เบาหวาน: สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ประเมินทั่วโลกมีผู้ป่วย 425 ล้านราย

ข้อมูลจากสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF: International Diabetes Federation) ในปี พ.ศ. 2560 มีการประเมินว่ามีผู้ป่วยเบาหวาน รวม 425 ล้านรายทั่วโลก แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 98 ล้านราย และช่วงอายุ 20-64 ปี จำนวน 327 ล้านราย และคาดการณ์ว่าในปีพ.ศ. 2588 จะมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 629 ล้านรายทั่วโลก โดยแบ่งเป็นผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 191 ล้านราย หรือมีอัตราการเพิ่มอยู่ที่ร้อยละ 94.8 และในช่วงอายุ 20-64 ปี จำนวน 438 ล้านราย หรือมีอัตราการเพิ่มอยู่ร้อยละ 33.9 ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยเบาหวานในกลุ่มผู้สูงอายุจะสูงกว่าช่วงวัยทำงาน โดยปัจจัยหนึ่งมาจากทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงทำให้ประชากรมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย รวมถึงให้โรงพยาบาล ทีมแพทย์และพยาบาลร่วมกันคิดวิเคราะห์และหาแนวทางรักษาผู้ป่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานและลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อน เนื่องด้วยปัจจุบันอุบัติการณ์โรคเบาหวานยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง继续阅读“เบาหวาน: สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ประเมินทั่วโลกมีผู้ป่วย 425 ล้านราย”

เบาหวาน: ไทยป่วยพุ่งสูงต่อเนื่อง แตะ 4.8 ล้านคน คาดถึง 5.3 ล้านคนในปี 2583

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรไทยวัยผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคเบาหวานถึง 4.8 ล้านคน และมักเกิดภาวะแทรกซ้อนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมาจากวิถีชีวิตแบบเนือยนิ่ง โรคอ้วน และอายุที่มากขึ้น ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาเพียงร้อยละ 35.6 หรือเพียง 2.6 ล้านคน บรรลุเป้าหมายในการรักษาได้เพียง 0.9 คน ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในเมืองไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน คาดการณ์ว่าความชุกของโรคเบาหวานจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.3 ล้านคนภายในปี 2583 ซึ่งหากดูแลรักษาได้ไม่ดีอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไต และการถูกตัดเท้าหรือขา นอกจากนี้พบว่า เบาหวานที่เกิดในวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว และผู้ใหญ่วัยต้นนั้น มีข้อมูลชี้ชัดว่าโรคมีความรุนแรงกว่าเบาหวานที่เกิดในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ รวมถึงตอบสนองต่อการรักษาได้น้อยกว่า นำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ อย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่า สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรในวัยทำงาน “เยาวชนที่เป็นเบาหวานตั้งแต่วัยเด็กเล็กและวัยเรียน จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ แต่อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ครอบคลุมอยู่ในรายการของสำนักง่านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีค่าใช้จ่ายอยู่ราว 13,000 ต่อปี ทำให้ครอบครัวของผู้ป่วยที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์นี้ได้ หลายหน่วยงานจึงได้ร่วมมือจัดกิจกรรมระดมทุนช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มนี้ที่มีอยู่ราว 100,000 คน ในประเทศไทย”继续阅读“เบาหวาน: ไทยป่วยพุ่งสูงต่อเนื่อง แตะ 4.8 ล้านคน คาดถึง 5.3 ล้านคนในปี 2583”

โรคหลอดเลือดสมอง: ไทยมีผู้เสียชีวิตปีละประมาณ 30,000 ราย

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก พบผู้ป่วยจำนวน 80 ล้านคน ผู้เสียชีวิตประมาณ 5.5 ล้านคน และยังพบผู้ป่วยใหม่ถึง 13.7 ล้านคนต่อปี โดย 1 ใน 4 เป็นผู้ป่วยที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป และร้อยละ 60 เสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ ยังได้ประมาณการความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในประชากรโลกปี 2562 พบว่า ทุกๆ 4 คน จะป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง 1 คน โดยร้อยละ 80 ของประชากรโลกที่มีความเสี่ยงสามารถป้องกันได้ สำหรับประเทศไทย จากรายงานข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข พบว่า จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ตั้งแต่ปี 2556-2560 มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2559 พบผู้ป่วย 293,463 รายในปี 2560 พบผู้ป่วย 304,807继续阅读“โรคหลอดเลือดสมอง: ไทยมีผู้เสียชีวิตปีละประมาณ 30,000 ราย”

