logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a
Top

NFT กับวงการ Healthcare ปลอดภัยหรืออันตราย

Health Me Now / ข่าวสุขภาพ  / NFT กับวงการ Healthcare ปลอดภัยหรืออันตราย
health me now blog best website covid 19 time โรงพยาบาลที่ดีที่สุด

NFT กับวงการ Healthcare ปลอดภัยหรืออันตราย

การแพทย์ที่มีความสำคัญต่อทุกคนและทุกช่วงวัย เพราะจากอดีตถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงการรักษาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบ Robotic หรือการทำเลสิกแบบการยิงเลเซอร์แทนการผ่าตัด เป็นต้น 

และการที่จะให้บริการคนไข้มีความสะดวกและแม่นยำ โดยการนำเทคโนโลยีอย่าง Blockchain และ NFT เข้ามาช่วยในการแพทย์มากขึ้นก็อาจจะเป็นผลต่อบุคลากรทางการแพทย์และคนที่เข้ามาการรักษา เพราะข้อมูลการรักษาก่อนหน้าเป็นสิ่งสำคัญในการวินิจฉัยคนไข้ ซึ่งตอนนี้ก็มีบริษัทต่าง ๆ ที่กระโดดเข้ามาช่วยในเรื่อง Fitness and Health Data

NFT’ (Non-Fungible Token) แบบนี้ ทุกคนกำลังนึกถึง NFT ที่เป็นงานศิลปะกันอยู่หรือเปล่า?

ถ้ากำลังนึกถึงอยู่ เราอยากให้ทุกคนลืมภาพจำแบบเดิมๆ ที่มีเกี่ยวกับ NFT ไปก่อน เพราะในตอนนี้ นักจริยธรรมการแพทย์ (medical ethicist) บางส่วน กำลังพัฒนาให้ NFT กลายมาเป็น ‘Big Data’ ที่เก็บรวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ไว้อย่างมากมาย

ในปัจจุบัน ข้อมูลทางการแพทย์อย่างประวัติการรักษา ประวัติการรับยาหรือวัคซีน และประวัติการผ่าตัดของคนไข้ จะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบเอกสารดิจิทัลบนเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลาวด์ (cloud) ของแต่ละสถานพยาบาล ซึ่งก็ดูเป็นวิธีทั่วไปที่หลายๆ อุตสาหกรรมใช้กันอยู่ และไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่สำหรับวงการแพทย์ ไม่ใช่แค่บุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ที่ต้องใช้ข้อมูลในการรักษาคนไข้ อย่างบริษัทผู้ผลิตยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงนักวิจัยเองก็ต้องใช้ข้อมูลตรงนี้ ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้ และทำให้วงการแพทย์มีความก้าวหน้ามากกว่าเดิม

แน่นอนว่า บริษัทและนักวิจัยเหล่านี้ ต่างก็ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อแลกกับการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งมันได้กลายเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำไปโดยปริยาย เพราะบริษัทหรือนักวิจัยตัวเล็กๆ คงไม่มีกำลังและเงินทุนมากพอในการเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ จึงทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในมือของบริษัทที่เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้วมากกว่า

เมื่อมองอีกนัยหนึ่ง ถึงแม้ว่า บริษัทใหญ่ๆ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ของคนไข้ได้อย่างถูกต้อง และใช้เพื่อพัฒนาวงการแพทย์เท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นการรุกล้ำข้อมูลส่วนตัว ‘แบบเทาๆ’ รูปแบบหนึ่งหรือเปล่า? เพราะขนาดข้อมูลทั่วไปอย่างหมายเลขโทรศัพท์ วันเกิด ที่อยู่ เรายังไม่ค่อยอยากให้ใครรู้เลย แต่นี่เป็นถึงข้อมูลการรักษาของเราเลยนะ จะปล่อยให้ใครก็ไม่รู้ มาเอาข้อมูลเหล่านี้ ไปใช้จริงๆ เหรอ?

