไวรัสตัวนี้ได้เข้ามาครอบงำกระบวนการติดเชื้อไปแล้ว แม้ว่าในเยอรมนี จะยังคงมีการยืนยันเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นจนถึงปัจจุบัน แต่นักไวรัสวิทยาชั้นนำระดับโลกเช่น Christian Drosten คาดว่า สัดส่วนของไวรัสตัวนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศนี้เช่นกัน โดยให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ NDR-Info ไว้ว่า “ผมคิดว่าเราจะมีปัญหากับ Omicron ในเยอรมนีตั้งแต่เดือนมกราคม” ถ้า Omicron “เข้าควบคุม” คลื่นของการติดเชื้อก็ไม่ต้องหวังอีกต่อไปว่า การระบาดใหญ่จะจบลงภายในเทศกาลอีสเตอร์ปีหน้านี้ดังนั้นนักการเมืองต่างๆจึงพยายามที่จะหาอาวุธอย่างดีที่สุดที่จะต่อต้านการแพร่กระจายของไวรัสใหม่ตัวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ของเยอรมัน Karl Lauterbach (SPD) ได้ให้คำมั่นว่า จะกำจัดไวรัสดังกล่าว หรืออย่างน้อยก็จะต้องรีบเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมกับการต่อสู้แทนที่จะวิ่งตามเหตุการณ์เสมอ ที่สำคัญที่สุด การเตรียมพร้อมหมายถึงการมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ โชคดี ก็คือ การพัฒนาวัคซีนป้องกัน Omicron ณ ปัจจุบันดูเหมือนจะไม่ซับซ้อนอีกต่อไปสำหรับนักวิจัย ทั้ง Biontech และ Moderna กำลังอยู่ในขั้นตอนของการ “สร้าง” โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับไวรัสตัวนี้ขึ้นใหม่ โดยวงในอุตสาหกรรมนี้มีความเห็นว่า “อุปสรรคนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถแก้ได้LanjutkanLanjutkan membaca “COVID-19: EU เตรียมรับมือกับการระบาดของ Omicron อย่างไร”
COVID-19: WHO แนะนำวัคซีนไขว้ อิงผลวิจัยทั่วโลกรวมไทย หมอยงชี้นานาประเทศต้องปรับให้เหมาะสม
คำแนะนำสำหรับกำหนดการวัคซีน COVID-19 ที่ต่างชนิดกัน รวมรายงานจากทีมวิจัยไทย ทำการศึกษาการใช้วัคซีนโควิดต่างชนิดกัน ในกรอบการใช้วัคซีน 3 ประเภท ที่ WHO อนุมัติ คือ วัคซีนเชื้อตาย วัคซีนเวคเตอร์ และวัคซีน mRNA 16 ธันวาคม 2564 องค์การอนามัยโลก WHO เผยแพร่เอกสาร 18 หน้า “Interim recommendations for heterologous COVID-19 vaccine schedules” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “คำแนะนำสำหรับกำหนดการวัคซีน COVID-19 ที่ต่างชนิดกัน” รายงานได้สรุปจากงานวิจัยจากประเทศต่างๆ ได้แก่ เดนมาร์ค แคนาดา สวีเดน นอร์เวย์ สเปน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ บาห์เรน ชิลี อินเดีย ไทย ตุรกี จีน สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนีLanjutkanLanjutkan membaca “COVID-19: WHO แนะนำวัคซีนไขว้ อิงผลวิจัยทั่วโลกรวมไทย หมอยงชี้นานาประเทศต้องปรับให้เหมาะสม”
COVID-19: โรงพยาบาลขอนแก่นราม มีวัคซีนโมเดอร์นา พร้อมฉีดได้ทันที ตั้งแต่ 20 ธันวาคม 64 เป็นต้นไป
สำหรับท่านที่ประสงค์ จะรับวัคซีน Moderna แบบไม่ต้องรอนาน **พร้อมระบบการจัดการที่ดี ก่อนฉีด**แจ้งความประสงค์ตอนนี้”พร้อมฉีดได้เลยทันทีในวันจันทร์ที่20ธันวาคม 2564 เวลา 8.30น. เป็นต้นไป” สามารถติดต่อสอบถามและจองคิว ที่ เบอร์ 061-0270777 หรือ inbox เข้ามาในfacebookรพหรือ line official รพ ที่ id: @kkram⚡ด่วน รับจำนวนจำกัด ราคา 1,650.- บาท / 1 เข็ม / ท่าน3,300.- บาท / 2 เข็ม / ท่าน *ราคารวมค่าบริการ ค่าสังเกตอาการ และประกันแล้ว
