COVID-19: ทำไมไทย ระบาด มากกว่า สหรัฐอาหรับอีมิเรตส์ (UAE) ถึง 100 เท่า

"หมอธีระ" หรือ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ถึง สถานการณ์โควิด-19 ว่า ข้อมูลวิชาการสำหรับคนที่ได้ Sinopharm สหรัฐอาหรับอีมิเรตส์ (UAE) ได้ใช้วัคซีน Sinopharm นี้ให้แก่ประชาชนของเค้า จากนั้นได้พิจารณาให้ mRNA vaccine คือ Pfizer/Biontech เป็นเข็มกระตุ้นตั้งแต่สิงหาคมเป็นต้นมา การระบาดของ UAE นั้นสามารถกดการระบาดจากหลายพันต่อวัน เหลือเพียงต่ำกว่าร้อยคนต่อวันในปัจจุบัน และมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพียง 1-2 คนต่อวันในขณะที่ไทยเรากดการระบาดได้น้อย ลดจากสองหมื่นกว่า เหลือหมื่นกว่าต่อวันอย่างต่อเนื่อง มากกว่า UAE 100 เท่า อัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อจากการส่งตรวจนั้น ไทยมากกว่า UAE 200 เท่า และจำนวนผู้เสียชีวิต 70-80 คนต่อวัน ไทยมากกว่าเค้าหลายสิบเท่า ความแตกต่างกันระหว่างไทยกับ UAE คือ เรื่องวัคซีนทั้งชนิด วิธีใช้ และความครอบคลุม โดยไทยเรามีสัดส่วนประชากรที่ได้รับวัคซีนครบโดสน้อยกว่า UAE ถึงครึ่งหนึ่ง รวมถึงสิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ ศักยภาพในการตรวจคัดกรองโรคอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ทำไมไทย ระบาด มากกว่า สหรัฐอาหรับอีมิเรตส์ (UAE) ถึง 100 เท่า"

COVID-19: แนวทางกระตุ้นซิโนฟาร์ม สำหรับวัคซีนเข็มที่ 3

นพ.โอภาส กล่าวว่า อีก 2 ประเด็นที่คณะอนุฯ ประชุมคือ องค์การอนามัยโลกแนะนำการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหรือเข็ม 3 ซึ่งประเทศไทยส่วนใหญ่ฉีดเชื้อตาย คือ ซิโนแวค 2 เข็ม พบว่าฉีดระยะหนึ่งภูมิลดลง การฉีดเข็มกระตุ้นจึงเกิดประโยชน์ โดยเราฉีดต่างชนิดด้วยแอสตร้าเซนเนก้าที่เป็นไวรัลเวคเตอร์ ทั้งนี้ การฉีดปูพื้นหรือ Prime ด้วยเชื้อตาย และฉีดกระตุ้นด้วยวัควีนอีกชนิดช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันสูงมาก โดยประเทศไทยจะฉีดเข็มกระตุ้นชนิดต่างกันจากปูพื้นตอนต้น เช่น เราฉีดเชื้อตายก่อน จากนั้นตามด้วยไวรัลเวคเตอร์ และ mRNA ไล่เรียงกันไปปรับให้เข้ากับสถานการณ์ตามวัคซีนที่เรามี สอดคล้องกับคำแนะนำองค์การอนามัยโลกซึ่งประเทศไทยทำล่วงหน้าไปแล้วคำถามเรื่องการฉีดกระตุ้นของซิโนฟาร์ม รอง ผอ.รพ.จุฬาภรณ์มาให้ข้อมูลคณะอนุฯ ว่า ขณะนี้มีคนฉีดซิโนฟาร์ม 2 เข็มไประยะหนึ่งพอสมควร และแนวโน้มการฉีดกระตุ้นจะเป็นอย่างไร โดยคณะอนุฯ มีความเห็นว่า หลักการพิจารณาคนฉีดซิโนฟาร์มซึ่งเป็นเชื้อตายแบบเดียวกับซิโนแวค หลักคิดให้ใช้หลักการเดียวกัน คือ ซิโนแวค ฉีดเข็ม 3 ให้คนฉีด 2 เข็มเกิน 3-4 เดือนขึ้นไป เช่น มี.ค.ฉีดครบ 2 เข็มก็ฉีดกระตุ้นตอน ก.ย. -อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: แนวทางกระตุ้นซิโนฟาร์ม สำหรับวัคซีนเข็มที่ 3"

