มะเร็งเต้านม: ในผู้ชาย ภัยร้ายเงียบที่คนรู้น้อย

อีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยไปมากมายในแต่ละปีอย่างโรค มะเร็งเต้านม นั้น หลายคนอาจไม่รู้ว่า? ผู้ชายก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ แม้จะยังไม่มีข้อมูลระบุชัดเจนว่ามะเร็งเต้านมในผู้ชายเกิดจากอะไร แต่โดยส่วนใหญ่มักพบในผู้ชายช่วงอายุ 60-70 ปี ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งอาการเบื้องต้น คือคลำพบก้อนในเต้านม บางรายอาจคลำพบบริเวณรักแร้เพิ่มด้วย โรคนี้ลดความเสี่ยงได้โดยการลดการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ และถึงแม้โอกาสที่ผู้ชายจะเป็นมะเร็งเต้านมนั้นมีไม่มาก แต่การรู้ไว้สักนิดก็จะช่วยให้เรารู้จักสังเกตและแก้ไขได้ทันหากเกินขึ้น

ครั้งแรกในประเทศไทย ม.มหิดล เปิดป.โทจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติและวัฒนธรรม

จะดีเพียงใดหากเราสามารถเนรมิตเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ฟื้นคืนได้ด้วย "การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ" ที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลับไปด้วยความอิ่มเอม ทั้งด้วยความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมประจำชาติและภูมิภาคต่างๆ ที่เราชาวไทยภาคภูมิใจ รวมทั้งได้ความสุขสงบจากธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น และปลอดภัยจากระบบสุขภาพที่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้บูรณาการวิทยาศาสตร์สุขภาพ และศิลปศาสตร์จัดเป็นหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ภายใต้ความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะศิลปศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ซึ่งได้ฤกษ์เปิดรับนักศึกษาใหม่ช่วงเดียวกับที่ประเทศไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การท่องเที่ยวจะยั่งยืนได้ จะต้องใส่คุณค่าและความหมายลงไปในการเดินทาง ซึ่งจากเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ประเทศไทยได้ริเริ่มโครงการนำร่อง "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ให้จังหวัดภูเก็ตได้เป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติโดยมีการวางระบบคัดกรอง และติดตามสุขภาพของนักท่องเที่ยวไว้รองรับอย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับในเรื่องความปลอดภัย จึงไม่น่าเป็นห่วงหากจะมีการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบด้วยการใช้หลักการเดียวกันนี้ต่อไป ซึ่ง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมเป็นกำลังสำคัญในด้านการให้บริการส่งเสริม ป้องกัน และรักษาสุขภาพนักท่องเที่ยว และด้วยความเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของภูมิภาคอาเซียนของศิริราช คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักวิชาการ และผู้ประกอบการวิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจากภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก ให้แวะเวียนเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการส่งเสริมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมได้ไม่แพ้นานาประเทศในภูมิภาคอาเซียนเช่นกัน และจากที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ร่วมกับ คณะศิลปศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เปิดหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอ่านเพิ่มเติม "ครั้งแรกในประเทศไทย ม.มหิดล เปิดป.โทจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติและวัฒนธรรม"

คุณแม่ที่ยังต้องให้นมบุตรอยู่ หากติดเชื้อขึ้นมาจะทำอย่างไร? จะสามารถให้นมบุตรได้อยู่หรือไม่?

ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังแพร่ระบาดไม่หยุด ทำให้ใครหลายคนเกิดความวิตกกังวลไม่น้อย โดยเฉพาะคุณแม่ที่ยังต้องให้นมบุตรอยู่ หากติดเชื้อขึ้นมาจะทำอย่างไร? จะสามารถให้นมบุตรได้อยู่หรือไม่? ซึ่งทาง นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า เชื้อโควิด-19 ไม่ติดต่อผ่านทางน้ำนมแม่ คุณแม่ยังสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ แต่อาจจะต้องมีการป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด โดยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสบุตรหรือปั๊มนม และควรทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ในการปั๊มนมและทำการนึ่งทุกครั้ง ด้วยสถานการณ์เช่นนี้เด็กทารกแรกเกิดยิ่งควรได้รับน้ำนมแม่เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง โดยอย่างน้อยทารกควรได้รับน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวใน 6 เดือนแรก และหลังจาก 6 เดือนแล้วจึงจะสามารถทานนมแม่ควบคู่ไปกับอาหารตามวัย

ต่อมน้ำเหลืองโต – อักเสบ: รู้ทัน 4 อาการ

เป็นโรคที่เป็นได้ทุกเพศ-วัย นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์กล่าวว่า ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ คือภาวะที่ต่อมน้ำเหลืองเกิดอักเสบ และบวมขึ้นจนมีขนาดใหญ่กว่าปกติ อาจเกิดบริเวณเดียวหรือหลายบริเวณพร้อมกัน อาจเป็นกับร่างกายซีกเดียวหรือ 2 ซีก มีทั้งแบบเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน และเป็นเรื้อรังจนต้องรักษาในระยะยาว ต่อมน้ำเหลืองอักเสบสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆ การอักเสบของช่องปากและช่องคอจากเชื้อแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีแผลและการอักเสบของเท้า ขาอวัยวะเพศ หรือต่อมน้ำเหลืองติดเชื้อโดยตรง ทำให้มีการอักเสบโตหลายต่อมพร้อมกัน เช่น วัณโรคต่อมน้ำเหลือง ผลข้างเคียงจากการใช้ยาหรือแพ้ยาบางชนิด หรืออาจไม่ทราบสาเหตุการเกิด นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผอ.โรงพยาบาลราชวิถีกล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อมน้ำเหลืองอักเสบขึ้นอยู่กับสาเหตุและบริเวณที่เป็น อาการหลักๆ ที่พบคือ ต่อมน้ำเหลืองบวมโตกดแล้วเจ็บ เกิดแข็งตัวหรือขยายตัวผิดปกติ ผิวหนังบริเวณที่อักเสบแดงหรือบวม มีหนองในต่อมน้ำเหลือง อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ คัดจมูก เจ็บ คอ แขน หรือขาบวม มีเหงื่อออกขณะนอนหลับ เป็นสิวหรือมีแผลอักเสบบริเวณใบหน้า ฟันผุหรือเหงือกอักเสบ อาการที่เกิดร่วมกับต่อมน้ำเหลืองอักเสบจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการรักษาเพราะภาวะต่อมน้ำเหลืองโตอาจมีอาการคล้ายกับปัญหาสุขภาพอื่นๆ จึงควรรีบพบแพทย์หากเกิดอาการเหล่านี้ วิธีป้องกันต่อมน้ำเหลืองอักเสบ คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5อ่านเพิ่มเติม "ต่อมน้ำเหลืองโต – อักเสบ: รู้ทัน 4 อาการ"

