อาการตาล้า เกิดจากการใช้สายตาต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน โดยอาจพบได้บ่อยขณะอ่านหนังสือ ขับรถ ทำงานหน้าจอคอม ใช้สมาร์ทโฟน อยู่ในที่แสงจ้า ใช้สายตาในที่มืดหรือแสงน้อย ทำงานที่ต้องเพ่งสายตาตลอดเวลา หรือดวงตาสัมผัสกับลมจนทำให้ตาแห้ง อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัว เหนื่อยล้าได้ หากเกิดอาการตาล้า ควรพักสายตาสักพัก หากตาแห้งอาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จะช่วยลดอาการตาแห้งและแสบตาได้ ควรหลีกเลี่ยงการนั่งหน้าพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ แต่ให้เปลี่ยนทิศทางลมไม่ให้สัมผัสกับดวงตาโดยตรง รวมทั้งปรับแสงหน้าจอจากอุปกรณ์ต่างๆ
มาสังเกตความจำของคุณพ่อคุณแม่ หรือวัยเก๋าที่บ้านกัน
จะเข้าขั้นอัลไซเมอร์กันบ้างไหมนะ อาการ ระยะแรก ของโรคอัลไซเมอร์ จะมีอาการความจำเสื่อม ขี้ลืมมากขึ้น เช่น ลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ลืมบทสนทนา ถามคำถามเดิมหลายครั้ง พูดซ้ำเรื่องเดิม มีปัญหาในการคิดคำพูด อารมณ์แปรปรวน ระยะกลาง จะมีอาการบกพร่องทางความจำและการเรียนรู้มากขึ้น เช่น จำชื่อคนไม่ได้ พูดไม่คล่อง มึนงง ไม่ทราบวันและเวลา มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ เช่น โทรศัพท์ โทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงอาการวางของผิดที่ หลงทิศทาง เดินออกจากบ้านไปโดยไร้จุดหมาย ระยะสุดท้าย อาการจะรุนแรงขึ้น เห็นภาพหลอน ภาพลวงตา หวาดกลัว เคี้ยวอาหารและกลืนลำบาก น้ำหนักลด พฤติกรรมก้าวร้าว กลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองไม่ได้ต้องมีคนช่วย เดินไม่ได้ เริ่มพูดไม่ได้ วิธีการรักษา ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ค่ะ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่รักษาไม่หายแต่ดูแลได้นะคะ ด้วยความเข้าใจ และเอาใจใส่จากคนในครอบครัว จะทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขได้ค่ะ
สงสัยว่าตัวเอง หรือคนรอบข้างจะเป็น #โรคซึมเศร้า ??
ลองเช็คอาการดูค่ะ หากมีอาการอย่างน้อย 5 ข้อหรือมากกว่าติดต่อกันอย่างน้อย 14 วัน อาจเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ แนะนำว่าควรพบแพทย์ มีอารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด โกรธง่าย รู้สึกเบื่อ หมดความสนใจหรือความสุขในการทำกิจกรรมต่างๆนอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ หรือนอนเยอะมาก เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง เบื่ออาหาร หรือกินมากเกินไป รู้สึกไร้ค่า ตัวเองดีไม่พอ ไม่มีสมาธิกับการทำงาน การเรียน พูดช้า ทำอะไรช้าลง หรือกระวนกระวาย ไม่อยู่นิ่ง มีความคิดที่ไม่อยากมีชีวิต ทำร้ายตัวเอง
อาการไข้หวัดใหญ่ VS ไข้หวัดทั่วไป
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ขอแชร์อาการไข้หวัดใหญ่ VS ไข้หวัดทั่วไป ถึงจะเป็นไข้เหมือนกัน แต่ความรุนแรงต่างกันนะคะ ไข้หวัดใหญ่ • ไข้สูง 2-4 วัน • ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร • คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ • แน่นหน้าอก หรือไอ • อาจมีภาวะปอดอักเสบแทรกซ้อน ไข้หวัดทั่วไป • มีไข้ต่ำๆ • จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล • มีอาการไอ หรือเจ็บคอร่วมด้วย แต่ไม่รุนแรง • โดยปกติจะหายได้เองใน 1 สัปดาห์ เพียงดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ
ตกขาว เป็นเรื่องปกติของผู้หญิงทุกคน
ตกขาว เป็นเรื่องปกติของผู้หญิงทุกคนค่ะ ลักษณะของตกขาวจะเป็นเมือกใส มีปริมาณไม่มาก ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ช่องคลอด อาจมีกลิ่นบ้าง แต่ต้องไม่เหม็น ไม่คัน ไม่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง มีไข้ หรือปัสสาวะขัดค่ะ หากพบว่าตกขาวมีกลิ่นเหม็น ข้นเป็นก้อน เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เขียว รวมถึงมีอาการคัน เจ็บแสบ บริเวณปากช่องคลอด มีไข้ หรือรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ แสดงว่าเกิดสิ่งผิดปกติกับร่างกาย หรืออาจมีเชื้อราในช่องคลอด หรือโรคพยาธิในช่องคลอดได้ค่ะ “การทำความสะอาดน้องที่ดีที่สุดคือ น้ำเปล่า ซับให้แห้ง หากมีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ไม่แนะนำให้ใช้แผ่นอนามัย ข้อสำคัญอย่าให้อับชื้น ดูแลชุดชั้นในให้สะอาดและแห้งโดยการตากแดด”
5 พฤษภา ‘วันโรคหืดโลก’ ผู้ป่วยจะอยู่อย่างไรในยุคโควิด 19 !!?
เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและวิตกกังวลกันไปใหญ่ สอดรับกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การหืดโลก Global Initiative for Asthma กำหนดให้วันอังคารแรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันโรคหืดโลก” (world asthma day) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 5 พ.ค. 2563
เบาหวาน: กินอาหารนอกบ้านอย่างไรให้เป็นสุข
การกินอาหารนอกบ้านเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพราะการทำอาหารกินเองคนเดียว บางครั้งมันก็จะเหงาเกินไป ยิ่งในผู้ป่วยด้วยแล้วกำลังใจนั้นสำคัญ ความหดหู่ เศร้า เหงา ซึม ส่งผลที่ไม่ดีต่อการรักษาโรคสูงมาก การออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและครอบครัวก็ดูจะเป็นทางออกที่ดี ในปัจจุบันการกินข้าวนอกบ้านไม่ใช่สิ่งต้องห้ามอีกแล้วสำหรับผู้เป็นเบาหวาน การออกไปหาอาหารอร่อยๆ รสชาติถูกปาก ก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้ หรือแม้แต่ในวันที่ไม่อยากทำอะไรจะเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปตามร้าน หรือสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ด ใช้บริการเดลิเวอรี่มาส่งอาหารโดยไม่ต้องออกไปไหนก็ง่าย และสะดวกดี แค่ต้องเลือกเมนูที่เหมาะสม และมีปริมาณที่พอดีต่อสุขภาพ รวมถึงการเรียนรู้การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (Self-monitoring of blood glucose, SMBG) เป็นประจำก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้การปรับพฤติกรรมการกินอาหาร เพื่อช่วยให้ควบคุมน้ำตาลได้ดีขึ้น และลดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน ปี 2017 มีคนไทยเป็นเบาหวาน 4.2 ล้านคน มีผู้ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานถึง 1.8 ล้านคน และมีผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานถึง 8.2 ล้านคน คนเป็นเบาหวาน หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่อาจจะยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตัวเองที่ถูกวิธีและดีต่อสุขภาพ คนเป็นเบาหวาน จะกินข้าวนอกบ้านอย่างไรให้เป็นสุข ข้อมูลจาก อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ให้คำแนะนำว่า โรคเบาหวานLanjutkan membaca "เบาหวาน: กินอาหารนอกบ้านอย่างไรให้เป็นสุข"