นิมโฟมาเนีย: ชีวิตนี้ขาดผู้ชายไม่ได้! อาจเข้าข่ายโรค

ทำความรู้จัก "โรคขาดผู้ชายไม่ได้" หรือ "โรคนิมโฟมาเนีย" (Nymphomania) ไม่ใช่ "โรคฮิสทีเรีย" อย่างที่เข้าใจผิดๆ ซึ่งเป็นอาการป่วยทางจิตประเภทหนึ่งที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมทางเพศได้ หลายคนอาจจะคุ้นเคยหรือได้ยินคำว่า "โรคฮิสทีเรีย" และเข้าใจว่าเป็น "โรคขาดผู้ชายไม่ได้" แต่แท้จริงแล้วนั้น เป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เพราะฮิสทีเรีย ลักษณะจะมีอาการชอบทำตัวเด่น เรียกร้องความสนใจ เมื่อแสดงอาการแบบนี้ออกไปให้เพศตรงข้ามเห็น จึงทำให้ดูเหมือนคนยั่วยวน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่โรคที่มีความต้องการทางเพศสูงที่จริงแล้วเรียกว่า "โรคนิมโฟมาเนีย" (Nymphomania) ซึ่งเป็นอาการป่วยทางจิตประเภทหนึ่ง ที่ผู้ป่วยจะมีความผิดปกติในการควบคุมพฤติกรรมในเรื่องเพศ ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดความต้องการทางเพศมากกว่าปกติ หรือเรียกอีกอย่างว่า "เสพติดการมีเพศสัมพันธ์" (sexual addiction) แต่นิมโฟมาเนียเป็นชื่อโรคที่เอาไว้เรียกสำหรับเพศหญิงหรือผู้ที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ หากเป็นเพศชายจะเรียกว่า โรคสไตเรียซิส (satyriasis) "โรคนิมโฟมาเนีย" มี 4 ประเภท 1.แบบใคร่ไม่รู้อิ่ม (Hypersexuality) ซึ่งเป็นอาการหลักๆ ของผู้ป่วยนิมโฟมาเนีย 2.แบบมโน (Erotomania) เป็นความผิดปกติที่คิดคิดว่า อีกฝ่ายหลงชอบตัวเองเอามากๆ 3.แบบกามวิปริต (Paraphilia-related disorder) เป็นรูปแบบความต้องการที่จะมีเพศสัมพันธ์แบบซาดิสต์ หรือบางรายอาจจะมีปัญหาในการตอบสนองทางเพศที่รุนแรงกว่าปกติ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากจินตนาการ หรือบางรายอาจจะมีการจำลองสถานการณ์อ่านเพิ่มเติม "นิมโฟมาเนีย: ชีวิตนี้ขาดผู้ชายไม่ได้! อาจเข้าข่ายโรค"

5 เว็บไซต์โรงพยาบาลเอกชนที่น่าใช้ที่สุดในไทย ปี 2021

เมื่อพูดถึงเว็บไซต์โรงพยาบาลเอกชน ก็จำเป็นต้องพูดถึงความครบครันและความแม่นยำในการให้ข้อมูลทางการแพทย์ รูปแบบของการนำเสนอและการใช้งานที่สะดวกสบายแก่ผู้ป่วย วันนี้เราจึงข้อยก 5 เว็ปโรงพยาบาลที่ดีที่สุดมาให้ดูกันโดยเทียบกันในแต่ล่ะปัจจัย

