ไบโพลาร์: ทำความรู้จักโรคนี้ กับ ปัญหาการใช้ความรุนแรง แตกต่างอย่างไร

อธิบดีกรมสุขภาพจิตเผยข้อมูลอาการ “ไบโพลาร์” การใช้ความรุนแรง หงุดหงิดง่ายไม่ใช่อาการเด่น ส่วนใหญ่คนที่ใช้ความรุนแรง มักควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ที่น่าห่วงปัจจุบันมีคนกลุ่มควบคุมอารมณ์โกรธตัวเองไม่ดี จนมีการใช้ความรุนแรง สร้างผลกระทบทั้งตนเองและผู้อื่น แนะปรึกษาจิตแพทย์ โทรสายด่วน 1323 ประเมินอาการและเข้าสู่การบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม อาการไบโพลาร์ มักไม่พบการใช้ความรุนแรงเป็นหลัก แต่จะมีอาการแมนเนียร์สลับกับภาวะเศร้า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ Hfocus ถึงโรคไบโพลาร์ ว่า โดยหลักการจะมีภาวะอารมณ์ที่เป็นแบบสองขั้ว แต่ไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกัน บางครั้งอาจแปรปรวนมาก แต่บางช่วงอาจป่วยภาวะซึมเศร้า หรือบางช่วงกลับเป็นคนละด้านของอารมณ์ อย่างคนเป็นโรคซึมเศร้า จะมีอารมณ์เศร้าอย่างเดียว แต่กรณีนี้จะมีแมนเนียร์ คืออีกขั้ว แบบไม่หลับไม่นอน พูดมาก พูดเร็ว ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย บางคนใช้เงินหมดในวันเดียว ครึกครื้น บางรายมีอารมณ์ทางเพศเพิ่มขึ้นก็มี เนื่องจากครึกครื้นตลอด ส่วนอาการที่บอกว่าจะหงุดหงิดง่ายนั้น อาจไม่ใช่อาการเด่นของไบโพลาร์ หรือการใช้ความรุนแรงก็ไม่ใช่อาการเด่น อาจมีบ้างแต่น้อย ดังนั้น ไบโพลาร์ ที่ไปทำร้ายคนอื่นไม่ค่อยพบมาก แต่จะเป็นแมนเนียร์อย่างที่กล่าวมามากกว่า จึงไม่สามารถนำหนึ่งพฤติกรรมมาอธิบายว่าเป็นอะไรกันแน่ เพราะต้องอยู่ที่กระบวนการทางการแพทย์วินิจฉัย พญ.พรรณพิมล เมื่อถามว่าอ่านเพิ่มเติม "ไบโพลาร์: ทำความรู้จักโรคนี้ กับ ปัญหาการใช้ความรุนแรง แตกต่างอย่างไร"