PM 2.5: คาด ธ.ค.นี้ ฝุ่นพิษ มาอีกระลอก สธ.วางเกณฑ์เปิดวอร์รูมสู้ 4 ระดับ

คาด ธ.ค.นี้ ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 มาอีกระลอก สธ.เร่งให้ความรู้ 4 กลุ่มเสี่ยง “เด็ก-ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยติดเตียง-ผู้ป่วยโรคหอบ” สั่งสถานพยาบาลรับมือการเจ็บป่วย วางเกณฑ์เปิดวอร์รูมสู้ 4 ระดับ วอนประชาชนงดกิจกรรมเกิดฝุ่น ด้าน กรมการแพทย์ เล็งเปิดคลินิกมลพิษใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เพิ่ม เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมคณะได้มีการประชุมทางไกลร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พร้อมมีข้อสั่งการรับสถานการณ์ นพ.สุขุม กล่าวภายหลังประชุมฯ ว่า จากการประเมินสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าในกรุงเทพและปริมณฑล เคยประสบปัญหาฝุ่น继续阅读“PM 2.5: คาด ธ.ค.นี้ ฝุ่นพิษ มาอีกระลอก สธ.วางเกณฑ์เปิดวอร์รูมสู้ 4 ระดับ”

โรคหลอดเลือดและหัวใจ: ไลฟ์สไตล์มีอะไรบ้าง

สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย คือโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมาจากไลฟ์สไตล์ผิดๆ ที่ทำให้คนไทยเสี่ยงเป็นโรคนี้มากขึ้น โรคหัวใจและหลอดเลือด นับเป็น 1 ใน 3 สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย นอกจากโรคมะเร็งและอุบัติเหตุ เนื่องจากโรคหัวใจเรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวว่าเป็น และไม่เคยเข้ารับการตรวจหรือการรักษามาก่อน ยังไม่นับรวมการที่โรคหัวใจมักเป็นโรคที่ต่อเนื่องมาจากโรคเรื้อรังอื่นๆ อย่างเบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือดสูง โดยโรคหัวใจที่คนไทยเป็นมากที่สุดคือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด จนเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย และมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยในอดีตมักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่ในปัจจุบันจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม อาหารไขมันสูง ไปจนถึงการทานบุฟเฟ่ต์หรือปิ้งย่างเป็นประจำ ประกอบกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ มีความเครียดสูง รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้มีกลุ่มผู้อายุต่ำกว่า 40 ปี มีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเฉลี่ยวันละ 150 คน อุบัติการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นทุกปี โดยส่วนมากเป็นประชากรในช่วงอายุระหว่าง 40-60 ปี นับเป็นอันดับต้นๆ และหากมองถึงสถิติการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจของคนทั้งประเทศ อาจกล่าวได้ว่าสูงถึงเฉลี่ย 150 คน/วัน โดยส่วนใหญ่เป็นอาการแบบเฉียบพลัน ซึ่งคาดว่าเกิดจากการที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงและไม่เคยเข้ารับการตรวจรักษา继续阅读“โรคหลอดเลือดและหัวใจ: ไลฟ์สไตล์มีอะไรบ้าง”

เยลลี่กัญชา: อย.ชี้ผิดกฎหมาย ย้ำไทยให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น

จากกรณีมีข่าวผลิตภัณฑ์เยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชา อย.ย้ำกัญชาถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถผลิต นำเข้า จำหน่าย ครอบครอง หรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาและไม่สามารถซื้อขายได้ทุกกรณี รวมทั้งผ่านทางออนไลน์ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวผลิตภัณฑ์เยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชา เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย ครอบครอง หรือส่งออก และไม่สามารถซื้อขายผ่านทางออนไลน์ได้ หากพบการนำเข้าไม่ว่าจะนำเข้ามาด้วยตนเอง หรือสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท ส่วนผู้จำหน่ายและผู้ครอบครอง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งผู้โฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับในประเทศไทย อนุญาตให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น โดยต้องสั่งจ่ายยากัญชาในสถานพยาบาล แพทย์ผู้สั่งจ่ายยาได้ต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ กรณีการตรวจสอบการนำเข้ามีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด继续阅读“เยลลี่กัญชา: อย.ชี้ผิดกฎหมาย ย้ำไทยให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น”

กำเนิด “แพทยสภา”