HR Asia Best Companies To Work For In Asia Awards ประเทศไทย ประจำปี 2022

WINNERS LIST 2022 winner-th-2022-1ADVANCED INFO SERVICE PLC.winner-th-2022-2ALLERGAN, AN ABBVIE COMPANY (THAILAND)winner-th-2022-3ALLIANZ AYUDHYAwinner-th-2022-4AXA INSURANCE PUBLIC CO., LTD.winner-th-2022-5B. BRAUN (THAILAND) LTD.winner-th-2022-6B.GRIMM POWER PUBLIC COMPANY LIMITEDwinner-th-2022-7BANGCHAK CORPORATION PUBLIC COMPANY LIMITEDwinner-th-2022-8BCG BENCHACHINDA GROUPwinner-th-2022-9BOON RAWD GROUPwinner-th-2022-10CARGILL MEATS (THAILAND) LIMITEDwinner-th-2022-11CARGO-PARTNER LOGISTICS LTD.winner-th-2022-12CBRE THAILANDwinner-th-2022-13CENTRAL WATSON COMPANY LIMITEDwinner-th-2022-14CHAROEN POKPHAND FOODS PCL.winner-th-2022-15CHIA TAI CO., LTD.winner-th-2022-16CHUBB SAMANGGI INSURANCE PCL.winner-th-2022-17CONCENTRIX SERVICES (THAILAND) CO., LTDwinner-th-2022-18CP ALL PUBLIC COMPANYอ่านเพิ่มเติม "HR Asia Best Companies To Work For In Asia Awards ประเทศไทย ประจำปี 2022"

HR Asia Best Companies To Work For In Asia Awards ประเทศไทย ประจำปี 2021

52 บริษัทไทยคว้าตำแหน่งอันทรงเกียรติเป็นบริษัทที่น่าร่วมงานด้วยในเอเชีย 2021 บริษัทไทย 52 แห่งได้พิสูจน์แล้วว่าการมีส่วนร่วมที่ดีของพนักงานสามารถขับเคลื่อนบริษัทให้ก้าวหน้าได้แม้ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ ในปีนี้ พนักงาน 18,748 คนจาก 269 บริษัทไทยได้ตอบแบบสำรวจความผูกพันของพนักงาน HR Asia รางวัล HR Asia's Best Companies to Work for in Asia Awards เป็นการยกย่องบริษัทที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานในระดับโลกและความเป็นเลิศในสถานที่ทำงาน พร้อมแสดงความเอาใจใส่และเอาใจใส่พนักงาน รางวัลนี้ครอบคลุมตลาด 12 แห่งทั่วภูมิภาค ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่ กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม ทำให้การสำรวจครั้งนี้เป็นการสำรวจการมีส่วนร่วมของพนักงานที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยปีนี้โรงพยาบาลพญาไทและเปาโล รับรางวัลเป็นปีที่สองติดต่อกัน https://www.youtube.com/watch?v=LbNv_YShSVA รางวัล HR Asia Best Companies To Work Forอ่านเพิ่มเติม "HR Asia Best Companies To Work For In Asia Awards ประเทศไทย ประจำปี 2021"

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์: ตอกย้ำความเป็นผู้นำชิงรางวัลสุดยอดองค์กรด้านนวัตกรรมและองค์ความรู้ Thailand MIKE Award 2021