สีของอุจจาระ บอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

อุจจาระ ที่เราขับถ่ายออกมาในทุกๆ วันนั้น มันไม่ใช่แค่ของสกปรกที่เราต้องเบือนหน้าหนีทุกครั้ง แต่เราควรลองสังเกตอุจจาระของเราดูบ้าง ทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งขนาด สามารถบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพของเราได้มากมาย และหากพบความผิดปกติ หรือพบสิ่งน่าสงสัย ก็ไม่ควรดูดาย รีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในร่างกายก็ได้ อุจจาระแข็ง และเป็นเม็ดกลมๆ เล็กๆ  นั่นแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำและไฟเบอร์ไม่เพียงพอที่จะกำจัดของเสีย และก้อนอุจจาระนั้นอาจอยู่ในร่างกายของเรานานเกินไป วิธีแก้ไขก็คือ เพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน และเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีเส้นใย หรือไฟเบอร์อุจจาระมีสีดำ สีอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติภายในร่างกาย เช่นมีเลือดออก หากสีที่เห็นเป็นสีเข้ม ไม่เหมือนสีของเลือดสดๆ นั่นอาจจะบ่งบอกได้ว่า เกิดปัญหาในระบบการย่อยอาหาร หรืออาจเป็นผลกระทบจากการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก หรือจากยาบางชนิดที่รับประทานเข้าไป แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพบความผิดปกตินี้ ควรปรึกษาแพทย์ถ่ายเหลว แต่ไม่ถึงกับท้องเสีย ความผิดปกตินี้ อาจเกิดจากการรับประทานอาหาร ไม่จำเป็นว่าจะเป็นอาหารที่บูดหรือเน่าเสีย แต่เป็นเพียงแค่อาหารบางอย่างที่รบกวนระบบการย่อยของร่างกาย ทำให้ร่างกายสร้างมูก หรือเมือกขึ้นมา และทำให้อุจจาระเหลวกว่าปกติได้ อาหารที่อาจทำให้มีการถ่ายเหลวได้นั้น อาจเป็นอาหารจำพวกนม ไข่ และกลูเตน ก็ได้อุจจาระมีกลิ่นเหม็นมาก เหม็นกว่าปกติ นั่นอาจะเป็นเพราะอุจจาระนั่น อยู่ในร่างกายนานเกินกว่าที่ควรจะเป็น ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ แบคทีเรียในลำไส้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นจากการหมักหมม วิธีแก้ก็คือ การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง และดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ถ้าลองแก้ไขแล้ว แต่กลิ่นยังคงเหม็นมากอยู่ อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ เพราะกลิ่นอ่านเพิ่มเติม "สีของอุจจาระ บอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด"

COVID-19: สธ.เสริมความมั่นใจ! มีเตียงรองรับโควิดเกือบ 2 แสนเตียง หากโควิดระบาดหนัก!

กรมการแพทย์เผยหากโควิดระบาดหนักอีก! มีเตียงรองรับเกือบ 2 แสนเตียง โดยขณะนี้อัตราครองเตียงเพียง 28.8% เตียงแดง 45% และเตียงเหลือ 44% ยังมีศักยภาพรองรับอีกมาก รวมถึงมีเตียง รพ.สนามทุกเขตสุขภาพ 388 เตียง รองอธิบดีกรมการแพทย์เผยแม้ภาพรวมมีเตียงว่าง แต่มีเตียงหนาแน่บางพื้นที่ ย้ำ! 7 จังหวัดติดเชื้อรายวันสูง ครองเตียงเหลืองแดงมากกว่า 70% ให้เตรียมรับมือ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยโควิด 19 ว่า จากสถานการณ์โควิด 19 ที่เกรงว่าจะมีการระบาดขึ้นมาอีกรอบจะมีเตียงรองรับหรือไม่นั้น ขณะนี้ประเทศไทยมีเตียงเกือบ 2 แสนเตียง คือ 194,883 เตียง อัตราครองเตียง 28.8% ยังมีเตียงว่างทั้งประเทศรองรับ โดยเตียงระดับ 3 หรือเตียงสีแดงสำหรับผู้ป่วยหนัก ไอซียู ใส่ท่อช่วยหายใจ ทั้งประเทศมี 5,708 เตียง ครองเตียง 45.2% และเตียงระดับอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สธ.เสริมความมั่นใจ! มีเตียงรองรับโควิดเกือบ 2 แสนเตียง หากโควิดระบาดหนัก!"

COVID-19: สยบข่าวลือ! ชาวแอฟริกันติดโควิดรักษาสถาบันบำราศฯ ไม่ใช่ “โอไมครอน” 