ชานมไข่มุก: พลังงานสูง 1 แก้ว รับถึง 360 กิโลแคลอรี แนะเลี่ยงได้ จะดีต่อสุขภาพ
กรมอนามัย เตือนกินชานมไข่มุกบ่อย ๆ เสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด แนะประเมินร่างกายก่อนกินเนื่องจากให้ปริมาณต่อแก้วสูงถึง 360 กิโลแคลอรี หากเลี่ยงได้ก็จะดีต่อสุขภาพ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนที่จะดื่มชานมไข่มุกต้องประเมินตนเองด้วยว่าเสี่ยงต่อภาวะอ้วนหรือไม่ เพราะหากดื่มเป็นประจำอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็วและนำไปสู่การเป็นโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากชานมไข่มุกส่วนใหญ่เป็นการเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม นมผง ครีมเทียม และไข่มุกลงในชา ซึ่งทำให้ได้พลังงานมากขึ้นกว่าน้ำชาทั่วไปมาก โดยข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน ประมาณ 240 - 360 กิโลแคลอรี โดยร่างกายจะได้รับคาร์โบไฮเดรต 45 - 62 กรัม ไขมัน 0 - 14 กรัม โปรตีน 0.4 - 2 กรัม ความแตกต่างของพลังงานและสารอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม ไข่มุก นมผง และครีมเทียมที่ใส่ลงไป ซึ่งไข่มุกที่อยู่ในชานมไข่มุกนั้น ผลิตจากแป้งมันสำปะหลัง จัดอยู่ในอาหารหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาลLanjutkan membaca "ชานมไข่มุก: พลังงานสูง 1 แก้ว รับถึง 360 กิโลแคลอรี แนะเลี่ยงได้ จะดีต่อสุขภาพ"
กัญชา: ทางการแพทย์ : เรื่องเร่งด่วน
ความจำเป็นอย่างรีบด่วนขณะนี้ คือ ต้องยอมรับว่ากัญชาคือสมุนไพรไม่ซับซ้อน ใช้ได้ทั่วร่าง ของพืช ตัน ใบ ดอก จะใช้ด้วยกระบวนการแบบใด อย่างไร สามารถเลือกได้ และวิธีใช้เป็นที่ทราบกันดีในระดับหนึ่งอยู่แล้วในผู้ที่ใช้ตามบ้านอยู่ที่ผู้ที่ไม่เคยใช้มาก่อนและได้รับพืชกัญชาในลักษณะต่างๆจะใช้ไม่เป็นและถามใครๆก็ไม่ได้ก็จะใช้ตามคำโฆษณาและเกิดผลร้าย การยอมรับการใช้ในลักษณะนี้ให้เป็นการใช้ในระบบเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และถ้าไม่ทำก็เป็นการส่งเสริมให้มีการผลิตกัญชาเพื่อหลอกลวงผู้ป่วยไปอีกการสอนแพทย์ต่อจากนี้ต้องเน้นการให้คำแนะนำกับกัญชาในลักษณะนี้ ซึ่งที่อบรมไปแล้วก็จะมีประสบการณ์ในลักษณะนี้มาตลอด และไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดการให้ความรู้ผู้ออกกฎเกณฑ์ระเบียบปรับความคิดเป็นเรื่องสำคัญที่สุดว่าพืชกัญชาจะผลิตอย่างไรสายพันธุ์ใด ใช้ได้หมดและถ้าใช้ขนาดใดไม่เป็น เริ่มด้วยขนาดไม้จิ้มฟันรายงานจากชมรมล่าสุดที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ สายพันธุ์ดีที่สุดในขณะนี้ที่ใช้รักษาคนไข้ผมที่เป็นมะเร็งในสมอง GBM ใช้สายพันธุ์ของต่างประเทศกิโลกรัมละ 700,000 บาทเทียบในประเทศคือกิโลกรัมละ 7,000 บาท ได้ผลเร็วและดีขึ้นอย่างมหาศาลจากการตรวจคอมพิวเตอร์สมองล่าสุดการพัฒนาสายพันธุ์เหล่านี้เป็นการต่อยอดการวิจัยการใช้กัญชาทางการแพทย์ในระยะที่สองและที่สาม โดยที่ขณะนี้สามารถใช้สายพันธ์ที่อยู่ในประเทศไทยไปก่อนได้ดังที่ปลูกตามบ้านขณะนี้
กัญชา: เสพแล้วยังไงก็ไม่ตายจริงไหม?