ถึงเวลาแล้วที่องค์กรไทยทั้งภาครัฐและเอกชนจะได้ก้าวสู่รางวัลระดับชาติและระดับโลกด้านความสำเร็จในนวัตกรรมและการบริหารจัดการความรู้ อันนำไปสู่ความสำเร็จของการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาโดยไม่มีข้อจำกัดด้านขนาดธุรกิจและประเภทขององค์กรเพียงแต่เป็นองค์กรไทยที่มีวิธีการและความสำเร็จเชิงประจักษ์ กับ Thailand MIKE Awards 2021 รางวัล Thailand MIKE Awards คือ จุดเริ่มต้นของรางวัลสุดยอดองค์กรด้านนวัตกรรมและองค์ความรู้ MIKE Award (ไมค์อวอร์ด)ได้ริเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1998 เป็นเวทีระดับโลกและนานาชาติของบริษัทและองค์กรชั้นนำโดยแรกเริ่มได้ดำเนินการสรรหาและมอบรางวัลภายใต้ชื่อ MAKE Award ก่อตั้งโดย มร.โรซี่ เชสร่วมสภาเครือข่ายผู้ทรงคุณวุฒิทั่วโลกเฟ้นหาองค์กรที่มีแนวปฏิบัติความเป็นเลิศ (BestPractice) อีกทั้งมีความโดดเด่นด้านจัดการองค์ความรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรม กว่า 21 ปีของการดำเนินการมอบรางวัลองค์กรต่างๆเหล่านี้ได้ก้าวเข้าสู่กลุ่มบริษัทชั้นนำจากการจัดอันดับทางธุรกิจของนิตยสารฟอร์บส์และนิตยสารฟอร์จูน รางวัลนี้จึงเป็นเครื่องการันตีถึงความเป็นมืออาชีพและความเชี่ยวชาญในด้านการประเมินการเป็นองค์กรแห่งความรู้และนวัตกรรมรวมถึงโอกาสได้รับการข้อคำแนะนำแนวปฏิบัติความเป็นเลิศ (BestPractice) ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการในประเทศไทยซึ่งจัดเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2563 เกี่ยวกับผู้จัดงาน รางวัล Thailand MIKE Awards สถาบันที่ปรึกษาด้านการจัดการความรู้และนวัตกรรม (IKI SEA) เป็นสถาบันความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการในลักษณะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรภายใต้การสนับสนุนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ฯ‍สถาบัน IKI SEA เป็นแหล่งการวิจัยทางธุรกิจได้รวมเอาวิชาการและวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาผสานกับประสบการณ์ทางธุรกิจที่มีเครือข่ายนานาชาติทั่วโลกเพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือองค์กรทางธุรกิจดำเนินพัฒนาปรับปรุงตนเองอย่างมีประสิทธิภาพและปฏิบัติได้จริง‍ด้วยบุคลากรที่มีประสบการณ์นวัตกรรมและจัดการความรู้ในแวดวงธุรกิจสาขาต่างๆทั้งในและต่างประเทศเพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและพันธมิตรธุรกิจในเวทีนานาชาติได้อย่างมั่นคงและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ใครควรสมัครเข้าร่วมโครงการ รางวัล Thailand MIKE Awards ใครควรสมัครเข้าร่วมโครงการรางวัล MIKE แบ่งกลุ่มองค์กร 5อ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์: ตอกย้ำความเป็นผู้นำชิงรางวัลสุดยอดองค์กรด้านนวัตกรรมและองค์ความรู้ Thailand MIKE Award 2021"

โรคผมร่วง: ฉับพลันเนื่องจากโหมลดน้ำหนักเกินไป

สำหรับคนที่โหมลดน้ำหนักอยู่ เคยสังเกตตัวเองกันไหมคะว่า ผมมักร่วงเยอะกว่าปกติ หลายคนอาจกำลังสงสัยเรื่องของน้ำหนักจะเกี่ยวอะไรกับเส้นผม? ในความเป็นจริงนั้นมีความเกี่ยวข้องกันโดยตรงเลยล่ะค่ะ เพราะเมื่อน้ำหนักของเราลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะต้องความตั้งใจอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก หรือเจ็บป่วยจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ จะทำให้เส้นผมเกิดภาวะ Shock Lost หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Telogen Effluvium “โรคผมร่วงฉับพลัน” ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากการลดน้ำหนักไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน ปริมาณเส้นผมที่ร่วงต่อวันโดยเฉลี่ย 200-1,000 เส้นเลยทีเดียว ทำให้ใครที่ผมบางอยู่แล้ว ช่วงการลดน้ำหนัก ผมยิ่งบางลงไปอีก การลดน้ำหนักอย่างหักโหมไม่เคยมีผลดีเกิดขึ้นกับร่างกาย ในเมื่อกว่าที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นมาได้ยังต้องใช้เวลา ดังนั้นการลดน้ำหนัก จึงต้องให้เวลาและความใจเย็นเช่นกัน ควรลดให้ถูกวิธี เน้นการออกกำลังกายมากกว่าการอดอาหาร เพื่อหุ่นที่น่าพอใจ และสุขภาพที่ดีมีคุณภาพจจะดีกว่า

นมพร่องมันเนย vs. นมขาดมันเนย นมวัวสองชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไร?

บนโลกใบนี้ มี “นม” มากมายหลายชนิดที่เหมาะกับคนหลายประเภท แตกต่างกันไปด้วยคุณประโยชน์ สารอาหาร รสชาติ และแหล่งที่มา แต่วันนี้เราขอพูดถึง #นมพร่องมันเนย และ #นมขาดมันเนย นมวัวสองชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไร? #นมพร่องมันเนย เป็นนมที่ถูกแยกมันเนยออกมาเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งมีส่วนประกอบของไขมันอยู่ไม่เกิน 15% จึงเหมาะกับคนที่มีไขมันในหลอดเลือดสูง หรือใครที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่ยังอยากได้รับสารอาหารจากนมวัวค่อนข้างครบถ้วนจะแนะนำเป็นนมประเภทนี้ ซึ่งแตกต่างจาก #นมขาดมันเนย หรือที่เรียกกันว่า “หางนม” เป็นนมที่ถูกแยกมันเนยออกเกือบหมด ทำให้ไม่ได้สารอาหารประเภทไขมันและวิตามินบางชนิดที่ละลายในไขมัน จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่อย่างไรก็ตาม นมทั้งสองประเภทไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี เพราะในวัยนี้การเจริญเติบโตของสมองจำเป็นต้องใช้ไขมันเป็นองค์ประกอบร่วมด้วย

ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรมชุดตรวจโรคติดเชื้อเมลิออยโดสิส แม่นยำมาตรฐานระดับโลก

ในขณะที่โรค COVID-19 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และด้วยปัญหาอุทกภัยที่กำลังถาโถมอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่น่าวิตกไม่แพ้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 คือ โรคที่มากับฤดูฝน ซึ่งโรคที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเกษตรกรรม ซึ่งต้องอาศัยดินและน้ำในการทำการเกษตร คือ "โรคติดเชื้อเมลิออยโดสิส" หรือ "โรคไข้ดิน" เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียก่อโรคอาศัยอยู่ในดิน ประเทศไทย แม้กำลังมุ่งสู่การเป็นประเทศนวัตกรรม แต่ในปัจจุบันก็ยังนับเป็นประเทศเกษตรกรรม โดยมักพบโรคติดเชื้อเมลิออยโดสิสทางภาคอีสาน ซึ่งร้อยละ 40 ของผู้ป่วยมักเสียชีวิต และที่สำคัญยังไม่มีวัคซีนใดๆ ใช้ป้องกัน รองศาสตราจารย์ ดร.นริศรา จันทราทิตย์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทุ่มเทเวลากว่า 3 ทศวรรษในการทำงานวิจัยเพื่อค้นหาวิธีวินิจฉัย ป้องกัน และลดการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อเมลิออยโดสิส จนสามารถคิดค้นและพัฒนา "ชุดตรวจแอนติบอดีอย่างง่ายเพื่อวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิสได้รวดเร็ว" (Point-of-care test for rapid serological diagnosis of melioidosis) ซึ่งเป็นชุดตรวจแอนติบอดีที่มีรูปแบบคล้าย ATK ที่ใช้ตรวจเลือด โดยบุคลากรทางการแพทย์ ที่สามารถบอกผลการตรวจทั้งบวกและลบด้วยการอ่านสีด้วยตาเปล่า โดยได้ยื่นจดสิทธิบัตร และต่อยอดสู่ภาคธุรกิจ ดำเนินการโดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมอ่านเพิ่มเติม "ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรมชุดตรวจโรคติดเชื้อเมลิออยโดสิส แม่นยำมาตรฐานระดับโลก"

COVID-19: สธ. ย้ำ! เปิดเมืองอย่างปลอดภัย ต้องคุมเข้ม 4 มาตรการ

สถานการณ์โควิด-19 ในไทยขณะนี้ยังคงทรงตัว พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในบางพื้นที่ แต่บางพื้นที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเตรียมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพื่อป้องกันการระบาดระลอกใหม่ สธ. ขอเน้นย้ำทุกฝ่ายต้องปฎิบัติ 4 มาตรการอย่างเข้มงวด  วันที่ 10 ตุลาคม 2564 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด 19 หายกลับบ้านได้ 9,981 ราย หายป่วยสะสม 1,554,887 ราย ติดเชื้อรายใหม่ 10,817 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 110,880 ราย และเสียชีวิต 84 ราย ภาพรวมในขณะนี้มีแนวโน้มทรงตัว บางพื้นที่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนจากการรวมกลุ่มทำกิจกรรม เช่น งานสังสรรค์ งานศพ รวมถึงยังพบการติดเชื้อในโรงงาน สถานประกอบการ แคมป์ก่อสร้าง สถานที่ดูแลกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มแรงงานต่างด้าว ขณะที่บางพื้นที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้น พบผู้ติดเชื้อประปรายและสามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงมีแนวทางที่จะเปิดกิจการ กิจกรรม และเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ในชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศมากขึ้น ด้านการดำเนินกิจการ กิจกรรมต่าง ๆ และการเปิดเมืองให้ปลอดภัยและยั่งยืน ทุกคน ทุกฝ่าย ต้องตระหนักและเคร่งครัดใน 4อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สธ. ย้ำ! เปิดเมืองอย่างปลอดภัย ต้องคุมเข้ม 4 มาตรการ"