กรมวิทย์แจงกรณีลือพบชาวแอฟริกันติด "โอไมครอน" รักษาสถาบันบำราศฯ ไม่จริง! เป็นเดลตา ขณะที่องค์การอนามัยโลก เผยยังไม่มีรายงานพบผู้เสียชีวิตที่เกิดกับไวรัสสายพันธุ์นี้ แต่คาดว่าผู้ติดเชื้อโควิดในยุโรปกว่าครึ่ง อาจติดเชื้อช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า  เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2564 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีพบกรณีชาวแอฟริกันป่วยและรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ว่า ผลการตรวจยืนยันว่า ติดเชื้อ แต่เป็นเชื้อเดลตา ไม่ใช่โอไมครอน อย่างไรก็ตาม ในการเรื่องของการตรวจหาโควิดสายพันธุ์โอไมครอนนั้น ต้องใช้เวลาตรวจ เนื่องจากยังไม่มีน้ำยาตรวจเฉพาะเหมือนสายพันธุ์อื่นๆ  โดยจะใช้เทคนิคการตรวจหาตำแหน่งพันธุกรรมจากน้ำยาตรวจของอัลฟา และเบตาแทน หากให้ผลเป็นบวก สันนิษฐานว่าติดเชื้อโอไมครอน เนื่องจากตำแหน่งของรหัสพันธุกรรมบางตัวของอัลฟา และเบตามีตรงกับโอไมครอน   จากนั้นจึงจะนำมาสู่กระบวนการด้วยหาพันธุกรรมทั้งตัว ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจยืนยัน  และเมื่อพบก็จะรายงานผลให้ GISAID ด้วย ทุกขั้นตอนต้องใช้เวลา  https://healthmenowth.com/health-news/covid-19-how-to-pronounce-omicron/ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานข้อมูลโอไมครอนจากองค์การอนามัยโลก โดยได้เปิดเผยว่าตรวจพบไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนอย่างน้อย 38 ประเทศทั่วโลก แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว ขณะที่มีการเตือนว่าโอไมครอนอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และออสเตรเลียเป็นประเทศล่าสุดที่ยืนยันการพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนภายในประเทศ ขณะที่การระบาดของโอไมครอนทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อโควิดในแอฟริกาใต้พุ่งทะลุ 3 ล้านรายแล้ว  ทั้งนี้ องค์การอนามัยเตือนว่าอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สยบข่าวลือ! ชาวแอฟริกันติดโควิดรักษาสถาบันบำราศฯ ไม่ใช่ “โอไมครอน” "

COVID-19: “หมอสุเทพ” ยันขณะนี้ภาคใต้ยังไม่พบ “โอไมครอน” หลังมาเลเซียเจอแล้ว  

ผู้ตรวจฯเขตสุขภาพ 12  เข้มเฝ้าระวัง "โอไมครอน" หลังพบผู้ติดเชื้อในมาเลเซีย ชี้ป้องกันยากสุด คือ ชายแดน แม้วางกำลังขนาดไหนก็ไม่ 100% เหตุอาจหลุดข้ามเข้าไทยได้ พร้อมขอทุกฝ่ายช่วยกันสอดส่องดูแล สกัดสายพันธุ์ใหม่เต็มกำลัง  จากกรณีที่ ประเทศมาเลเซียพบการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ในนักศึกษาที่เดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวผ่านการกักตัวแล้ว แต่ตรวจพบโอไมครอน จากการเรียกกลับมาตรวจหาสายพันธุ์ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะหลุดรอดเข้ามาในไทยแล้วหรือไม่ ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2564 นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 12  ให้สัมภาษณ์ ว่า ประเทศไทยมีระบบการสุ่มตรวจหาสายพันธุ์โควิดต่อเนื่อง การเฝ้าระวังในส่วนของเขตสุขภาพ 12 ที่ประกอบด้วย สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีระบบการตรวจหาเชื้อ  รวมทั้งการส่งไปถอดรหัสพันธุกรรม เพื่อหาสายพันธุ์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา  โดยสุ่มตรวจใน 4 กรณี คือ 1.หากพบการลักลอบเข้ามาแล้วติดเชื้อ  2.สุ่มจากการติดเชื้อในคลัสเตอร์ชุมชน อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: “หมอสุเทพ” ยันขณะนี้ภาคใต้ยังไม่พบ “โอไมครอน” หลังมาเลเซียเจอแล้ว  "

