logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

ตาล้า: 8 เทคนิคบอกลา

Health Me Now / ตา  / ตาล้า: 8 เทคนิคบอกลา

ตาล้า: 8 เทคนิคบอกลา

คุณอาจเคยรู้สึกเหนื่อยล้าหรือระคายเคืองหลังมีการใช้สายตาอย่างหนักในการทำกิจกรรมเช่นการจ้องจอคอมพิวเตอร์ การอ่านหนังสือ หรือการต้องขับรถเป็นเวลานานๆ ภาวะนี้เราเรียกว่าภาวะตาล้า

ภาวะตาล้าเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป และเริ่มพบเจอได้บ่อยๆในยุคดิจิทัล ตาล้ามีสาเหตุมาจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเช่นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนและแท๊บเล็ต หรือที่เรารู้จักกันดีว่าคือโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมหรืออาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล

ตามปกติแล้วภาวะตาล้าสามารถรักษาได้ด้วยวิธีง่ายๆ การมีภาวะตาล้าหรือมีการระคายเคืองตาเป็นเวลานานๆอาจเป็นสัญญานของบางอย่างที่อาจรุนแรงได้จึงควรรีบปรึกษาแพทย์

นี่คือสิ่งง่ายๆที่สามารถทำได้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะตาล้า บางอย่างสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้เลย

1. ใช้กฎมองไกลบ่อยๆ 20-20-20

ภาวะตาล้ามักเกิดขึ้นเมื่อต้องทำงานทำกิจกรรมอย่างเดียวเป็นเวลานานๆโดยไม่ได้หยุดพัก คุณควรเปลี่ยนการมองไปยังกิจกรรมอื่นทุกๆ 20 นาที ระยะโฟกัสก็ควรห่างออกไป 20 ฟุต และควรมองนานอย่างน้อย 20 วินาที ตามกฎ 20-20-20

คุณไม่ควรเพียงแค่มองทุก 20 นาทีเท่านั้น แต่ควรเปลี่ยนจากกิจกรรมที่กำลังทำเป็นเวลานานหลายชั่วโมงด้วย หากคุณต้องทำงานหน้าจอหรือต้องขับรถระยะทางไกลๆหลายชั่วโมง ควรแน่ใจว่าคุณสามารถจัดสรรกิจกรรมที่กำลังทำอย่างเหมาะสมกับการใช้สายตา ยกตัวอย่างเช่น การออกไปเดินด้านนอกในแสงธรรมชาติในช่วงระหว่างพักกลางวันหากคุณใช้ช่วงเช้าทั้งวันในการทำงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

2. ท่านั่งหน้าจอ

ควรแน่ใจว่าคุณกำลังจ้องอุปกรณ์ดิจิทัลในตำแหน่งท่าทางที่ถูกต้องและเหมาะสม หน้าจอควรห่างจากตา 2-3 ฟุต หรือประมาณ 1 ช่วงแขน หน้าจอควรอยู่ในระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย สำหรับอุปกรณ์ดิจิทัลแบบมือถือก็เช่นเดียวกันควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา

อีกเคล็ดลับหนึ่งสำหรับอุปกรณ์ดิจิทัลคือการปรับให้ตัวหนังสือมีขนาดที่เหมาะกับการมองที่สบายตา คุณสามารถปรับขนาดตัวอักษรในเครื่องอุปกรณ์ของคุณได้

3. หาแสงที่เหมาะสม

แสงก็เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะตาล้า แสงที่หรี่เกินไปจ้าเกินไปขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่กำลังทำ แสงควรมาจากทางด้านหลังคุณหากว่าคุณต้องโฟกัสบางอย่างมากๆเช่นการอ่านหนังสือ แสงไฟที่หรี่ลงอาจช่วยลดตาล้าได้หากคุณกำลังดูทีวี

ให้แน่ใจว่าหน้าจอของคุณมีแสงสว่างที่เหมาะสม ปรับแสงตามที่ต้องการ แสงที่จ้าเกินไปมีส่วนทำให้เกิดภาวะตาล้า ดังนั้นควรลดแสงจากหน้าต่างหรือใช้แผ่นกรองเพื่อช่วยลดแสงจ้ากับอุปกรณ์ดิจิทัลของคุณ

4.จัดสรรการต้องทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันให้ถูกต้อง

คุณอาจต้องใช้หลายๆอย่างในการทำงานหรือวัสดุอื่นๆเมื่อต้องทำงานคอมพิวเตอร์ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องถอดเสียงหรือจดโน๊ต  อาจต้องใช้เอกสารและขณะเดียวกันก็ใช้คอมพิวเตอร์ด้วย คุณควรอยู่ในตำแหน่งที่หลีกเลี่ยงการต้องเคลื่อนที่ตา คอ และหัวบ่อยๆ ขาตั้งวางเอกสารสามารถช่วยให้คุณวางเอกสารในตำแหน่งระหว่างคีย์บอร์ดกับหน้าจอได้ ส่งผลให้ตาล้าน้อยลง

5.ใช้น้ำตาเทียม

การต้องเพ่งนานๆโดยเฉพาะการจ้องหน้าจอสามารถทำให้จำนวนการกระพริบตาต่อนาทีลดน้อยลง เมื่อคุณกระพริบตาน้อยลง ตาของคุณก็จะแห้งและเกิดการระคายเคือง คุณสามารถใช้การหยอดตาด้วยน้ำตาเทียม และควรกระพริบตาให้บ่อยขึ้นเมื่อต้องจ้องหน้าจอ ก็สามารถป้องกันอาการที่อาจเกิดขึ้นได้

6. ตรวจเช็คสภาพอากาศ

คุณอาจพบว่าคุณใช้เวลาในที่คุณภาพอากาศไม่ดี มีมลภาวะหรืออากาศแห้ง การอยู่ในที่มีการใช้พัดลมและอากาศร้อนและอากาศเย็นล้วนมีผลต่อภาวะตาล้าทั้งสิ้น คุณอาจต้องทำสิ่งต่อไปนี้:

  • เพิ่มความชื้นในอากาศให้มากขึ้น
  • ปรับอากาศร้อนหรือหนาวลง
  • ย้ายมุมไปยังที่ๆอากาศไม่มีปัญหา

7.สวมแว่นตาที่เหมาะสม

ปรึกษาแพทย์เพื่อการตัดสินใจหากคุณต้องการแว่นตาพิเศษเพื่อลดอาการตาล้า คุณอาจต้องการเลนส์ชนิดพิเศษ อุปกรณ์หรือการบำบัดตาสำหรับการกิจกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของการล้า เลนส์ชนิดที่เคลือบและมีสีชาอาจช่วยได้ หรืออาจลดจำนวนเวลาที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์ลงเพื่อช่วยให้ตาได้พักบ้าง

8. ลดจำนวนเวลาในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเดียวนานๆ

วิธีที่ง่ายที่สุดในการหลีกเลี่ยงภาวะตาล้าคือจำกัดเวลาในการทำงานกิจกรรมเดียวที่ต้องใช้สายตาอย่างหนัก ลองลดจำนวนเวลาที่ใช้บนอุปกรณ์ดิจิทัลลง

[Total: 5 Average: 4.6]

No Comments

Leave a Reply