Aimedis

เป็นบริษัทในประเทศเนเธอแลนด์และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตที่ให้บริการครอบคลุมการให้บริการด้านสุขภาพยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ป่วยโดยตรง (B2C) และผู้ให้บริการอื่น ๆ (B2B) เช่น แพทย์ โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 

ที่จะมีทั้ง NFT Marketplace (Aimedis Dataxchange) ของ Aimedis เป็นตลาดทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์แห่งแรกของโลก ที่นำ Aimedis NFTs มาใช้ในเรื่อง Medical Data และ Scientific Data รวมไปถึงสามารถที่จะติดตามผลบนบล็อกเชนและมีการรักษาของความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี 

และนอกจากนั้นบริษัท Aimedis มี Aimedis Blockchain และ Medical Metaverse ที่มีชื่อว่า Aimedis Health City  อีกด้วย ทั้งหมดนี้จะทำงานรวมกันในแพลตฟอร์มของ Aimedis ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในอุตสาหกรรมการแพทย์ เพราะได้นำเทคโนโลยีในหลายส่วนมาผสมผสานกัน เช่น AI, Blockchain, Metaverse และ NFTs ล้วนแต่เป็นหนึ่งที่กำลังเติบโตรวดเร็วในปัจจุบันและอนาคต

กล่าวโดยสรุป การที่หลายอุตสาหกรรมหันมาสนใจและปรับตัวมากขึ้น เนื่องด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีการใช้ออนไลน์มากขึ้น และ NFT ก็เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับศิลปะ แต่สามารถใช้นำไปปรับใช้ในหลายอุตสาหกรรมได้

Aimedis คืออะไร?

Aimedis เป็นหนึ่งผู้ให้บริการ e-healthcare ที่มีเป้าหมายในการแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้โดยการเผยแพร่ NFT ในรูปแบบการแพทย์และวิทยาศาสตร์แห่งแรกของโลก โดยจะมีการแนะนำกระบวนการที่เป็นมาตราฐานและช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับข้อมูลด้านการรักษาจากมืออาชีพโดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการแพทย์แต่อย่างใด

ทั้งนี้พวกเขาจะสร้างตลาด NFT ขึ้นมาโดยเรียกว่า Aimedis DataXChange ซึ่งสามารถลดความซับซ้อน สร้างโครงสร้าง และสร้างมาตราฐานใหม่ให้กับวงการแพทย์ ซึ่งบริษัทและสถาบันทางการแพทย์ทั่วโลกสามารถเข้าถึงตลาดข้อมูลกว่า 33,0000 ล้านบาทได้ทันที

ข้อมูลของผู้ป่วยจะปลอดภัย

ผู้ป่วยทุกคนสามารถเลือกที่จะแบ่งปันข้อมูลการรักษาให้กับผู้ให้บริการผ่านรูปแบบ NFT โดยไม่มีการเปิดเผยตัวตน ทั้งนี้ผู้ป่วยจะได้รับ Aimedis Token (AIMX) เพื่อแลกกับข้อมูลที่ไม่เปิดเผยตัวตน และจะได้สิทธิส่วนลดที่ในการใช้บริการที่แตกต่างจากสมาชิกอื่นบนแพลตฟอร์มของ Aimedis

โมเดลนี้จะช่วยบันทึกประวัติการรักษาของผู้ช่วยบนบล็อกเชนและไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น การฉีดวัคซีนและบัตรบริจาคอวัยวะ เป็นต้น ทั้งนี้การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะช่วยทำให้ผู้ใช้บริการสามารถมั่นใจได้ว่าธุรกรรมทั้งหมดนั้นจะโปร่งใสและตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตามบริษัทและสถาบันทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลการรักษาโดยไม่กระทบกับข้อมูส่วนบุคคลของผู้ป่วยหากเป็นการรักษาเช่น ยาและวัคซีน แต่การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ นั้นจะไม่สามารถทำได้หากไม่ใช่พาร์ทเนอร์