ภาวะ MISC: อาการอักเสบในหลายอวัยยวะที่คาดว่าจะเกี่ยวกับ covid-19

พ่อแม่พี่น้องที่ติดตามข่าวโควิดช่วงนี้ น่าจะพอรู้เลาๆว่า รอบนี้เด็กติดเชื้อเยอะมาก เยอะกว่ารอบก่อนๆแบบเทียบไม่ติด และเด็กที่ติดเชื้อมีทั้งอายุน้อยมากๆ ไม่กี่สัปดาห์ก็ติดเชื้อแล้วก็มีใน ตปท ฝั่งยุโรป และอเมริกา ก่อนหน้านี้ มีภาวะนึงที่ต้องระวังในเด็กที่ติดโควิด นั่นคือภาวะ MISC หรือ อาการอักเสบในหลายอวัยยวะที่คาดว่าจะเกี่ยวกับ covid-19 โรคนี้ เด็กจะเป็นหลังจากติดเชื้อแล้วหายแล้วซักระยะ ร่างกายจะเกิดการกระตุ้นของระบบภูมิคุ้มกันอย่างผิดปรกติ ทำให้เกิดการอักเสบของเส้นเลือดในหลายๆอวัยวะ ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงถึงชีวิตได้หากรักษาไม่ทัน ที่อเมริกาและยุโรปมีเด็กติดเชื้อและเกิดอาการนี้หลายร้อยคน เสียชีวิตไปหลายคน ล่าสุดมีรายงานเคสนี้ในประเทศไทยแล้ว พ่อแม่ก็สังเกตลูกหลานตัวเอง นอกเหนือจากอาการปรกติของโควิดแล้ว ให้สังเกตอาการเหล่านี้ด้วย ถ้ามี ให้รีบพาไปหาหมอเลย รศ.พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ แพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระบุว่า โรคนี้พบช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เด็กจะป่วยมาหาหมอด้วยอาการอักเสบผิดปกติรุนแรงของอวัยวะของหลายๆระบบ เช่นมีผื่น 60-70%ของร่างกาย มีเยื่อบุตาแดงแต่จะไม่ขี้ตา เด็กซึม รู้ตัวน้อยลง บางรายมีอาการช็อก มีอาการทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นโรคที่คล้ายโรคคาวาซากิ แต่ในทวีปเอเชีย โรคคาวาซากิก็มีอาการแตกต่างกัน โดยเกณฑ์การสังเกตอาการจะมีดังนี้ โรค คาวาซากิ จะมีอาการไข้สูง มักเกิดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีอาการหลอดเลือดอักเสบอ่านเพิ่มเติม "ภาวะ MISC: อาการอักเสบในหลายอวัยยวะที่คาดว่าจะเกี่ยวกับ covid-19"

โรงพยาบาลไทยกอดคอไล่กวาดรางวัล GlobalHealth Asia-Pacific Award 2017

เครือ BDMS ได้รับรางวัลในระดับเอเชียแปซิฟิกปีนี้รวมทั้งสิ้น 2 รางวัล ได้แก่   Hospital of the Year in ThailandNeurology Service Provider of the Year ทั้งนี้ จึงถือเป็นการตอกย้ำมาตรฐานด้านการดูแลรักษาและคุณภาพบริการของโรงพยาบาลให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้นทั้งในต่างประเทศและในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลกรุงเทพมีนโยบายที่มุ่งส่งเสริมและเน้นเรื่องการตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะในรูปแบบของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive) และเวชศาสตร์ฟื้นฟูชะลอวัย เป็นเทรนด์ใหม่ที่คนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มตลาดเอเชีย และเอเชียแปซิฟิกหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายและความตั้งใจของเครือ BDMS ที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ BDMS และกลุ่มโรงพยาบาลในเครือให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง” โดยมี Samitivej ได้รับรางวัลในส่วนนี้ Paediatric Service Provider of the Year นอกจากนั้นยังมีทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และบริษัทในเครือรับรางวัลคว้าไปทั้ง 4 รางวัล Smart Hospital of the Year in Asia PacificMedical Tourism Hospitalอ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลไทยกอดคอไล่กวาดรางวัล GlobalHealth Asia-Pacific Award 2017"

“The1” ต่อยอดความร่วมมือกับ “โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์” มอบความห่วงใย รับสิทธิพิเศษเพื่อสมาชิก The 1 เมื่อจองวัคซีนทางเลือก Moderna ผ่านทางเว็บไซต์โรงพยาบาล