คำตอบคือ…ไม่จริงครับ!!! ข้อมูลชัดเจนว่าตายได้ ยกตัวอย่างรายงานจากศูนย์พิษวิทยาของมลรัฐโอเรกอน/อลาสก้า ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ล่าสุดในวารสารวิชาการแพทย์ระดับสากล Clinical Toxicology ฉบับสิงหาคม 2019 เค้ารายงานเคสที่ได้รับกัญชาในรูปแบบต่างๆ จนต้องหามส่งโรงพยาบาล ระหว่างธันวาคม 2015 ถึงเมษายน 2017 มีจำนวน 253 ราย คนที่โดนหามมานั้น อายุตั้งแต่ 8 เดือน ถึง 96 ปี อายุเฉลี่ย (มัธยฐาน) 20 ปี เพศชายต่อเพศหญิงมีจำนวนพอๆ กัน ราวครึ่งนึงอายุน้อยกว่า 18 ปี หรือเป็นเด็กและวัยรุ่นนั่นเอง ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหามักมาจาก "การกิน" ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจคือ เด็กๆ มักได้รับกัญชาจากของกินที่ทำเองภายในบ้าน ส่วนผู้ใหญ่นั้นมักซื้อหามาจากร้านค้า เด็กๆ นั้นมักไม่ได้ตั้งใจเสพ ถึงร้อยละ 98 แต่ผู้ใหญ่มักจะตั้งใจ ร้อยละ 88 ถามว่าแล้วหามมาส่งโรงพยาบาลแล้วเป็นอย่างไรบ้าง? 8 รายต้องนอนไอซียู 3 รายต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แล้วมีตายไหมLanjutkan membaca "กัญชา: เสพแล้วยังไงก็ไม่ตายจริงไหม?"
กัญชา: เตรียมรับมือกับกัญชาในขนม
THC สารในกัญชานั้น บางรัฐในอเมริกาที่อนุญาตให้เสรี จะเจือในอาหารและเครื่องดื่มในขนาดน้อยๆ ราว 10 มิลลิกรัม แต่ตอนนี้หลายประเทศขายขนมประเภทช็อกโกแลต และเยลลี่แบบเคี้ยวรสผลไม้ โดยมี THC สูงถึง 50-80 มิลลิกรัม ล่าสุดวารสารแพทย์โรคหัวใจของแคนาดารายงานเมื่อ ก.พ.2019 ว่ามีผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคหัวใจอยู่เดิมเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพราะอมอมยิ้มที่ผสมกัญชาที่มี THC 90 มิลลิกรัม การเกิดอาการกำเริบจนเกือบตายนั้น เพราะสาร THC ไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น จนทำให้เกิด demand supply mismatch ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ เรื่องนี้ได้รับการหยิบยกมาอภิปรายในวารสารรายสัปดาห์ด้านอายุรศาสตร์ (ACP Internist) ของวิทยาลัยแพทย์อเมริกัน (American College of Physician: ACP) เดือนนี้ และเรียกร้องให้คนจะใช้กัญชาก็ควรระวังให้ดี รวมถึงแพทย์ก็ให้ตระหนักไว้ว่าจะมีเคสเสพกัญชาและได้รับสารพวกนี้จากอาหารการกินโดยไม่รู้เลยว่ามากจนเกิดอันตรายได้ เมืองไทยคงอีกไม่นานครับ ตอนนี้มันทำการปั่นป่วนสังคมจนคนเข้าใจผิดว่ารักษาได้ร้อยแปดพันเก้า แถมปั่นป่วนเรียกร้องให้ปลูกกันได้ทุกบ้านอ้างเพื่อไว้รักษากันไป ระเบียบวินัยนั้นสำคัญยิ่ง รู้กันอยู่ว่าสังคมเรานั้นมีมากเพียงใด คุมได้ไหม หลังปลดล็อคทางการแพทย์ และบางรัฐให้เสรีตามเรียกร้อง สถิติคนอเมริกันเสพกัญชาในรอบปีที่ผ่านมา เพิ่มจาก 4.1% ในปี 2001-2Lanjutkan membaca "กัญชา: เตรียมรับมือกับกัญชาในขนม"