รวม 4 โรคยอดฮิต ที่มีค่ารักษาแพงกว่าคิด

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ถ้าเกิดเป็นขึ้นมาแล้ว คุณอาจต้องเจอค่ารักษาแพงกว่าคิดวันนี้ เรามาทำความรู้จัก 4 โรคยอดฮิต ที่คร่าชีวิตคนไทยก่อนไปดูอยากบอกว่า ยุคนี้ ควรทำประกันคุ้มครองสุขภาพไว้ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้มีคนช่วยจ่าย โรคมะเร็ง สายปิ้งย่าง แล้วยังชอบดื่มหรือสูบบุหรี่ แถมมีความเครียดสูง ต้องระวังโรคมะเร็งจะถามหาอาจหนักกว่า ถ้าเจอค่ารักษาสูงเป็นแสนๆ หรือหนักไปจนถึงหลักล้าน แนะนำทำประกันสุขภาพไว้ดีกว่า จำนวนผู้ป่วยในไทยต่อปี 122,757 (ข้อมูลปี 2562) ค่ารักษาต่อปี 120,000 - 1,200,000 บาท โรคหัวใจ ที่ไม่ใช่ใจง่าย ใคร ๆ ก็เป็นกันได้ ถ้าไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดี โรคหนักใจนี้ มีค่าผ่าตัดอย่างต่ำแสนกว่า แต่ถ้าคุณทำประกันสุขภาพไว้ เวลาป่วยจะได้มีคนช่วยจ่าย อุ่นใจกว่าเยอะ จำนวนผู้ป่วยในไทยต่อปี 432,943 (ข้อมูลปี 2561) ค่ารักษา (ผ่าตัด) ต่อปี 150,000 บาท ความดันโลหิตสูง โรคฮิตของชาว สว. สูงวัยนี้ แต่อย่าชะล่าใจ หนุ่มสาวก็เป็นกันได้ ถ้าใช้ชีวิตหนักไป แบบไม่ดูแลอ่านเพิ่มเติม "รวม 4 โรคยอดฮิต ที่มีค่ารักษาแพงกว่าคิด"

4 VDO บน Tiktok ที่มียอดเข้าชมสูงสุดของโรงพยาบาลในไทยประจำปี 2020

เมื่อพูดถึง Tiktok เป็นหนึ่งในช่องทางที่สายสุขภาพใช้เข้าถึงคนไข้เพื่อให้ข้อมูลและอธิบายผ่านวิดีโอสั้นๆ ที่มีผู้ดาวน์โหลดสูงที่สุดในโลก ซึ่งในปี 2020 ที่ผ่านมาแม้จะอยู่ในช่วงโควิด-19 แต่ทางโรงพยาบาลหลายๆ แห่งในโลกก็ยังคงผลิตคอนเทนต์ผ่านวิดีโออย่างต่อเนื่อง แม้จะยังมีโรงพยาบาลหันมาใช้ไม่มากนักแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเป็นที่ภูมิใจของไทยที่วิดีโอที่มียอดวิวสูงสุดของปีนี้ได้แก่ วิดีโอ Local Hero ของทาง รพ. บำรุงราษฎร์ที่ถ่ายทอด เรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องของชายหญิงต่างแดนคู่หนึ่งที่เมืองไทยได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล อันดับที่ 1: Local Hero (2.6 ล้านวิว) - Bumrungrad เชื่อเหลือเกินว่าหนังเรื่องนี้ ได้สร้างความประทับใจให้กับใครหลายๆคน อีกทั้ง unlock value ที่สำคัญของประเทศไทย ในมุมที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน..อันดับที่ 2: Healthy Gift Voucher (1.3 ล้านวิว) - Bumrungrad ให้ทุกความสุข…เริ่มต้นที่สุขภาพ” ปีใหม่นี้ เลือกมอบของขวัญแด่คนที่คุณรัก ด้วย Gift Voucher เพื่อใช้แทนเงินสดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อันดับที่ 3: ปวดหลัง บ่อยๆ ระวัง! มาลองบริหาร 4 ท่าง่ายๆอ่านเพิ่มเติม "4 VDO บน Tiktok ที่มียอดเข้าชมสูงสุดของโรงพยาบาลในไทยประจำปี 2020"

รายชื่อโรงพยาบาลในสิงคโปร์

ในปี 2012 มีจำนวนเตียงในโรงพยาบาลประมาณ 10,756 เตียงในโรงพยาบาล 25 แห่งและศูนย์เฉพาะทางในสิงคโปร์โดยมีอัตราส่วน 2.0 เตียงต่อประชากรทั้งหมด 1,000 คน ประมาณ 85% ของเตียงอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐ 15 แห่งและศูนย์เฉพาะทางที่มีเตียงเสริมระหว่าง 185 ถึง 2,010 เตียง ในทางกลับกันโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่งมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กลงโดยมีความจุตั้งแต่ 20 ถึง 345 เตียง บทบาทของรัฐบาลในฐานะผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพที่โดดเด่นช่วยให้รัฐบาลมีอิทธิพลต่อการจัดหาเตียงในโรงพยาบาลการแนะนำยาที่มีเทคโนโลยีสูง / ต้นทุนสูงและอัตราค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในภาครัฐซึ่งเป็นตัวกำหนดมาตรฐานในแง่ของ การกำหนดราคาสำหรับภาคเอกชน โรงพยาบาลของรัฐ 8 แห่งประกอบด้วยโรงพยาบาลเฉียบพลัน 6 แห่ง (SGH, NUH, CGH, TTSH, KTPH & AH) โรงพยาบาลสตรีและเด็ก (KKH) และโรงพยาบาลจิตเวช (IMH) โรงพยาบาลทั่วไปให้บริการผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกเฉพาะทางหลายสาขาและแผนกฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีศูนย์เฉพาะทางแห่งชาติ 6 แห่งสำหรับโรคมะเร็งหัวใจตาผิวหนังประสาททันตกรรมและศูนย์การแพทย์สำหรับหลายสาขาวิชา ภายในโรงพยาบาลของรัฐผู้ป่วยสามารถเลือกที่พักในหอผู้ป่วยประเภทต่างๆได้เมื่อเข้ารับการรักษา เตียงโรงพยาบาลของรัฐอ่านเพิ่มเติม "รายชื่อโรงพยาบาลในสิงคโปร์"

5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ดีแค่ไหน

ส้ม(วิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม)ส้มอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด และมีให้เลือกกินหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน โดยสามารถกินได้ทั้งจากผลส้มหรือคั้นเป็นน้ำก็ได้.มะขามป้อม(วิตามินซี 276 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม)มะขามป้อมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก และถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคหลายชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค แก้ไอ ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และยังพบว่าในผลของมะขามป้อม มีสารป้องการเกิดออกซิไดซ์ของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีไม่เสื่อมสภาพแม้จะถูกความร้อน.สตรอว์เบอร์รี่(วิตามินซี 58.8 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม)สตรอว์เบอร์รี่อุดมไปด้วยโภชนาการที่หลากหลาย ทั้งวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง ช่วยในการบำรุงดวงตาและลดการเสื่อมสภาพของดวงตา และพบว่าในสตรอเบอร์รี่สดจะให้วิตามินในปริมาณมาก.ฝรั่ง(วิตามินซี 160 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม)แม้ฝรั่งจะเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยว แต่ก็อุดมไปด้วยวิตามินซีในปริมาณมาก พบได้บริเวณเปลือกของฝรั่ง แต่เมื่อฝรั่งสุกแล้วจะมีปริมาณวิตามินซีที่น้อยลง หรือฝรั่งที่ตัดออกจากต้นแล้วทิ้งไว้เป็นเวลานานก็จะทำให้วิตามินซีเสื่อมสภาพลงได้.ลิ้นจี่(วิตามินซี 71.5 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม)การทานลิ้นจี่เพียงวันละ 3 ผล ก็ได้รับปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการได้เพียงพอแล้ว ด้วยรสชาติที่หวานหอมและอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินบี 1 ที่ช่วยป้องกันอาการเหน็บชาอ่านเพิ่มเติม "5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ดีแค่ไหน"