“The 1” ผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย และ “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์” ผู้นำด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ส่งมอบความห่วงใยด้านการดูแลสุขภาพและเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของสมาชิก The 1 ร่วมยกระดับประสบการณ์ Omni-channel อำนวยความสะดวกลูกค้าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่รวดเร็วไร้รอยต่อในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ หรือพบแพทย์ออนไลน์ผ่าน Telemedicine และ www.bumrungrad.com โดยสามารถสะสมและแลกคะแนน The 1 ได้แล้วในทุกช่องทาง พร้อมรับข้อเสนอบริการด้านสุขภาพและสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย เฉพาะสมาชิก The 1 ได้ตลอดปี 2564 บนแอป The 1 จากความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและเป็นส่วนหนึ่งในทุกแง่มุมการใช้ชีวิตทุกๆ วัน ซึ่งรวมถึงบริการด้านสุขภาพที่สมาชิกให้ความสำคัญ The 1 จึงได้จับมือเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มาอย่างยาวนาน เพื่อคัดสรรบริการและสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจให้กับสมาชิก The 1 มาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้อำนวยความสะดวกให้สมาชิกสามารถสะสมและแลกคะแนน The 1 ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาลได้แล้ว เพิ่มเติมจากการทำธุรกรรมที่เคาน์เตอร์โรงพยาบาลและศูนย์ฯไวทัลไลฟ์ ของโรงพยาบาลฯ โดยสมาชิก The 1 ที่เป็นลูกค้าปัจจุบันของโรงพยาบาลฯ จะได้รับ 1 คะแนน ทุกการใช้จ่าย 70 บาทอ่านเพิ่มเติม "“The1” ต่อยอดความร่วมมือกับ “โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์” มอบความห่วงใย รับสิทธิพิเศษเพื่อสมาชิก The 1 เมื่อจองวัคซีนทางเลือก Moderna ผ่านทางเว็บไซต์โรงพยาบาล"

โรคอ้วน – น้ำหนักเกิน: ไม่ใช่แค่ขาดความมั่นใจ แต่เป็นภัยต่อสุขภาพ

เชื่อหรือไม่? ปัจจุบันพบโรคอ้วน ในคนไทยมากถึง 19.3 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 34.1 เลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตไม่เหมาะสม ที่นิยมทานอาหารไขมันและน้ำตาลสูง รวมถึงการใช้เวลาทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์วันละหลายๆชั่วโมง ขยับตัวก็น้อย โหมทำงานหนักจนนอนดึกเป็นนิสัย และยังไม่มีเวลาว่างพอจะออกกำลังกาย แน่นอนว่าโรคอ้วนถามหาแบบไม่ต้องสงสัย แต่นอกจากโรคอ้วนแล้ว ยังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆที่จะตามมา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง นิ่วในถุงน้ำดี ไตทำงานหนัก และภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอยู่บ่อยๆ รวมถึงชั่งน้ำหนัก คำนวณ BMI ให้อยู่ที่ 18.5-22.9 เพราะหากคุณเกิน 25 ขึ้นไปเมื่อไหร่ นั่นถือว่าเป็นคนอ้วน เรามาปรับพฤติกรรม ลด เลี่ยงอาหารขยะ เลือกอาหารดีๆที่ครบ 5 หมู่ ร่วมกับการออกกำลังกาย แต่ถ้าหากควบคุมแล้วน้ำหนักยังไม่ลง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจมีความผิดปกติบางอย่างแฝงอยู่ในร่างกายคุณได้

ไวรัสตับอักเสบชนิด บี: วายร้ายเงียบที่แฝงตัวในร่างกาย

เมื่อพูดถึง โรคไวรัสตับอักเสบบี เชื่อว่าหลายคนรู้จัก แต่ไม่ได้ตระหนักถึงความน่ากลัวของโรคมากนัก แต่รู้หรือไม่… จากข้อมูลปี 2552 พบว่าประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีชนิดเรื้อรังสูงถึงร้อยละ 8 ของประชากรหรือราวๆ 3 ล้านคนเลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุการแพร่เชื้อมากที่สุดคือ ทางเพศสัมพันธ์ การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก และการใช้อุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเลือดร่วมกัน เช่น เข็มฉีดยา มีดโกน แปรงสีฟัน หรือการสัก “เมื่อเป็นพาหะต้องทำอย่างไร?” หรือ “ติดเชื้อแล้วต้องรักษาหรือไม่?” เป็นคำถามที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักสงสัย เพราะการติดเชื้อส่วนใหญ่ “ไม่มีอาการ” และ “ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว” ทำให้กว่าจะเข้ามารับการตรวจรักษา ตัวโรคก็พัฒนาเกินระยะที่จะสามารถทำการรักษาให้หายได้ นั่นคือ…เกิดภาวะตับแข็งและมะเร็งตับระยะลุกลามแล้ว ดังนั้นเมื่อคุณรู้ตัวว่าได้รับเชื้อ ควรเข้ารับการรักษา เพื่อประเมินและติดตามการดำเนินของโรค และรับการรักษาที่เหมาะสมโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อยืดอายุของตับให้อยู่กับคุณไปนานที่สุด