แพทยสภาถือกำเนิดขึ้นจากพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2511 แม้ว่าต่อมา พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 จะถูกยกเลิกไปโดย พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ก็ตาม ในมาตรา 45 ของ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 ให้คงเป็นแพทยสภาตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ต้นกำเนิดของแพทยสภา คือ “สภาการแพทย์” กฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เกี่ยวกับการแพทย์ฉบับแรกในประเทศไทยคือ พระราชบัญญัติการแพทย์พุทธศักราช 2466 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้บัญญัติให้มีองค์กรการควบคุมการประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวกับการแพทย์ขึ้น เรียกว่า “สภาการแพทย์” และประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวกับการแพทย์นั้นตามกฎหมายฉบับนั้นเรียกว่า “การประกอบโรคศิลปะ” รูปแบบของสภาการแพทย์ดังกล่าวมีฐานะเป็นกรมหนึ่งในกระทรวงซึ่งมีหน้าที่บังคับบัญชากรมสาธารณสุขได้แก่ กระทรวงมหาดไทย (ขณะนั้นกระทรวงสาธารณสุขมีฐานะเป็นกรมเช่นเดียวกัน) ดังนั้นสภาการแพทย์จึงมีฐานะทางราชการเท่ากับกรมสาธารณสุข มีลักษณะเป็นส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทย และไม่เปิดโอกาสให้มี “สมาชิก” เข้าสังกัดเพราะในกฎหมายไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องของสมาชิกไว้เลย หากจะเปรียบเทียบกับเนติบัณฑิตยสภาซึ่งได้จัดตั้งขึ้นโดยพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวใน พ.ศ. 2457 แล้วจะเห็นว่า เนติบัณฑิตยสภาตามพระราชโองการนั้นมีสมาชิกได้หลายประเภท โครงสร้างของสภาการแพทย์กับเนติบัณฑิตยสภาจึงมีข้อแตกต่างกันอยู่ ต่อมาใน พ.ศ.继续阅读“กำเนิด “แพทยสภา””

Telemedicine: ดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล

การดูแลผู้ป่วยวิกฤต  ระหว่างการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาล  เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำรถพยาบาล ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ถูกต้อง และรวดเร็ว  โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หลายแห่ง จึงได้นำเทคโนโลยี Telemedicine มาใช้เพื่อดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล เทคโนโลยี “การดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาลด้วยการควบคุมจากระยะไกล” หรือ Telemedicine คือ การนำเทคโนโลยี มาใช้บริหารจัดการระบบ เปลี่ยนรถพยาบาลธรรมดาให้เป็น “รถพยาบาลอัจฉริยะ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่บนรถพยาบาลและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย โดยรถพยาบาลอัจฉริยะ จะได้รับการติดตั้ง  เครื่องส่งสัญญาณต่างๆ เช่น ความดันโลหิต ค่าออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นหัวใจ   GPS ระบุตำแหน่งรถ และตำแหน่งผู้ป่วย   กล้อง CCTV ติดตามภาพการรักษา   เมื่อรถพยาบาลอัจฉริยะไปรับผู้ป่วยวิกฤต แพทย์ประจำศูนย์สั่งการ สามารถติดตามข้อมูลผู้ป่วยที่ถูกส่งเข้ามา ได้ แบบ Real time  ช่วยให้คำปรึกษา แนะนำวิธีการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีก่อนถึงโรงพยาบาล เสมือนมีแพทย์ฉุกเฉินเดินทางไปในรถด้วย  ประโยชน์ของการนำระบบ Telemedicine มาดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล ประโยชน์ของการนำระบบ“การดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาลด้วยการควบคุมจากระยะไกล”  หรือ Telemedicine มาใช้ มีดังนี้  เพิ่มขีดความสามารถของรถพยาบาลระดับสูงให้สามารถรองรับผู้ป่วยวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แพทย์ประจำศูนย์สั่งการของโรงพยาบาลได้รู้ข้อมูลผู้ป่วยแบบ Real time ทำให้มีการรักษาอย่างถูกจุด ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่เมื่อมาถึงโรงพยาบาล继续阅读“Telemedicine: ดูแลผู้ป่วยบนรถพยาบาล”