กัญชา: สแกนความรู้เรื่องกัญชาประจำเดือนกันยายน 2562
สแกนความรู้เรื่องกัญชาประจำเดือนกันยายน 2562 (Journal Scanning on Cannabis: September 2019) คำถาม: เติม CBD เข้าไป จะช่วยลดผลต่อจิตประสาทจาก THC ไหม? คำตอบ: CBD ไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ THC ทำให้เคลิ้ม และสมรรถนะด้านความจำและการขับขี่แย่ลง ไม่สามารถช่วยได้ด้วยการเติม CBD ข้อสรุป: เสพกัญชา และผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชา ที่มี THC เข้าไป ความจำจะเสื่อม ขับขี่ยานพาหนะจะเสี่ยงตายเสี่ยงเจ็บเสี่ยงพิการเยอะขึ้น เติมอะไรเข้าไปเพิ่มก็ช่วยอะไรไม่ได้…เหมือนที่เรารู้กันคือ ทำบาปแล้ว จะเอาอะไรมาลบล้างคงไม่ได้ครับ คำถาม: เฮ้ยๆ…ใช้กัญชากันเหอะ สุขภาพกายสุขภาพใจและคุณภาพชีวิตจะดีงาม คนปรามเรื่องกัญชาน่ะอย่าไปเชื่อมัน มันไม่เคยใช้กัญ จริงจริ๊ง เชื่อไหม? คำตอบ: ศึกษาในคนใช้กัญชาที่ลอสแองเจิลลิสปี 2017-2018 ติดตามดู พบว่า ยิ่งเสพกัญชา ยิ่งเกิดปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ ยิ่งเสพบ่อยยิ่งแย่ ข้อสรุป: อย่าไปเชื่อเลยครับ ยาเสพติดน่ะ มีไหมที่ทำให้ชีวิตดีในระยะยาว รู้ๆLanjutkan membaca "กัญชา: สแกนความรู้เรื่องกัญชาประจำเดือนกันยายน 2562"
โรงพยาบาลเอกชน: ดีกว่าโรงพยาบาลรัฐบาลจริงหรือไม่ ?
บทความจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ นำเสนอผลการวิจัยจากต่างประเทศว่า ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางนั้น ระบบบริการการแพทย์ภาคเอกชนดีกว่ารัฐบาลจริงหรือไม่ ? ซึ่งผลที่ได้จากการวิจัยก็ขัดแย้งกับความเชื่อนี้ เมื่อพบว่า การดูแลรักษาที่ รพ.เอกชนมีจำนวนการผิดมาตรฐานการรักษา และผลการรักษาที่แย่กว่ารัฐบาล แต่มีความตรงต่อเวลา และการต้อนรับขับสู้ที่ดีกว่า ซึ่ง นพ.ธีระ ได้ชี้ว่า จะเห็นว่าได้ว่า กากเกิดเจ็บป่วยไม่สบาย รพ.รัฐ ยังคงเป็นที่พึ่งได้เสมอ เพราะบุคลากรส่วนใหญ่ตั้งต้นด้วย "ใจ" และมีประสบการณ์ที่มากมาย แม้ทรัพยากรไม่ได้เลิศหรูฟู่ฟ่า ไม่ได้มีความสะดวกสบาย ไม่ได้มีคำหวานๆ แต่เชื่อเถิดว่า เค้าเหล่านั้นไม่ได้คิดเป็นอื่น นอกจากช่วยเหลือผู้คน รพ.เอกชนดีกว่าภาครัฐจริงหรือไม่ ? นพ.ธีระ วรธนารัตน์ “Comparative Performance of Private and Public Healthcare Systems in Low- and Middle-Income Countries : A Systematic Review” เป็นงานวิจัยที่ทำการทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเป็นระบบ หรือเราเรียกในภาษาวิจัยว่า "Systematic review" ดำเนินการโดย SanjayLanjutkan membaca "โรงพยาบาลเอกชน: ดีกว่าโรงพยาบาลรัฐบาลจริงหรือไม่ ?"