ตกขาว: ต้องตกใจ

ตกขาว ปัญหาพบบ่อย กวนใจสาวๆทุกรุ่นทุกวัย ซึ่งเกิดได้ทั้งปกติและไม่ปกติ รุนแรงน้อยถึงรุนแรงมากขึ้นกับสาเหตุและระยะเวลาเกิดอาการ ตกขาว คืออะไร?? ตกขาว เป็นของเหลวที่ถูกสร้างขึ้นจากช่องคลอด ปากมดลูก และอวัยวะข้างเคียงบริเวณปากช่องคลอด ลักษณะของตกขาวจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นกับสภาพร่างกายทั้งในขณะที่ปกติ หรือมีโรค ตกขาวอย่างไร ไม่ต้องตกใจ?? ในช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนหรือระยะใกล้เคียงกับการตกไข่ เป็นเวลาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จะมีมูกไข่ตก ซึ่งอาจเข้าใจว่าเป็นตกขาว ลักษณะจะค่อนข้างเหลวใส ๆ หนืดๆ ไม่ควรมีอาการคัน ไม่มีกลิ่น ตกขาวอย่างไรที่ผิดปกติ?? และต้องตกใจ ตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ เกิดได้จากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา และพยาธิในช่องคลอด ตกขาวประเภทนี้ บางชนิดจะมีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัวดังนี้ ตกขาวจากเชื้อไวรัส ได้แก่ เริม ตกขาวจะมีสีเหลืองมีกลิ่นผิดปกติ ร่วมกับมีอาการเป็นตุ่มใส ๆ ขนาดเล็ก ต่อมาจะแตกเป็นแผลแสบ ตกขาวจากเชื้อแบคทีเรีย ตกขาวประเภทนี้มักมีสีเหลือง หรือค่อนข้างเขียว อาจมีอาการคันในบางราย อาจมีกลิ่นคาวปลา แต่ในกรณีที่มีการติดเชื้อจากโรคหนองในจะมีตกขาวสีเหลืองจัด อาจร่วมกับมีอาการปัสสาวะแสบขัดได้ ตกขาวจากเชื้อรา ตกขาวจะมีสีขาว มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ คล้ายนมที่ทารกแหวะออกมา และมีอาการคันช่องคลอดอ่านเพิ่มเติม "ตกขาว: ต้องตกใจ"

ตกขาว: ที่ไม่ขาว ทำอย่างไรดี?