Telemedicine: เร่งปฏิรูประบบสาธารณสุข

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีต รองประธาน กสทช. จากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล และปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ได้มอบหมายให้พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังควบตำแหน่งโฆษกของพรรคอีกด้วย ให้ช่วยงานผลักดันนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข คือ การปฏิรูประบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบโทรเวชกรรม หรือ Telemedicine มาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงาน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขถือว่า เป็นแหล่งรวบรวมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ไว้มากมาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เป็นผู้ช่วยชีวิตผู้คนและเป็นวีรบุรุษที่เสียสละ และต้องทำการตอบสนองผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา แต่ในปัจจุบันในประเทศไทยและในหลายๆประเทศทั่วโลก ล้วนประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยต่อแพทย์มากเกินไป ทำให้แพทย์มีเวลาในการดูแลผู้ป่วยไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาต้องใช้เวลารอคอยเป็นเวลานานหลายชั่วโมง และแพทย์เองก็อาจมีความเสี่ยงที่จะตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากความเหนื่อยล้า พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คน ต่อจำนวนประชากร 439 คน แต่ประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยแพทย์ 1 คน ต่อจำนวนประชากร 2,065继续阅读“Telemedicine: เร่งปฏิรูประบบสาธารณสุข”

บริจาคอวัยวะ: ‘ไทย’ เอาจริง! ยกเครื่องระบบข้อมูล ‘ดวงตา’ ทั่วประเทศ

แม้ว่าการบริจาค “อวัยวะ-ดวงตา” จะช่วยเหลือต่อชีวิตให้กับผู้อื่นได้ แต่ทุกวันนี้ยังคงมีความเชื่อและความไม่รู้อีกมากมายที่เป็นอุปสรรคของการดำเนินการ ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2562 พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ 6,311 ราย และผู้รอรับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา 13,510 ราย ทั้งหมดนี้กำลังเฝ้ารอคอยความหวังในการได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อุปสรรคที่อยู่นอกเหนือการเพิ่มจำนวนผู้ผู้บริจาค คือฐานข้อมูลของผู้ที่ได้แสดงเจตจำนงเอาไว้ยังไม่มีความชัดเจน มีหลายกรณีพบว่าแม้ผู้เสียชีวิตจะแสดงความจำนงไว้ แต่คนในครอบครัวไม่ทราบ หรือดำเนินการล่าช้าจนทำให้อวัยวะเหล่านั้นใช้การไม่ได้ อุปสรรคดังกล่าว นำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงการนำข้อมูลผู้บริจาคอวัยวะและดวงตาไปใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กรมการปกครอง สภากาชาดไทย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันที่ 13 พ.ย.62 ที่ผ่านมา การลงนามครั้งนี้ตั้งเป้าที่จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลการบริจาคอวัยวะและดวงตาในระบบ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้แสดงความจำนง บริจาคอวัยวะและดวงตาในการนำไปใช้ในทางการแพทย์ ช่วยสร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้รอรับบริจาคอวัยวะและดวงตา ปัจจุบันการบริจาคมาจาก 2 ช่องทางหลักๆ หนึ่งคือระบบของสภากาชาดไทย ทั้งในส่วนของศูนย์บริจาคอวัยวะ และศูนย์ดวงตา อีกหนึ่งคือกรมการปกครอง ที่สามารถแสดงความจำนงไว้ได้ตอนทำบัตรประชาชน สำหรับตัวเลขในปัจจุบันมีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ 1,114,915 ราย แสดงความจำนงบริจาคดวงตา 1,311,696 ราย การบูรณาการความร่วมมือของ 5继续阅读“บริจาคอวัยวะ: ‘ไทย’ เอาจริง! ยกเครื่องระบบข้อมูล ‘ดวงตา’ ทั่วประเทศ”