4 ดี มีประโยชน์ของปลาแซลม่อน
รู้หรือไม่ว่า ? แซลม่อนปลาเนื้อสีส้มของโปรดของใครหลายๆคนนอกจากอร่อยแล้วยังมีสุดยอดประโยชน์ทางโภชนาการ วันนี้เรามาดูกันว่า 4ดีมีอะไรบ้าง ดีต่อข้อเข่า ใครที่มีปัญหาในเรื่องข้อเข่า กำลังปวดเข่าควรทานเจ้าเนื้อปลาแซลม่อนสีส้มนี้ เพราะในเนื้อปลาแซลม่อนอุดมไปด้วยโปรตีนไบโอแอคทีฟเปปไทด์ซึ่งกรดโปรตีนนี้มีประโยชน์ต่อข้อเข่า ดีต่อใจ กินปลาแซลม่อนแล้วความเศร้าจะหายไปเพราะในเนื้อแซลมอนมี DHA หากทานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะความเครียดได้ ดีต่อตา หากคุณได้ทานเนื้อปลาแซลมอนอย่างน้อย 2 ครั้งต่ออาทิตย์เป็นอย่างน้อยจะมีส่วนชะลอความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อม ดีต่อนอน ในปลาแซลม่อนอุดมไปด้วยทริปโตเฟน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายๆยานอนหลับ ทำให้ง่วงและช่วยให้หลับเร็วขึ้น หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่นอนไม่ค่อยหลับ สุดท้ายนี้ในเนื้อแซลม่อนอุดมไปด้วยกรดวิตามิน D ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการและหากได้รับวิตามิน D น้อยไปจนเกินไปจะทำให้เกิดความเสี่ยงของโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ เบาหวาน เป็นต้น
เคลียร์ให้ชัดก่อนตัดทิ้ง ไส้ติ่ง ต้องตัดตอนไหน
‘ไส้ติ่ง’ อวัยวะขนาดเล็กจิ๋วที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องท้องด้านขวาและเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งหลายคนสงสัยว่าสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย แล้วตอนไหนควรตัดทิ้ง?ในปัจจุบันเราพบว่า ในวัยเด็กไส้ติ่งช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน และปรับสมดุล ทำให้ลำไส้ติดเชื้อยากขึ้น เต็มไปด้วยแบคทีเรียเจ้าถิ่นที่คอยช่วยดูแลไม่ให้เชื้อโรคต่าง ๆ สร้างปัญหาให้กับร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากไส้ติ่งเกิดอุดตันกลายเป็นไส้ติ่งอักเสบ ก็ควรจะตัดออกไปดีกว่าปล่อยไว้เพราะอาจส่งผลต่อชีวิตได้ดังนั้นหากพบว่ามีอาการปวดท้องที่ผิดปกติรุนแรงยาวนานกว่า 6 ชม. ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางทันที เพื่อทำการผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้อง แผลเล็กราว ๆ 5 มิลลิเมตร ผู้ป่วยจะฟื้นตัวไวขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน