logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a

1-677-124-44227

Follow Us

Top

Ketogenic Diet คือ เทรนด์การกิน เพื่อชีวิตเฮลท์ตี้

Health Me Now / อาหารและโภชนาการ  / Ketogenic Diet คือ เทรนด์การกิน เพื่อชีวิตเฮลท์ตี้
มาทำความรู้จัก อาหารเฉพาะบุคคล

Ketogenic Diet คือ เทรนด์การกิน เพื่อชีวิตเฮลท์ตี้

เทรนด์การกินยอดนิยม เพื่อลดไขมันในร่างกาย 😉

Ketogenic Diet เทรนด์การกินที่นิยมมากในหมู่คนรักสุขภาพ และฮิตมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เชื่อว่ายังมีคนสงสัยว่ากินแล้วดีหรือไม่❓กินแล้วมีผลกระทบต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด
.
สำหรับใครที่สงสัยการกินแบบ Ketogenic Diet ห้ามเลื่อนผ่านโพสต์นี้เลยค่ะ เรามีข้อมูลมาฝากกัน ก่อนอื่นเลยแอดว่าเราไปทำความรู้จักการกินประเภทนี้ก่อนดีกว่า ไปค่ะ..ไปดูกัน

Ketogenic Diet คือ ?

สำหรับ Ketogenic Diet เป็นการกินอาหารรูปแบบหนึ่ง โดยเน้นการกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แป้ง หรือน้ำตาล ในปริมาณน้อยที่สุด จนทำให้ร่างกายไม่สามารถนำกลูโคสและไกลโคเจนมาเป็นพลังงานได้อย่างเพียงพอ เมื่อเป็นอย่างนี้ร่างกายจึงจำเป็นต้องทำการสลายไขมันที่เรียกว่า คีโตน (Ketone) ในการชดเชยพลังงานแทนที่ของกลูโคส โดยเฉพาะส่วนของสมองที่ใช้พลังงานจากกลูโคสและคีโตนเท่านั้น สุดท้ายเมื่อร่างกายถูกกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน จะส่งผลให้เราสามารถลดความอ้วนในที่สุดนั่นเอง

Ketogenic Diet กินอย่างไร?

การกินอาหารแบบ Ketogenic Diet มีอยู่ทั้งหมด 3 ประเภทดังนี้
.
👉 ทานคาร์โบไฮเดรตน้อยๆ
กำหนดการกินคาร์โบไฮเดรตให้อยู่ในช่วง 25-50 กรัมต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 5% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน ถ้าพูดง่ายๆ คืองดกินข้าวและแป้งทุกชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลด้วยค่ะ

👉 ทานโปรตีนปานกลาง
คิดเป็นประมาณ 20% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน คิดง่ายๆ คือสัดส่วน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ให้เน้นกินผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อติดมัน, เบคอน, ไข่, นม ทั้งนี้ต้องระวังอย่ากินโปรตีนมากเกินไป เพราะโปรตีนจะกลายเป็นกลูโคสในที่สุด

👉 ทานไขมันดี
แนะนำให้ทานประมาณ 125 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 75% ของพลังงานที่ได้รับ แนะนำให้ทานไขมันอิ่มตัวจากสัตว์และพืชอย่าง เนื้อสัตว์ติดมัน, น้ำมันหมู และน้ำมันมะกอ งดอาหารที่มีไขมันทรานส์ (Trans-fat) สูง

Ketogenic Diet ดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่

คงเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยมากที่สุดก็ว่าได้ ว่าการกินแบบ Ketogenic Diet ส่งผลดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่? ซึ่งเรามีข้อมูลมาฝากกันค่ะ
.
👉 ลดน้ำหนัก
Ketogenic Diet เป็นการกินที่ช่วยเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้อย่างดี ไม่ยุ่งยาก เพราะไม่ต้องเสียเวลานั่งจดนั่งจำแคลอรี่ ถ้ากินตามหลักที่ถูกต้องอาจช่วยกระตุ้นการหลั่งสารฮอร์โมนเลปตินหรือฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม และเมื่อเรารู้สึกอิ่มก็จะหยุดกิน ที่มีส่วนช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงนั่นเองค่ะ

👉 ควบคุมอาการของโรคลมชัก
โดยปกติโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางในสมองค่ะ ซึ่งส่งผลให้มีอาการชัก ส่วนใหญ่จะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด แต่การกิน Ketogenic Diet มีประสิทธิภาพในการยับยั้งอาการชักได้ด้วยค่ะ โดยมีผลวิจัยทดลองกับเด็กอายุ 3-6 ปีที่ป่วยเป็นโรคลมชักกินอาหารตามหลัก Ketogenic Diet ติดต่อกัน 1 ปี แล้วพบว่าผู้ป่วยเกิดอาการชักน้อยลง

👉 ปัญหาสุขภาพอื่นๆ
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว การกิน Ketogenic Diet ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคอื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้ง โรคหัวใจ, มะเร็ง, อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน อย่างไรก็ตาม การศึกษาในด้านต่างๆ ยังมีค่อนข้างน้อย จึงจำเป็นต้องมีการวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติมต่อไปค่ะ

Ketogenic Diet กับผลข้างเคียง

แม้หลักการกินแบบ Ketogenic Diet จะเป็นการกินที่ปลอดภัยและมีข้อดีอยู่อย่างมากมาย แต่ถ้าเรากินในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลต่างๆ ต่อร่างกายดังนี้
.
👉 ไข้คีโต (Keto Flu)
เกิดจากกระบวนการของร่างกายเปลี่ยนมาเผาผลาญไขมันแทนน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้เกิดอาการอย่าง คลื่นไส้, อาเจียน และปวดศีรษะ ขึ้นมาได้

👉 ขาดสารอาหาร
การกิน Ketogenic Diet มีการจำกัดปริมาณอาหารบางประเภท ซึ่งทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางชนิด และอาจเกิดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่นๆ ด้วยค่ะ

👉 โยโย่เอฟเฟค
ที่เกิดจากการผันผวนของน้ำหนักตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการกิน Ketogenic Diet ไม่สม่ำเสมอ ทำให้น้ำหนักขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเบาหวานตามมาค่ะ

Ketogenic Diet เหมาะ – ไม่เหมาะกับใคร

👉 การกิน Ketogenic Diet เหมาะกับใคร
ผู้ที่ต้องการหรือกำลังลดความอ้วน, ลดการสะสมของไขมัน รวมทั้งไม่มีโรคประจำตัว สำหรับคนที่ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่ใช้แรงหนักมากเกินไป

👉 การกิน Ketogenic Diet ไม่เหมาะกับใคร
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องได้รับอินซูลิน เพราะผู้ป่วยแบบนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Ketoacidosis หรือร่างกายเป็นกรดจากการมีสารคีโตนในเลือดมาก และไม่ควรเพิ่มระดับคีโตนเข้าไปอีก

👉 คนที่มีประวัติหรือมีความดันโลหิตต่ำ
ผู้ที่ใช้แรงงานหนัก หรือต้องออกแรงมากในระยะเวลาสั้นๆ เช่น คนทำงานก่อสร้าง หรือนักวิ่งระยะสั้น เนื่องจากการสลายไขมันนำมาใช้ได้ช้ากว่ากลูโคสนั่นเอง

[Total: 2 Average: 5]

No Comments

Leave a Reply