บริจาคอวัยวะ: ‘สภากาชาดไทย’ จัดแคมเปญเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยจัดโครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ชี้ปัจจุบันมีผู้บริจาคมากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะ ด้านอนุทินเล็งเสนอกฎหมายกำหนดให้ทุกคนมีหน้าที่บริจาคอวัยวะ แต่ให้สิทธิขอถอนตัวได้โดยไม่ผิดกฎหมายหากไม่ประสงค์จะบริจาค ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเปิดตัวโครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ภายใต้แคมเปญ “Just Say Yes” ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทคบางนา เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนว่าการบริจาคอวัยวะเป็นการสร้างมหากุศลเป็นครั้งสุดท้ายแก่ผู้วายชนม์ รวมทั้งกระตุ้นให้มีการบริจาคอวัยวะให้มากขึ้น เพราะแม้แนวโน้มปัจจุบันจะมีผู้บริจาคอวัยวะมากขึ้นกว่าช่วง 10 ปีก่อน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้รอเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย กล่าวว่า สมัยก่อนมีความเข้าใจว่าใครบริจาคอวัยวะ เกิดชาติหน้าจะมีอวัยวะไม่ครบ แต่ปัจจุบันคนเริ่มเรียนรู้ว่าการบริจาคอวัยวะเป็นมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ที่จะต่อชีวิตของผู้ที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะ ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น แนวโน้มในปัจจุบันจึงดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนผู้แสดงเจตจำนงบริจาคอวัยวะและจำนวนผู้บริจาคอวัยวะ นพ.ภิรมย์ กล่าวอีกว่า อัตราการบริจาคอวัยวะปัจจุบันอยู่ที่ 3.9 รายต่อประชากร 1 ล้านคน/ปี มีผู้แสดงเจตจำนงบริจาคอวัยวะในปี 2561 ประมาณ 1 แสนราย และถ้ารวมทั้งหมดที่ผ่านมามี继续阅读“บริจาคอวัยวะ: ‘สภากาชาดไทย’ จัดแคมเปญเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10”

อุบัติเหตุทางถนน: เปิดข้อมูลบาดเจ็บปีละ 6.6 หมื่นราย ตาย 3.4 พัน คนเดินถนนเสี่ยงตายกว่าผู้ขับขี่

สปสช.เปิดข้อมูล “ผู้ได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต” จากอุบัติเหตุ พบยอดบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนปีละกว่า 6.6 หมื่นราย ตาย 3.4 พันราย คนเดินเท้ามีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ขับขี่ โดยอัตราการตายจะเพิ่มสูงขึ้นตามช่วงวัย นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุบัติภัยบนท้องถนนสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่าปัญหาอุบัติเหตุทางถนนนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ของไทย และจากข้อมูลการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุการขนส่งทางบกที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระหว่างปี 2558-2561 พบว่า รวม 4 ปี มีผู้บาดเจ็บ 265,243 ราย เสียชีวิต 13,861 ราย ค่ารักษากว่า 6,015 ล้านบาท แยกเป็นแต่ละปี ดังนี้ ปี 2558 บาดเจ็บ 62,773 ราย เสียชีวิต 3,509 ราย ค่ารักษา 1,308 ล้านบาท, ปี 2559 บาดเจ็บ 63,981继续阅读“อุบัติเหตุทางถนน: เปิดข้อมูลบาดเจ็บปีละ 6.6 หมื่นราย ตาย 3.4 พัน คนเดินถนนเสี่ยงตายกว่าผู้ขับขี่”

เบาหวาน: ปัญหาที่ไม่เบาเหมือนชื่อ จับตากลุ่มเด็ก-วัยทำงานมีพฤติกรรมเสี่ยง

ณ วันนี้คนไทยได้ตระหนักถึงพิษภัยของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs กันมากขึ้น “เบาหวาน” เป็นอีกหนึ่งในกลุ่มโรค NCDs และมีแนวโน้มว่าขึ้นไทยจะป่วยด้วยโรคเบาหวานกันมากขึ้น และมีคนอีกจำนวนหนึ่งยังไม่รู้ตัวว่าป่วย จึงทำให้พลาดโอกาสในการรักษา ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็อาจจะสายไปแล้ว แต่ถ้าวันนี้เรากลับตัวกลับใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ จะเท่ากับว่า เราสามารถลดโอกาสของการเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน ในวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก และธีมของวันเบาหวานโลกใน ปี 2561-2562 คือ “The Family and Diabetes” เพราะครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการรักษาเบาหวาน ส่วนประเทศไทยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จับมือสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เครือข่ายคนไทยไร้พุง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จัดงานแถลงข่าววันเบาหวานโลก 2562 World Diabetes Day Thailand 2019ภาคีเร่งหามาตรการและจัดกิจกรรมส่งเสริม และลดอัตราผู้ป่วยรายใหม่ ด้วยการจัดภารกิจ Together Fight Diabetes เบาหวาน = กิจกรรมทางกายที่ไม่เหมาะสม นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า เบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ继续阅读“เบาหวาน: ปัญหาที่ไม่เบาเหมือนชื่อ จับตากลุ่มเด็ก-วัยทำงานมีพฤติกรรมเสี่ยง”