ตกขาว (Leucorrhea) คือ สิ่งคัดหลั่งจากอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ไม่ว่าจะเป็นจากช่องคลอด ปากมดลูก หรือแม้กระทั่งจากตัวมดลูกเอง ลักษณะของตกขาวปกติ คือ ตกขาวจะมีลักษณะตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และรอบเดือน ขึ้นกับปริมาณของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตโรน (Progesterone) ลักษณะเป็นเมือกขาว ใส ไม่มีสี หรือเป็นสีขาว ไม่มีกลิ่นเหม็น ปริมาณไม่มาก และไม่ก่ออาการคัน ตกขาวปกติจะพบมากได้ในช่วงกลางของรอบประจำเดือนหรือขณะตั้งครรภ์ และจะมีการหลั่งของเมือกในช่องคลอดมากขึ้นขณะมีเพศสัมพันธ์ ทำไมตกขาวถึงไม่เป็นสีขาว? ตกขาวสีเขียว เป็นเพราะช่องคลอดเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ซึ่งอาจเกิดได้จากการที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคลอด หรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อโรค เช่น โรคหนองใน ลักษณะของอาการที่สังเกตได้เบื้องต้น คือ ตกขาวจะมีลักษณะสีเขียว บางครั้งก็อาจจะมีสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็นคาวปลา บางรายอาจจะมีอาการคัน และปวดแสบขณะปัสสาวะร่วมด้วยตกขาวสีเหลือง พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ จะมีทั้งแบบสีเหลืองเข้ม และแบบสีเหลืองใสๆ อาจมาจากหลายสาเหตุ อาทิติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดอาการตกขาวที่มีสีเหลืองขุ่น มีกลิ่นคาวปลา และคันติดเชื้อจากโรคหนองในติดเชื้อราติดเชื้อไวรัสติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด สาเหตุเหล่านี้ ทำให้เกิดอาการตกขาวที่มีสีเหลืองขุ่น มีกลิ่นคาวปลา และคัน ปวดแสบขณะปัสสาวะหากเป็นสาเหตุจากเชื้อรา บางรายอาจจะมีอาการคันลามไปถึงบริเวณขาหนีบได้ แต่หากเกิดจากเชื้อไวรัสจะมีตุ่มใสๆ ขนาดเล็ก หากแตกออกก็จะกลายเป็นแผล และแสบคัน ตกขาวสีชมพู พบได้ในหญิงหลังคลอด เนื่องจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกตกขาวเป็นก้อนหนา อาจเกิดจากการติดเชื้อราจนมีอาการบวม แดงอ่านเพิ่มเติม "ตกขาว: ที่ไม่ขาว ทำอย่างไรดี?"

ตกขาว: อันตรายใกล้ตัวที่สาวๆ ต้องระวัง

ในปัจจุบัน มีโรคทางนรีเวชจำนวนมากที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ ซึ่งวิธีการรักษาที่เราคุ้นเคยและใช้กันมานานคือ การผ่าทางหน้าท้อง เป็นวิธีการผ่าตัดแบบมาตรฐาน แต่อาจทำให้มีแผลใหญ่ขนาด 8-10 นิ้ว และต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเป็นเดือน ส่วนอีกวิธีคือการผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอด แม้วิธีนี้จะไม่ทำให้เกิดแผลที่หน้าท้อง แต่มีข้อจำกัดมาก แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อที่ต้องการจะลดผลข้างเคียงของการรักษา ลดการบาดเจ็บ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น จึงได้มีการนำวิธี “การผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS)” มาใช้ในการผ่าตัดรักษาโรคทางนรีเวช ตกขาวแบบปกติ มีลักษณะเปลี่ยนแปลงตามรอบประจำเดือน โดยขึ้นกับปริมาณของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตโรน (Progesterone) จะมีลักษณะใสไม่มีสีหรือเป็นสีขาวที่ไม่มีกลิ่นเหม็น มีปริมาณไม่มากและไม่ก่ออาการคัน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำหรับตกขาวแบบผิดปกติ เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอด ทำให้กลิ่น สี และลักษณะของตกขาวจะเปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลดังกล่าว ได้แก่ การใช้ยาแก้อักเสบหรือสเตียรอยด์การติดเชื้อแบคทีเรีย Bacterial Vaginosis ซึ่งพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์การใช้ยาคุมกำเนิดเบาหวาน มะเร็งปากมดลูกการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในเทียม (Chlamydia) หรือหนองในแท้ (Gonorrhea)การทำความสะอาดด้วยสบู่ที่เป็นด่างมากเกินไปการติดเชื้อรา ติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ปีกมดลูก รังไข่การติดเชื้อปรสิต (Trichomoniasis) จากการมีเพศสัมพันธ์การอักเสบของช่องคลอดการสวมใส่กางเกงในรัดแน่น อากาศไม่ถ่ายเท ตกขาวแบบไหนที่ “ไม่ปกติ” ตกขาวมีสีปนเลือดหรือมีสีน้ำตาล ประจำเดือนมาผิดปกติไม่ตรงรอบ อาจมีอาการปวดท้องน้อยหรือมีเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย ลักษณะแบบนี้เกิดจากมะเร็งโพรงมดลูกหรือมะเร็งปากมดลูกอ่านเพิ่มเติม "ตกขาว: อันตรายใกล้ตัวที่สาวๆ ต้องระวัง"

ตกขาว: เยอะผิดปกติ อันตรายไหม?