COVID-19: “โอไมครอน” ท่าอิฐ นนทบุรีตรวจเจอ 6 ราย กลับจากแสวงบุญที่เมกกะ
อบต.ท่าอิฐแจ้งเจอผู้ติดเชื้อ “โอไมครอน” เพิ่มอีก 6 ราย กลับมาจากแสวงบุญที่นครเมกกะ เร่งสอบสวนโรคเพิ่มเติมก่อนระบาดเป็นวงกว้าง นายปรีดา เชื้อผู้ดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิฐ ได้แจ้งว่า ที่ผ่านมามีลูกบ้านที่ไปแสวงบุญนครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย พร้อมทั้งมีการตรวจหาเชื่อโควิด-19 และพบว่ามีการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” จำนวน 6 คน อย่างไรก็ตาม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ได้ประสานกรมควบคุมโรค ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ พบว่า มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดจาก ซาอุดิอาระเบียจริง จำนวน 6 คน จากจำนวนคนท่าอิฐ 14 คน โดยผู้ป่วยกักตัวที่ SQ ทั้งหมด ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ไม่พบเชื้อให้กลับมาบ้าน ได้ให้ติดตามผู้สัมผัสทั้งหมดมากักตัว สำหรับคณะที่เดินทางแสวงบุญจากประเทศซาอุดิอาราเบีย ประมาณ 30 ราย มาถึงสนามบิน วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2564 เวลา 12.45 น. ทั้งคณะเข้าพัก ที่ Zayn Hotel Bangkok ศรีนครินทร์ 1 คืนเพื่อตรวจหาเชื้อLanjutkanLanjutkan membaca “COVID-19: “โอไมครอน” ท่าอิฐ นนทบุรีตรวจเจอ 6 ราย กลับจากแสวงบุญที่เมกกะ”
โรงพยาบาลอัจฉริยะ: 4 ปัจจัยหลักที่ควรพัฒนา เพื่อยกระดับ Smart Healthcare ในประเทศไทย
Smart Healthcare คือ ระบบการดูแลสุขภาพอัจฉริยะที่มีการนำเอาเทคโนโลยี Iot (Internet of Things) เข้ามาใช้ โดยจะมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันโดยที่มีการควบคุมสั่งการโดยมนุษย์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น และเชื่อมโยงผู้คน อุปกรณ์ และสถาบันด้านการดูแลสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพและสนองตอบต่อความต้องการทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถ้าหากมองให้ลึกจะพบว่า Smart Healthcare นั้นจะไม่ใช่เพียงแค่ระบบการดูแลสุขภาพด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะเท่านั้น แต่จะต้องเป็นการเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์แบบยุคดิจิตอล ด้วยระบบ Iot และการบริการด้านสุขภาพบนคลาวด์ ซึ่งสิ่งที่ควรจะได้รับการยกระดับด้าน Smart Healthcare ในประเทศไทย มี 4 ปัจจัยดังนี้ 1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับระบบการทำงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับงาน ถือเป็นด่านแรกที่จะต้องพบเจอ เพราะระบบการแพทย์และพยาบาลนั้นถือเป็นระบบที่มีมาตรฐานแบบเดิม ที่ถูกวางเอาไว้อย่างสมบูรณ์ และปฏิบัติยึดถือกันมาจนเป็นระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน ซึ่งการที่จะปรับเปลี่ยนระบบใหม่เข้าไปนั้นมักจะเกิดปัญหา โดยเฉพาะในด้านของการจัดเก็บข้อมูลและในส่วนของทางการแพทย์ก็ไม่สามารถที่จะนำเอาข้อมูลเหล่านั้นออกมาวิเคราะห์ได้ดั่งเช่นในระบบเดิมที่ทุก ๆ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างคุ้นเคย ซึ่งแพทย์เองจะโฟกัสในเรื่องของการรักษาคนไข้เป็นหลัก และถือเป็นภาระงานที่สำคัญที่สุด ดังนั้นในส่วนของเทคโนโลยีจะต้องแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถที่จะช่วยส่งเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และต้องแสดงให้เป็นประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม 2. การรักษาแบบ Smart Healrhcare Smart Healthcare ในประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นไปในลักษณะของการติดตามและเฝ้าระวังผู้ป่วยเท่านั้น แต่สำหรับแนวทางการรักษาแบบ SmartLanjutkanLanjutkan membaca “โรงพยาบาลอัจฉริยะ: 4 ปัจจัยหลักที่ควรพัฒนา เพื่อยกระดับ Smart Healthcare ในประเทศไทย”
โรงเรียนทางการแพทย์ที่ดีที่สุดในจีน
ปักกิ่ง, 25 ส.ค. (ซินหัว) — สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จีนเปิดเผยอันดับรายชื่อโรงพยาบาลในประเทศกว่า 1,600 แห่งและวิทยาลัยการแพทย์กว่า 100 แห่ง ประจำปี 2019 โดยพิจารณาจากความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขององค์กร วิทยาลัยการแพทย์สามอันดับแรก ได้แก่ วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง คณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง เกณฑ์การประเมินวิทยาลัยการแพทย์นั้นมุ่งเน้นไปที่จุดแข็งด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมของพวกเขา มากกว่าจะพึ่งพางานวิจัยตีพิมพ์เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ การประพฤติมิชอบทางการวิจัยก็มีส่วนสำคัญในการประเมินผลเช่นกัน
ระบบการดูแลสุขภาพในสหรัฐอเมริกา
สถานพยาบาลในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่เป็นของเอกชน การประกันสุขภาพในสหรัฐอเมริกาเป็นหลักโดยผ่านนายจ้าง อิสระผ่านการซื้อของส่วนตัว หรือผ่านโครงการของรัฐบาล บริการดูแลสุขภาพที่มีต้นทุนต่ำและไม่เสียค่าใช้จ่ายบางอย่างมีอยู่ผ่านองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร องค์กรการกุศล และโครงการที่ได้รับทุนสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนจากต่างประเทศควรทำประกันเสมอเมื่อมาเยือนสหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายในการรักษาเหตุฉุกเฉินที่ร้ายแรงอาจสูงอย่างร้ายแรง ค่าใช้จ่ายในการรับบริการทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกานั้นสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ซึ่งสมเหตุสมผลที่จะทำประกันเมื่อมาเยือนประเทศ สหรัฐอเมริกาเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยที่ดีที่สุดในโลก โรงพยาบาลรักษาด้านบนของพวกเขารวมถึงเมโยคลินิก , คลีฟแลนด์คลินิก , โรงพยาบาลจอห์นส์ฮอปกินส์ , ศูนย์การแพทย์ยูซีแอลและแมสซาชูเซตโรงพยาบาลทั่วไป สหรัฐอเมริกายังมีโรงพยาบาลที่มีอันดับสูงที่สุดในโลกในด้านการรักษาโรคมะเร็ง การดูแลหัวใจ และเวชศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ มีโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ศูนย์ศัลยกรรม คลินิกดูแลฉุกเฉิน และคลินิกเฉพาะทางมากมายในเมืองใหญ่ ในชุมชนขนาดเล็ก ทางเลือกในการดูแลมีจำกัด และอาจรวมถึงทุกอย่างตั้งแต่โรงพยาบาลในมณฑล ไปจนถึงคลินิกดูแลชุมชนที่ดำเนินการโดยพยาบาลวิชาชีพ ไปจนถึงบริการสุขภาพทางไกล ร้านขายยา วัคซีน และยารักษาโรคในอเมริกา 35% ของร้านขายยาในสหรัฐอเมริกาเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เป็นอิสระ ร้านขายยาที่เหลือตั้งอยู่ภายในโรงงานอื่นๆ รวมถึงร้านขายยา (แม้ว่าคำว่า “ร้านขายยา” และ “ร้านขายยา” จะใช้แทนกันได้) คลินิก ร้านขายของชำ และโรงพยาบาล ร้านขายยาเหล่านี้เป็นของร้านค้าแบรนด์ในเครือจำนวนมาก เช่น Walgreens และ CVS การตรวจสอบล่าสุดแสดงให้เห็นว่า 37% ของใบสั่งยาในสหรัฐอเมริกาถูกกรอกโดยการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ ยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ทั่วไปมีจำหน่ายในสภาพแวดล้อมการค้าปลีกส่วนใหญ่ รวมถึงร้านขายของชำและปั๊มน้ำมัน ร้านขายยาในสหรัฐอเมริกามักมีศูนย์ “ร้านค้าครบวงจร” ไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ร้านขายยาในเครือรายใหญ่มีแบรนด์ยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์เป็นของตัวเอง ซึ่งคุณอาจเห็นบนชั้นวางถัดจากชื่อแบรนด์ที่มีราคาแพงกว่า หากคุณกำลังซื้อยาแก้ปวดทั่วไปหรือยารักษาโรคภูมิแพ้ ให้ถามทีมร้านขายยาว่า พวกเขามีราคาไม่แพงเทียบเท่าทั่วไป โปรดทราบว่าเจ้าหน้าที่ร้านขายยาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านเภสัชวิทยา หากคุณมีคำถามทางการแพทย์ คุณต้องถามเภสัชกรหรือผู้ช่วยของเขา ไม่ใช่แค่พนักงานของร้าน ใบสั่งยาในสหรัฐอเมริกาต้องใช้เวลา “เติม” หลายนาทีถึงหลายชั่วโมง มีเวลาเหลือเฟือในการเลือกซื้อสินค้า ทำกิจวัตรประจำวันให้เสร็จ และใช้บริการฟรีอื่นๆ เช่นLanjutkanLanjutkan membaca “ระบบการดูแลสุขภาพในสหรัฐอเมริกา”
ระบบการดูแลสุขภาพในเม็กซิโก
โดยรวมแล้วระบบการรักษาพยาบาลในเม็กซิโกมีมาตรฐานที่ดีและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลสุขภาพเป็นเมืองที่มีราคาไม่แพงและโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีโรงพยาบาลและคลินิกที่ยอดเยี่ยม แพทย์ชาวเม็กซิกันจำนวนมากไปโรงเรียนแพทย์หรือเข้ารับการฝึกอบรมพิเศษในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป ด้วยเหตุนี้ มีแพทย์จำนวนมากที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม และที่น่าสังเกตคือ หลายคนยังคงไปเยี่ยมบ้าน ซึ่งเป็นยาที่หายากในการแพทย์แผนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถจ่ายได้มากไปกว่าการดูแลขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกัน รัฐบาลเม็กซิโกมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลต่อหัวที่ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศในกลุ่ม OECD ทั้งหมด ระบบการดูแลสุขภาพในเม็กซิโก: 3 Tiers การดูแลสุขภาพในเม็กซิโกจัดส่งผ่านระบบ 3 ระดับ IMSS โครงการประกันสังคมของเม็กซิโกเรียกว่า IMSS ครอบคลุมพนักงานในภาครัฐและเอกชน กล่าวโดยสรุป หากคุณทำงานให้กับบริษัทในเม็กซิโก คุณจะมีคุณภาพโดยตรงสำหรับความคุ้มครองทางการแพทย์ภายใต้ IMSS ค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของพนักงานมาจากเช็คเงินเดือนโดยตรง พนักงาน HR ในที่ทำงานทำงานเอกสารทั้งหมด ทำให้การเข้าร่วม IMSS เป็นเรื่องง่าย ค่าความคุ้มครองผ่าน IMSS มีราคาไม่แพงมาก โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 500 เหรียญสหรัฐต่อปี Seguro ยอดนิยม ทางเลือกที่สองสำหรับการเข้าร่วมในระบบประกันสุขภาพของประเทศคือโปรแกรม Seguro Popular Seguro Popular ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสำหรับผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติสำหรับระดับ IMSS ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการเงินหรือเนื่องจากเงื่อนไขที่มีอยู่ก่อน ผู้ที่ได้รับการคุ้มครองโดย Seguro Popular นั้นส่วนใหญ่เป็นคนว่างงาน คนเร่ร่อน และผู้ที่มีโรคประจำตัว ในทางทฤษฎี ระหว่าง Seguro Popular และ IMSS ทุกคนในเม็กซิโกควรได้รับการคุ้มครองผ่านระบบสาธารณะในราคาที่พวกเขาสามารถจ่ายได้ ประกันภัยเอกชน ระดับสุดท้ายในระบบการดูแลสุขภาพของเม็กซิโกนั้นให้บริการผ่านการประกันของเอกชน นี่เป็นตัวเลือกที่พึงประสงค์สำหรับหลาย ๆ คนเนื่องจากระบบการรักษาพยาบาลส่วนตัวให้ความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามมันมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับระบบสาธารณะLanjutkanLanjutkan membaca “ระบบการดูแลสุขภาพในเม็กซิโก”
ระบบการดูแลสุขภาพของโคลอมเบีย
ภาพรวมของระบบการดูแลสุขภาพของโคลอมเบีย ระบบการรักษาพยาบาลของโคลอมเบียเป็นระบบที่ดีที่สุดในโลก องค์การอนามัยโลกจัดอันดับเป็นที่ 22 ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกเหนือแคนาดา, สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โรงพยาบาลของโคลอมเบียเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Medellin มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุดในละตินอเมริกา เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะจุดหมายปลายทางของการทำศัลยกรรมความงามและการปลูกถ่าย แพทย์ชาวโคลอมเบียได้รับการศึกษาที่ยอดเยี่ยมและหลายคนได้รับการฝึกอบรมในต่างประเทศ เป็นเรื่องปกติที่แพทย์จะพูดได้สองภาษาในภาษาสเปนและอังกฤษ ระบบการรักษาพยาบาลของโคลอมเบียดำเนินแผนประกันสุขภาพสาธารณะที่เรียกว่า Entidades Promotoras de Salud (EPS) EPS, Entidades Promotoras de Salud บริหารงานโดยบริษัทประกันภัยหลายแห่ง เช่น SURA, Comfenalco และ Coomeva โปรแกรม EPS มีให้สำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคนในราคาประหยัด ตัวอย่างเช่น เบี้ยประกันสำหรับผู้เกษียณอายุคือ 12% ของรายได้บำนาญที่ประกาศไว้ อีกทั้งไม่มีการจำกัดอายุสูงสุดในการสมัครความคุ้มครอง EPS โคลัมเบียมีการดูแลสุขภาพถ้วนหน้าหรือไม่? ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ระบบการรักษาพยาบาลของโคลอมเบียเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญเหล่านั้นคือการปฏิรูปในปี 2536 เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของเงินทุนด้านสาธารณสุขที่เป็นสากล ตั้งแต่นั้นมา พนักงานก็มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้กับแผนประกันสุขภาพ ซึ่งนายจ้างก็มีส่วนร่วมด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงขยายความคุ้มครองด้านสาธารณสุขจากน้อยกว่า 21% ของประชากรก่อนปี 2536 เป็น 65% ในเวลาเพียง 10 ปี การปฏิรูปเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของประเทศเมื่อต้นปี 2534 ในช่วงเวลานั้น ได้มีการนำร่างกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมาย 100 มาใช้ มีหน้าที่รับผิดชอบในการขยายความคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าไปสู่ประชากรในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทความของกฎหมาย 100LanjutkanLanjutkan membaca “ระบบการดูแลสุขภาพของโคลอมเบีย”