ไวรัสไข้เลือดออก: สเปนพบชายแพร่ไวรัสไข้เลือดออกผ่านเพศสัมพันธ์รายแรกของโลก

ซูซานา จิเมเนส เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเขตกรุงมาดริดแถลงว่า ผู้ป่วยเป็นชายชาวมาดริดวัย 41 ปีซึ่งติดไวรัสไข้เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์กับชายคนรักซึ่งได้รับเชื้อจากการโดนยุงกัดระหว่างท่องเที่ยวในคิวบา จิเมเนสเสริมว่าผู้ป่วยได้รับการยืนยันการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แรกสุดนั้นแพทย์ต่างก็สงสัยว่าเขาติดเชื้อได้อย่างไรทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศที่มีการแพระระบาดของไข้เดงกีซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีคล้ายอาการไข้รุนแรง เช่น มีไข้สูง ปวดตามตัว “คนรักของผู้ป่วยซึ่งเพิ่งกลับจากคิวบาและสาธารณรัฐโดมินิกันมีอาการคล้ายกันแต่รุนแรงน้อยกว่ามาตั้งแต่ช่วง 10 วันก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ” จิเมเนสกล่าว “ผลการวิเคราะห์อสุจิชี้ว่าผู้ป่วยทั้ง 2 รายต่างก็ติดไวรัสเดงกี และเป็นไวรัสสายพันธ์เดียวกับที่ระบาดอยู่ในคิวบา” จิเมเนสเสริมว่าบทความวิจัยในเกาหลีใต้ก็รายงานกรณีคล้ายคลึงกันในผู้ป่วยชายและหญิงคู่หนึ่งซึ่งมีแนวโน้มติดเชื้อเดงกีผ่านทางเพศสัมพันธ์ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (อีซีดีซี) แถลงว่ากรณีดังกล่าวเป็นการติดเชื้อเดงกีในหมู่ชายรักร่วมเพศเป็นกรณีแรกของโลก ยุงลายซึ่งเป็นพาหะของไวรัสเดงกีพบชุกชุมในเขตร้อนซึ่งมีประชากรหนาแน่นและแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำขัง แต่ละปีคาดว่ามีผู้ติดเชื้อเดงกีราว 100 ล้านคนและเสียชีวิตราว 10,000 ราย แม้เดงกีเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเฉพาะในรายที่อาการรุนแรงแต่ก็ส่งผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจากอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง และอาเจียน นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการขาดงานและภาระการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคำตอบว่าเหตุใดเดงกีจึงเป็นอันตรายร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตในผู้ป่วยเด็กโดยเฉพาะเด็กผู้หญิง เดงกีมักพบในผู้ที่เดินทางไปยังเขตร้อน เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย แคริบเบียน อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ การพัฒนาแนวทางการรักษาเดงกียังคงเป็นเรื่องยากเนื่องจากไวรัสจำแนกเป็น 4 สายพันธุ์ ด้วยเหตุนี้การป้องกันจึงยังคงเป็นมาตรการหลักสำหรับควบคุมโรค ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเดงกีให้หายขาด และวัคซีน Dengvaxia ซึ่งเป็นวัคซีนต้านเดงกีตัวแรกก็ได้ผลเฉพาะในผู้ที่ติดเชื้อแล้ว นักวิจัยคาดการณ์ว่าเดงกีหรือโรคไข้เลือดออกจะระบาดข้ามภูมิภาคมากขึ้นในอีก 60 ปีข้างหน้า และชี้ว่าเดงกี (หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “ไข้หักกระดูก” เนื่องจากทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ)继续阅读“ไวรัสไข้เลือดออก: สเปนพบชายแพร่ไวรัสไข้เลือดออกผ่านเพศสัมพันธ์รายแรกของโลก”

6 อันดับประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health security)ปี 2019

‘ไทย’ ติดอันดับ 6 ประเทศมั่นคงด้านสุขภาพ เป็นประเทศกำลังพัฒนาหนึ่งเดียวใน Top 10 มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ เสนอผลวิจัยระดับความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของทุกประเทศทั่วโลก พบ ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health security) เป็นอันดับที่ 6 จากทั้งหมด 195 ประเทศ และเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศเดียวที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ ท็อปเท็นของโลก อันดับที่ 1 ในเอเชีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ (John Hopkins University และ Nuclear Threat Initiative) ได้นำเสนอผลการวิจัยระดับความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของทุกประเทศทั่วโลก ในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนวาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda (GHSA) Steering Group Meeting) ณ สำนักงานคณะผู้แทนถาวรราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำสหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม继续阅读“6 อันดับประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health security)ปี 2019”