COVID-19: เปรียบเทียบ Rapid Antigen Test กับ Rapid Antibody Test

ชวนรู้ "Rapid Antigen Test" แตกต่างกับตรวจ "Antibody" พร้อมอัพเดทล่าสุด สธ. ปรับชุดตรวจเป็น "Antigen Test Kit" ให้ประชาชนใช้ "ตรวจโควิด" เองได้ง่าย ระยะแรกให้ไปตรวจที่สถานพยาบาลก่อน แต่คาดว่าจะวางขายได้ในสัปดาห์หน้า จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข ประชุมหารือในประเด็นปลดล็อก ชุด "Rapid Antigen Test" เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ตรวจโควิด-19 ได้ด้วยตัวเองนั้น ล่าสุด.. เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (12 ก.ค.) ที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงว่ากำลังดำเนินการเรื่อง "Antigen Test Kit" ให้ประชาชนใช้ตรวจเองได้แล้ว แต่ช่วงแรกนี้ ให้ไปรับการตรวจตามสถานพยาบาลใกล้บ้านก่อน ส่วนระยะต่อไปคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะวางขายตามร้านขายยาได้ โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุมพิจารณาเห็นว่าต้องนำ "Rapid Antigen Test" ในปัจจุบันซึ่งสำหรับให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ นำมาปรับให้เป็นรูปแบบ "Antigen Test Kit" หรือ ATK เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานเองได้ง่าย ต่อไปนี้จะเรียกว่าเป็น Antigen Test Kit เท่านั้น เพื่อป้องกันการสับสน สธ.เคาะปลดล็อกแล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังสับสนเกี่ยวกับการตรวจ "Antigen" กับการตรวจ "Antibody" ซึ่งเป็นการตรวจคนละอย่างกัน แล้วต่างกันยังไง? อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: เปรียบเทียบ Rapid Antigen Test กับ Rapid Antibody Test"

COVID-19: สัปดาห์หน้า!! จัดส่ง “วัคซีนไฟเซอร์” กลุ่มเสี่ยง “สูงอายุ-โรคเรื้อรัง-หญิงตั้งครรภ์” 13 จังหวัด

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เผยแผนจัดส่งวัคซีนโควิด “ไฟเซอร์” สัปดาห์หน้า! ถึงคิวกลุ่มเสี่ยง 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ทั้ง “ผู้สูงอายุ -7 โรคเรื้อรังอายุ 12 ปีขึ้นไป - คนท้อง 12 สัปดาห์ขึ้นไป” โดยจัดส่งรพ.ที่มีการสำรวจกลุ่มเสี่ยงที่ไม่เคยรับวัคซีนเข็มแรกมาก่อน พร้อมย้ำ! นโยบายต้องฉีดตามกลุ่มเป้าหมาย เชื่อทุก รพ.ระวังมาก ไม่ให้เกิดประเด็นฉีดวีวีไอพี เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ส.ค. 2564 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวถึงประเด็นการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ล็อต 1.5 ล้านโดสที่สหรัฐสนับสนุนให้ประเทศไทยผ่านระบบออนไลน์ ว่า สำหรับการกระจายวัคซีนไฟเซอร์รอบแรกตั้งแต่วันที่ 4-6 ส.ค. 2564 ฉีดไปแล้ว 5.7 หมื่นโดสให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกในการฉีด ซึ่งตามแผนจะต้องส่งประมาณวันที่ 7-8 ส.ค. และเริ่มฉีดวันที่ 9 ส.ค. แต่ด้วยความจำเป็น จึงได้มีการส่งและฉีดก่อน เร็วกว่าแผนกำหนดประมาณ 5 วันอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สัปดาห์หน้า!! จัดส่ง “วัคซีนไฟเซอร์” กลุ่มเสี่ยง “สูงอายุ-โรคเรื้อรัง-หญิงตั้งครรภ์” 13 จังหวัด"

ฟันผุ: แปรงฟันแห้ง เพิ่มฟลูออไรด์ ป้องกันโรคฟัน

“Spit don’t rinse” หรือ “ถุยทิ้ง ไม่ต้องบ้วนน้ำ” เคยได้ยิน ได้เห็นคำนี้ผ่านๆตาบ้างไหมคะ เป็นข้อความคำแนะนำเรื่องของการแปรงฟันโดยองค์กรสุขภาพแห่งชาติในหลายๆประเทศใช้กันแพร่หลาย สำหรับการแปรงฟันที่ช่วยป้องกันฟันผุ ดึงประสิทธิภาพของฟลูออไรด์ออกมาใช้ได้มากที่สุดคือ “การแปรงฟันแห้ง” นั่นเอง.โดยทำตามขั้นตอนการแปรงฟันอย่างปกติ แต่งดการใช้น้ำบ้วนปากก่อนและหลังแปรงฟัน เมื่อแปรงฟันเสร็จให้ทำการบ้วนฟองทิ้ง ล้างรอบปากด้านนอก รอให้น้ำลายไหลออกมา แล้วบ้วนทิ้งอีกหนึ่งครั้งอาจแปรงลิ้นเบาๆ เพื่อลากเอาฟองที่ตกค้างบนลิ้นออก บ้วนทิ้งอีกครั้งก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยไม่ต้องใช้น้ำเปล่าค่ะ ซึ่งหลังจากแปรงฟันเสร็จอย่าเพิ่งดื่มน้ำหรือทานอะไรอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพื่อกักเก็บฟลูออไรด์ไว้ในช่องปากก่อน.สำหรับใครที่กลัวในเรื่องของสารเคมีอย่าง SLS ว่าจะตกค้างให้ร่างกาย ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เนื่องจากยาสีฟัน จะถูกควบคุมปริมาณการใช้ SLS ไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกายแม้ว่าจะกินลงไป เพราะฉะนั้นการแปรงฟันแห้งจึงปลอดภัยหายห่วง ทั้งยังช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม

ถ้าเป็นโรคจากความผิดปกติระดับโครโมโซม ได้แก่ - กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ( down's syndrome) สาเหตุเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง เป็น 3 แท่ง เมื่อรวมทั้งโครโมโซมร่างกายและโครโมโซมเพศแล้วจะกลายเป็น 47 แท่งอาการของผู้ป่วย หางตาชี้ขึ้น ลิ้นจุกปาก ศีรษะแบน ดั้งจมูกแบน ปัญญาอ่อน ไอคิว 20-150 พบบ่อยในแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก สำหรับกลุ่มมารดาที่มีอายุ 45 ปี ขึ้นไป ลูกมีโอกาสผิดปรกติแบบนี้สูงถึง 1/50 คน - กลุ่มอาการคริดูชาต์ หรือ แคทครายซินโดรม (cri-du-chat or cat cry syndrome)เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไปบางส่วน ผู้ป่วยมีลักษณะของศีรษะเล็กกว่าปกติปัญญาอ่อน หน้ากลม ใบหูอยู่ต่ำกว่าปกติ ตาห่างกัน ห่างตาชี้ขึ้น ดั้งจมูกแบนคางเล็ก นิ้วมือสั้น การเจริญเติบโตช้า เวลาร้องเสียงเหมือนแมว จึงเรียกชื่อโรคนี้ว่าแคทครายซินโดรม (Cat cry syndrome)- อ่านเพิ่มเติม "โรคที่เกิดจากความผิดปกติบนออโตโซม"

COVID-19: ถึงไทย! วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสล็อตสหรัฐบริจาคพร้อมกระจายบุคลากรการแพทย์ด่านหน้า

“อนุทิน” รับมอบวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสล็อตแรก! จากสหรัฐสนับสนุนให้ไทย พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพ จากนั้นดำเนินการฉีดกลุ่มเป้าหมาย บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าบูสเตอร์ โดส 700,000 โดส ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ฯลฯ เมื่อเวลา 04.00น.วันที่ 30 ก.ค. ที่ ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร เดินทางไปตรวจรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้มอบวัคซีนให้กับประเทศไทยเพื่อป้องกันโรคระบาด ซึ่งการกระจายวัคซีนชุดนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั้งนี้ วัคซีนไฟเซอร์ ทั้ง 1.5 ล้านโดส จะต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิ -70 ถึง -90 องศาเซลเซียส เพื่อคงประสิทธิภาพของวัคซีน หลังจากนั้น จะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศตามแผนการฉีดที่กำหนดไว้ ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค  กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับมอบหมาย 1.5 ล้านโดสอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ถึงไทย! วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสล็อตสหรัฐบริจาคพร้อมกระจายบุคลากรการแพทย์ด่านหน้า"

COVID-19: สธ.แจงผลการชันสูตรการเสียชีวิตครูวัย 39 ปีหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ เบื้องต้นสมองบวมจากก้อนในสมอง

สธ.เผยหลังฉีดวัคซีนโควิด 19 กว่า 14 ล้านโดส พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ 1,592 ราย ผ่านการพิจารณาจากคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแล้ว 482 ราย พบเกี่ยวกับวัคซีนเพียง 71 ราย พร้อมแจงผลการชันสูตรการเสียชีวิตครูวัย 39 ปีหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า เบื้องต้นพบสมองบวมจากก้อนในสมองและทำให้เลื่อนไปกดทับก้านสมอง  เมื่อวันที่ 23 ก.ค.นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงการติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการรับวัคซีนโควิด 19 ว่า จากข้อมูลการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน 14,298,596 โดส พบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ 1,592 เหตุการณ์ ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้พิจารณาแล้ว 482 ราย พบเกี่ยวกับวัคซีน 71 ราย เช่น มีอาการแพ้ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียนและเป็นปฏิกิริยาที่เกี่ยวกับการฉีดแต่ตรวจไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย 240 ราย อีก 158 รายเป็นเหตุการณ์ร่วมที่ไม่เกี่ยวกับวัคซีน (โดยรักษาหายอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สธ.แจงผลการชันสูตรการเสียชีวิตครูวัย 39 ปีหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ เบื้องต้นสมองบวมจากก้อนในสมอง"

วิธีผ่อนคลายดวงตาด้วยการประคบด้วงอุ้งมือ

เมื่อแสงกระทบดวงตาเซลล์ในจอตาจะเริ่มทำงานและใช้พลังงานมากธรรมชาติจึงสร้างให้ดวงตาทำงานในแสงสว่าง 12 ชั่วโมงและควรพักสายตาในที่มืด 12 ชั่วโมงความมืดจึงเป็นอาหารสำคัญของดวงตาและสำคัญมากพอ ๆ กับที่ร่างกายต้องการน้ำ 👀ขอแนะนำวิธีผ่อนคลายดวงตาด้วยการประคบด้วงอุ้งมือ ที่จะช่วยให้เซลล์ในจอตาได้พักผ่อนในระหว่างวันจากความมืด ลองทำดู 📌 1. ประกบฝ่ามือทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วถูช้า ๆ เพื่อให้เกิดความร้อนที่ฝ่ามือ จากนั้นทำมือเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วประคบที่ตาทั้งสองข้าง เว้นช่องว่างตรงแนวสามเหลี่ยมไว้เพื่อให้หายใจได้.📌 2. ลืมตาในมือตัวเอง 1 นาที คือ นับ 1-16 หายใจเข้าและออก 16 รอบลมหายใจ จะประมาณ 1 นาทีพอดี แล้วปิดตาในมืออย่างน้อย 5 นาทีขึ้นไป (ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งดี) ระหว่างนี้อาจฟังเสียงดนตรีบรรเลง หรือฟังเสียงที่ไม่มีเนื้อร้องแต่ผ่อนคลาย เพื่อผ่อนคลายดวงตาให้มากที่สุด