ความร่วมมือ

ปัจจุบัน Aimedis ร่วมมือกับ TDe.fi ซึ่งเป็นตัวเร่งความเร็วให้กับ DeFi ในการเข้าถึงที่ปรึกษาระดับโลก พร้อมยังเป็นที่ปรึกษาให้กับ NonceVC อีกด้วย

ตลาด NFT เป็นเพียงหนึ่งในลู่ทางที่ Aimedis กำลังสำรวจอยู่ และมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์วงการแพทย์และฝึกระบบข้อมูลด้วยโซลูชันซอฟต์แวร์เป็นบริการ (SaaS) และพัฒนาแพลตฟอร์มแบบครบวงจรสำหรับข้อมูลด้านสุขภาพ วิดีโอให้คำปรึกษากับแพทย์ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเข้าถึงผู้ใช้งาน 1 ล้านคนภายในสิ้นปี 2564

RightsHash

RightsHash คือ Decencentralized Software Engine โดยใช้ Hedera Hashgraph Non-Fungible Tokens (NFTs) เพื่อใช้แทนและจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ รวมไปถึงสิทธิ์และการป้องกัน ซึ่ง RightsHash ได้นำมาใช้ในเชิงการแพทย์

โดยสามารถที่จะติดตามและตรวจสอบข้อมูลข้อตกลงความยินยอมได้แบบ Real Time รวมไปถึงธุรกรรมจากที่อื่น ๆ ในแอปต่าง ๆ ได้ด้วย NFT ผ่านระบบของ RightsHash และจัดการกับข้อมูลการยินยอม (Consent) ในการเข้าร่วมในการวิจัยทางคลินิก และในขั้นตอนการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trial) ได้ ที่มีชื่อ ‘Consent Hash’ 

และสามารถประหยัดต้นทุนประมาณ 50% ถึง 80% จากการแปลงเป็นดิจิทัลและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย เปรียบเทียบจากการที่ต้องบันทึกข้อมูลข้อตกลงความยินยอมแบบดั้งเดิม ทำให้เป็นหนึ่งในตัวช่วยในอุตสาหกรรมแพทย์เพื่อให้มีความแม่นยำและลดต้นทุนได้อีกด้วย 

ทำไมต้อง RightsHash™?

RightsHash™ นำเสนอวิธีการที่ไม่เหมือนใครในระดับโลกในการนำเสนอทรัพย์สินทางดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่แปลกใหม่


RightsHash™ ใช้ Hedera Hashgraph NFT เพื่อ:

รองรับการทำธุรกรรมปริมาณมาก

พบกับกรณีการใช้งานยูทิลิตี้ระดับสูง

ให้บริการโซลูชั่นต้นทุนต่ำ

จัดหาซอฟต์แวร์ที่ปรับใช้ได้ง่ายและยืดหยุ่น

สำเร็จโดยใช้ API แบบเปิดและเทคโนโลยีไร้เซิร์ฟเวอร์

มั่นใจในโซลูชั่นการรักษาความเป็นส่วนตัว

แอพ Health Hero Go บนเครือข่าย Enjin

สุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากมันคือทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวข้องกับชีวิตเรา เทรนด์อาหารในปัจจุบันทำให้ผู้คนละทิ้งอาหารขยะและเริ่มใส่ใจสุขภาพโดยเลือกรับประทานอาหารครบห้าหมู่ และดีต่อสุขภาพ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีได้มีส่วนสำคัญในชีวิตเรา ช่วยให้เราสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพผ่านการใช้แอปพลิเคชันเฉพาะ เช่น Health Hero Go! แอปซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้บล็อคเชน Enjin ที่จัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้ และโทเค็นสกุล ERC-1155

Health Hero นำเสนอ NFT ส่วนบุคคลที่พัฒนาขึ้นเป็นการ์ดซื้อขายดิจิทัล ผู้ใช้จะได้รับแรงจูงใจให้เข้าร่วมในกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพที่ดี และปรับแต่ง NFT ของตนเองโดยใช้รูปภาพ การตั้งค่าการกำหนดลักษณะทางโภชนาการ สถิติการออกกำลังกาย และอื่นๆ อีกมากมาย