ตกขาวผิดปกติในสตรีวัยเจริญพันธุ์ ตกขาวผิดปกติ เป็นอาการส่วนใหญ่ที่ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ทางนรีเวช โดยปกติลักษณะของตกขาวจะมีสีใสหรือขาวขุ่นเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น สังเกตอาการบ่งบอกว่าตกขาวผิดปกติ ได้จาก  สี เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียว เหลือง ขาวเทา หรือมีสีแดง เนื่องจากมีเลือดปน กลิ่น กลิ่นเหม็นคล้ายกุ้งเน่า หรือมีกลิ่นคาว มีลักษณะเป็นฟอง คันบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะเพศ แสบที่อวัยวะเพศ โรคที่มาพร้อมตกขาวผิดปกติ เชื้อราในช่องคลอด ตกขาวจะมีลักษณะสีขาวขุ่นเป็นก้อน ๆ ออกมาจำนวนมาก บางครั้งอาจมีสีเขียวจากการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย อาการที่เป็นลักษณะเด่น คือ คันบริเวณช่องคลอด  หรืออวัยวะเพศ  บางรายเกาจนเกิดเป็นแผล ทำให้แสบเวลาขับถ่ายปัสสาวะหรือโดนน้ำ ในกรณีที่แผลร่วมด้วย อาจจะต้องตรวจหาโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ด้วย เช่น เริม เป็นต้นเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ตกขาวจะมีลักษณะเป็นสีเขียว กลิ่นคาว ไม่คัน ไม่มีอาการแสบช่องคลอดเชื้อพยาธิในช่องคลอด ตกขาวมีลักษณะสีขาวเทา ตรวจพบการอักเสบที่ช่องคลอดและปากมดลูกโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ เช่น เริม ส่วนมากจะมีอาการเจ็บ แสบ คัน  มีตุ่มแผลที่อวัยวะเพศ ร่วมกับปัสสาวะแสบขัด บางครั้งอาจจะมีไข้ร่วมด้วย  ตกขาวมากผิดปกติ อย่าปล่อยทิ้งไว้!!! อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม  หากมีตกขาวผิดปกติ คือ การที่เกิดเป็นซ้ำๆ บ่อยๆ เพราะอาจส่งผลให้ปีกมดลูกเกิดการอักเสบ ท่อนำไข่ตัน เกิดภาวะมีบุตรยาก เพิ่มความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์นอกมดลูกสูงขึ้น หรือมีก้อนฝี หนองในอุ้งเชิงกรานได้ การรักษาในบางราย หากตรวจพบว่า เกิดจากการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ ก็จะต้องให้ยารักษาคู่นอนร่วมด้วย หากพบความผิดปกติของตกขาวไม่ว่าจะลักษณะใดก็ตาม ควรมาพบสูตินรีแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง และรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

ตกขาว: สีบอกโรคได้

สาวๆหลายคนคงคุ้นเคยกับประจำเดือนที่จะมาเยือนอย่างสม่ำเสมอเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น และสิ่งที่มาพร้อมๆ กัน แต่มักถูกมองข้ามไปนั่นก็คือ “ อาการตกขาว ”ตกขาวปกติจะมีสีขาวหรือใส และไม่มีกลิ่นเหม็น แต่ตกขาวที่ผิดปกติ จะมีสีที่ต่างไปจากเดิม มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ คล้ายกลิ่นเนื้อหรือปลาเน่า ตกขาวเป็นก้อนหนา นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่า ร่างกายของเราเริ่มผิดปกติแล้วล่ะ ลักษณะอาการตกขาวที่ผิดปกติ ตกขาวสีเทา หรือเทาอ่อน  (ที่มาพร้อมกลิ่นเหม็นอับหรือคาว) ส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จากเพศสัมพันธ์ การสวนช่องคลอด หรือการรับยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง ตกขาวเป็นก้อนสีขาวข้น หรือมีสีเหลืองขาว  พร้อมกลิ่นเหม็นอับ คันบริเวณอวัยวะเพศ อาจเป็นร่วมกับอาการปัสสาวะขัด มักมาจากการติดเชื้อราในช่องคลอด ตกขาวสีเหลือง  พร้อมกลิ่นคาวและอาการคัน ปัสสาวะขัด อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น จากโรคหนองใน หรือ ติดเชื้อรา เชื้อไวรัส ตกขาวสีเขียว หรือเหลืองปนเขียว  พร้อมกลิ่นคาวและอาการคัน มักเกิดจากติดเชื้อจากแบคทีเรีย หรือการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวแบบมีเลือดปน หรือมีสีน้ำตาล  อาจมีกลิ่นด้วยเกิดหลังการมีประจำเดือน หรืออาจจะเกิดจากการติดเชื้อที่ปากมดลูก เลือดออกจากการตกไข่ ตกขาวแบบมีฟอง  มักมาพร้อมอาการระคายเคือง คัน และแสบขัดตอนปัสสาวะ อาการเกิดจากการติดเชื้อทริโคโมนาสในช่องคลอดที่สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวสีชมพู หรือสีชมพูจางๆ  มักพบในสาวๆ ที่พึ่งคลอดลูกและเกิดการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก

โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ: หมอจุฬาฯ เผยทางออกข้อวิตกฉีด “ไฟเซอร์” ในเด็ก เสี่ยงโรค ชูวัคซีนเชื้อตายยังช่วยได้!!

“หมอธีระวัฒน์” เสนอทางออกฉีดวัคซีนในเด็ก ลดเสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่อาจพบจากไฟเซอร์ ชี้ใช้วัคซีนเชื้อตาย “ซิโนแวค หรือ ซิโนฟาร์ม” 2 เข็ม และบูสเตอร์โดสด้วย “แอสตร้าฯ หรือ ไฟเซอร์” แต่ฉีดเข้าใต้ผิวหนังแทนกล้ามเนื้อ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ชี้ทำมาแล้วในบุคลากรการแพทย์หลายร้อยแล้ว ศึกษาร่วมสถาบันโรคทรวงอก ปลอดภัยดี ส่วนต้องซื้อซิโนแวคเพิ่มหรือไม่ อยู่ที่จำนวนเด็กที่ต้องฉีดด้วยวิธีนี้ ตามที่ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ออกคำแนะนำการฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป โดยแนะนำวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งขณะนี้คือ ไฟเซอร์ ส่วนกลุ่มอายุน้อยกว่า 12 ปี ยังอยู่ระหว่างติดตามผล ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มที่กังวลว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กจะมีความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบด้วยหรือไม่นั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ Hfocus ถึงเรื่องนี้ ว่า ขณะนี้เป็นที่ทราบว่า กลุ่มเด็กเป็นกลุ่มที่เมื่อรับเชื้อแล้วจะมีโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้ใหญ่ได้ง่าย เพียงแต่อาการน้อยกว่าผู้ใหญ่ ความรุนแรงน้อยกว่า ยกเว้นกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องให้วัคซีนป้องกันโควิดในเด็กทุกคน แต่ต้องเลือกที่ปลอดภัยที่สุดอ่านเพิ่มเติม "โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ: หมอจุฬาฯ เผยทางออกข้อวิตกฉีด “ไฟเซอร์” ในเด็ก เสี่ยงโรค ชูวัคซีนเชื้อตายยังช่วยได้!!"