สครับไทฟัส: หมอเตือนนักท่องเที่ยวกลับจากป่าต้องระวัง ชี้พบแพทย์เร็วรักษาได้

เมื่อวันที่ 18 มกราคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และโฆษก สธ.ให้สัมภาษณ์ว่า โรคที่อาจพบหลังจากกลับจากท่องเที่ยวป่าในช่วงหน้าหนาว คือ โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือโรคไข้รากสาดใหญ่ที่มีตัวไรอ่อนเป็นพาหะนำโรค และโรคมาลาเรียมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค ซึ่งทั้ง 2 โรค พบได้ตลอดปี สำหรับโรคสครับไทฟัส เกิดจากตัวไรอ่อนที่มีเชื้อโรคกัด ตัวไรอ่อนมักจะเข้าไปกัดอวัยวะที่อยู่ในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ใต้ราวนม รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีอาการป่วยคือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะบริเวณขมับและหน้าผากอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ปวดกระบอกตา ไอแห้งๆ ผู้ป่วยร้อยละ 30-40 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ (eschar) ตรงบริเวณที่ถูกกัด ลักษณะสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ อาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ตัวไรอ่อนจะอาศัยตามพุ่มไม้ในป่าที่มีอากาศชื้น แสงแดดส่องไม่ถึง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่อ่านเพิ่มเติม "สครับไทฟัส: หมอเตือนนักท่องเที่ยวกลับจากป่าต้องระวัง ชี้พบแพทย์เร็วรักษาได้"

สครับไทฟัส: เดินป่าหน้าหนาวระวังไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วยถึงตาย

ในช่วงฤดูหนาวมีประชาชนจำนวนมาก นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามดอยสูงและท่องเที่ยวเดินป่า เพื่อชมความงามของธรรมชาติ และสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น แต่ภัยที่จะมาจากป่าเขาหรือพื้นที่ชนบท ก็คือ โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือไข้รากสาดใหญ่ ที่เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อธิบายว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ และแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังโรคนี้ เพราะส่วนใหญ่ประชาชนจะถูกกัดในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้  ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่าอ่านเพิ่มเติม "สครับไทฟัส: เดินป่าหน้าหนาวระวังไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วยถึงตาย"

COVID-19: ศบค.มีมติล็อกดาวน์ถึง 31 ส.ค.นี้ เตรียมทำ Thai Covid Pass เอกสารรับรองฉีดวัคซีนโควิด19

ที่ประชุม ศบค.มีมติคงมาตรการล็อกดาวน์ถึง 31 ส.ค.64 พร้อมเพิ่มมาตรการจัดการองค์กร ยังคง Work From Home ต่อเนื่อง ส่วนพนง. รัฐหรือเอกชน ต้องมาปฏิบัติงานขอให้ตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ขณะที่สถานประกอบการ องค์กรให้เตรียม Company Isolation สำหรับหน่วยงานที่มีพนักงานเกิน 50 คน เตรียมพร้อมหากพบติดเชื้อให้ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบรักษา HI และ CI เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 ส.ค.2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 แถลงภายหลังการประชุม ศบค. ว่า กรณีการประเมินผลและการปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ว่า ที่ประชุม ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้พูดถึงการประเมินผลและการคาดการณ์ ซึ่งจะมีเป็นกราฟฉากทัศน์ โดยเราเริ่มล็อกดาวน์เมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับฉากทัศน์ที่คาดการณ์กัน โดยเส้นกราฟที่ป่วยสูงสุดกรณีไม่มีมาตรการใดๆ ผู้ป่วยอาจแตะถึง 6-7 หมื่นในเดือนหน้า แต่กรณีมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ work from homeอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ศบค.มีมติล็อกดาวน์ถึง 31 ส.ค.นี้ เตรียมทำ Thai Covid Pass เอกสารรับรองฉีดวัคซีนโควิด19"