NFT แต่ละรายการได้รับ exp และคะแนนสุขภาพเฉพาะบุคคล โดยจะมี Heatlh Hero NFT เพียง 500,000 อันเท่านั้นและสามารถซื้อขายได้ที่ decentralized marketplaces เช่น EnjinX และ OpenSea

Health Hero ได้รวม NFTs ไว้ใน Telegram, Facebook Messenger, TikTok และในอนาคตจะรองรับ WhatsApp, WeChat และ SMS ทั้งนี้ทางแอพยังมีแผนงานรวมถึงการสร้าง Health Hero City ซึ่งเป็น Metaverse เพื่อสุขภาพที่ผู้เล่นสามารถแลกเปลี่ยน NFT ของตนสำหรับที่ดินดิจิทัลได้

MetaDocs NFT Doctors Platform: ไม่สามารถให้คำแนะนำทางการแพทย์ทางกฎหมาย ตามรายงาน

MetaDocs เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการ NFT กับแพทย์ที่เป็นการ์ตูนหรือการ์ตูนที่ให้คำแนะนำทางการแพทย์แก่ผู้ถือโทเค็น ไม่เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการรับรอง รายงานจำนวนมากมีความสำคัญต่อคำแนะนำที่พวกเขามอบให้กับลูกค้าและผู้ที่ซื้อโทเค็น โดยอ้างว่ามันข้ามเส้นกฎหมายและจริยธรรมเมื่อเผยแพร่ข้อมูลทางการแพทย์สู่สาธารณะ

MetaDocs NFT: แพทย์เคลื่อนไหวให้คำแนะนำทางการแพทย์

MetaDocs เป็นการเริ่มต้น ที่ให้บริการ “หมอ NFT” แก่ผู้ใช้ที่พูดคุยกับพวกเขาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกังวลเฉพาะที่พวกเขามี เป็นการตั้งค่าแบบตัวต่อตัวสำหรับผู้ที่ซื้อ NFT และจะช่วยให้พวกเขาสามารถสื่อสารความใกล้ชิดและอารมณ์หรือความรู้สึกอื่น ๆ กับแพทย์เสมือนจริงและผู้ป่วยในชีวิตจริง

ผู้คนสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองและสนทนาแบบตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ที่นี่

ตามรายงาน MetaDocs ไม่มีสิทธิ์ทางการแพทย์ตามกฎหมาย

จากคำกล่าวของ Dr. Sina Joorabachi ผู้ก่อตั้ง MetaDocs จุดประสงค์ของแพลตฟอร์มคือเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตนมีความพร้อมและเป็นส่วนตัวกับแพทย์

NFT และข้อเสนอปัจจุบัน

NFT มีแนวโน้มอย่างมากใน บล็อกเชนและโลกดิจิทัล โดยที่บางคนอุทิศชีวิตและทำงานเพื่อโทเค็นที่คนอื่นจะได้เพลิดเพลินหรือซื้อ เกม NFT มีขนาดใหญ่มากในปี 2564 และผู้คนใช้พวกเขาเพื่อการดำรงชีวิตหรือเพื่อการพักผ่อน แทนที่จะเป็นแหล่งความบันเทิง

มันได้แพร่กระจายไปยังผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับ NFT ด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงความเป็นอยู่ที่ดีเข้ากับโทเค็น ทำให้พวกเขามีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากปกติ . การรักษาพยาบาล บางคนใช้มันเพื่อบันทึกทางการแพทย์ ในขณะที่คนอื่นๆ มุ่งความสนใจไปที่การบริจาคโลหิต ซึ่งสามารถมอบโทเค็นสำหรับความต้องการของพวกเขาได้ ซึ่งเป็นของที่ระลึกดิจิทัลมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ความคิดริเริ่มใหม่ของ MetaDocs นั้นเน้นไปที่การตลาดในฐานะแพทย์มืออาชีพ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคำแนะนำและข้อมูลที่พวกเขาให้นั้นได้รับการรับรองสำหรับการแพทย์ทางไกลหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพกติดตัวไปด้วยเม็ดเกลือ

NFT Project for Healthcare Heroes

ไม่ใช่แค่การริเริ่ม NFT อื่น ได้รับการออกแบบโดยบุคลากรทางการแพทย์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และให้ประโยชน์มากมายแก่ผู้ถือ โครงการ NFT ใหม่ Healthcare Heroes NFT สร้างขึ้นบน Ethereum blockchain และเริ่มต้นภารกิจในการเปลี่ยนธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพให้เป็น Web 3.0 โดยจะแจกจ่ายชิ้นส่วนที่ไม่ซ้ำกัน 10,000 ชิ้น ศิลปินที่มีความสามารถพิเศษของเราได้สร้างงานศิลปะที่น่าทึ่งสำหรับโครงการนี้ โดยเป็นตัวแทนของบุคลากรทางการแพทย์จากทุกสาขาอาชีพในสถานที่ต่างๆ

  • 10k P4P NFT ฮีโร่ด้านการดูแลสุขภาพ โครงการ
  • แจก 20% ให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรการกุศล
  • ผู้ถือแต่ละรายจะได้รับสครับคู่ สมาชิก CalmApp และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคต & แอร์ดรอป
  • การสร้างชุมชน เพื่อสนับสนุนและเป็นตัวแทนของสมาชิกในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ
  • งานศิลปะที่น่าทึ่งโดย Savannah Rose ที่มีพรสวรรค์

NFT Healthcare Heroes คือ การสร้างเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการรวบรวมบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วทุกมุมโลก และใช้ความแข็งแกร่งร่วมกันของกลุ่มใหญ่เพื่อโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสาขานี้ มีรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไปในทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง Discord และ Twitter รวมถึงเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น LinkedIN, Facebook และ Instagram

เลนนี่และเซีย ทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแฟนๆ ของ NFT ได้ก่อตั้ง Healthcare Heroes วัตถุประสงค์ของพวกเขาคือเพื่อให้ผู้ถือแต่ละคนภูมิใจที่ได้เป็นสมาชิกของชุมชนและเพื่อช่วยกำหนดอนาคตของธุรกิจการดูแลสุขภาพ

ผู้ถือจะได้รับ สครับคู่จากผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในตลาด พวกเขายังจะได้รับการสมัครสมาชิก CalmApp เป็นหนึ่งในยูทิลิตี้ ระบบสาธารณูปโภคเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็งในแง่ของการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ประโยชน์ประการแรก Healthcare Heroes NFT จะมอบให้กับธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพคือการบริจาคเพื่อการกุศลที่สำคัญ 20% ของรายได้ของโครงการทั้งหมดจะมอบให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่ง เราจะเลือกองค์กรการกุศลด้านการดูแลสุขภาพที่สำคัญที่สุด 5 แห่ง และจะบริจาค 4% ของรายได้ทั้งหมดให้กับแต่ละองค์กร

ตั้งแต่เริ่มแรก อุตสาหกรรมที่สำคัญหลายแห่ง บริษัทต่างๆ รวมถึงเมเดลิตาและบริษัทอื่นๆ ได้พยายามที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ผลประโยชน์และความผูกพันทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ถือ NFT ของเรา Healthcare Heroes มีแผนระยะยาวในพื้นที่ และผู้ถือจะได้รับ airdrop และผลประโยชน์อื่น ๆ เมื่อเวลาผ่านไป

เป้าหมายระยะยาวของ Healthcare Heroes คือการสร้างชุมชน Web 3.0 ที่เฟื่องฟูและทุ่มเทให้กับนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพ เป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงและอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพไปเป็น Web 3.0 ตอนนี้เป็นเวลาของคุณที่จะเข้าร่วมกับเราและสร้างความแตกต่างในอุตสาหกรรมของเราในขณะที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือ NFT ของ Healthcare Heroes

ด้วยเหตุนี้ นักจริยธรรมการแพทย์บางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดเผยข้อมูล ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับความยินยอมจากคนไข้ จึงพยายามหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ จนเกิดเป็นไอเดียที่จะนำ NFT มาใช้ในการเก็บข้อมูลนั่นเอง และเมื่อไอเดียนี้ เกิดขึ้นมา ก็ต้องมีนักจริยธรรมการแพทย์คนอื่นๆ ที่ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว จนกลายเป็นความขัดแย้งของสองขั้วความเห็นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความเห็นของนักจริยธรรมการแพทย์ จากฟากฝั่งที่เห็นด้วยกับการใช้ NFTความเห็นของนักจริยธรรมการแพทย์ จากฟากฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ NFT
การที่คนไข้ถือครอง NFT ที่มีข้อมูลทางการแพทย์ของตัวเองอยู่ ก็เหมือนมียามคอยปกป้องข้อมูล และมีผู้เฝ้าประตูคอยตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลของบุคคลที่สามเสมอ โดยที่คนไข้สามารถเลือกได้ว่า จะเปิดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลในส่วนใด และสามารถใช้ข้อมูลตรงนี้ ในการทำอะไรได้บ้าง ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘Smart Contract’ คือเมื่อบริษัทยาหรือนักวิจัยสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คนไข้ตั้งไว้ได้ ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีการใช้ NFT เพื่อเก็บข้อมูลการรักษาของคนไข้ ไม่ได้มีความสมเหตุสมผลเลย เพราะโดยปกติ ข้อมูลที่ถูกเก็บในรูปแบบเอกสารดิจิทัล จะมีการกำหนดขอบเขตในการเข้าถึงอยู่แล้ว อีกทั้งข้อมูลการรักษาบางอย่างจะต้องถูกเก็บเป็นความลับเท่านั้น การปล่อยให้คนไข้ตัดสินใจเปิดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลได้เอง โดยไม่ปรึกษาคนกลางอย่างแพทย์ เป็นเรื่องที่อันตรายมาก และหากข้อมูลเหล่านั้น ตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี ก็จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงของวงการแพทย์ได้ หรือต่อให้การนำ NFT มาใช้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากขนาดไหน ก็ยังต้องศึกษาเพิ่มจนกระจ่างอยู่ดี

และหากในอนาคต NFT ที่เป็น Big Data ด้านการแพทย์ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ ในมุมของคนไข้จะได้ประโยชน์อย่างไร?

แน่นอนว่า ข้อมูลการรักษาพยาบาลตลอดทั้งชีวิตจะถูกเก็บไว้ใน NFT ไม่ว่าจะไปรักษาที่ไหน ก็สามารถนำประวัติการรักษาที่มีมาแต่เดิม ไปทำการรักษาต่อได้ทุกที่ ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า คุณในช่วงอายุ 20 ปี เป็น first jobber ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ในไทย จนเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปี คุณมีหน้าที่การงานมั่นคง และได้โอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ดันโชคร้าย เกิดประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยขึ้นมา แล้วต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในประเทศนั้น เมื่อพยาบาลเข้ามาซักประวัติคุณ คุณก็ให้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์บน NFT ที่มีประวัติการรักษาในไทยไป ซึ่งมันก็อาจจะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถวางแผนการรักษาคุณได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการใช้ NFT ในการเก็บข้อมูลทางการแพทย์ อาจจะขึ้นอยู่กับผลการต่อสู้ของสองขั้วความเห็นที่แตกต่างกันมากกว่าปัจจัยอื่นๆ ถ้าหาทางลงไม่ได้ ก็คงจบแบบวิน-วิน (Win-Win) อย่างการได้ผลลัพธ์เป็น Big Data ที่มีหน้าตาเป็นลูกผสมระหว่าง NFT กับการเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมหรือเปล่า?

[Total: 3 Average: 5]

No Comments

Leave a Reply