เปิดรายการสิทธิประโยชน์ “บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” สปสช. สนับสนุนการจัดบริการดูแลคนไทยครอบคลุมทั้ง 5 กลุ่มวัย ย้ำไม่จำกัดแค่ผู้มีสิทธิบัตรทองเท่านั้น คนไทยทุกคนทุกสิทธิประกันสุขภาพ ทั้งผู้ประกันตน ข้าราชการ และผู้มีสิทธิในหลักประกันสุขภาพอื่นๆ มีสิทธิเข้ารับบริการได้ ตามนโยบายรัฐบาล มุ่งป้องกันความเจ็บป่วย ประชาชนมีสุขภาพที่ดี สู่ประชากรคุณภาพ “ในปี 2565 นี้มีการเพิ่มเติมบริการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสและธาลัสซีเมียให้กับสามีหรือคู่ของหญิงตั้งครรภ์จากเดิมที่ให้บริการเฉพาะหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงบริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ ต้องย้ำว่าแม้ว่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคจะเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง แต่ก็ไม่ได้จำกัดให้บริการแค่ผู้มีสิทธิบัตรทองเท่านั้น แต่คนไทยทุกสิทธิสามารถใช้สิทธินี้รับบริการได้ ทั้งผู้ประกันตน ข้าราชการ และผู้มีสิทธิในหลักประกันสุขภาพอื่นๆ เป็นต้น เพื่อมุ่งป้องกันภาวะความเจ็บป่วยและส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีสู่ประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล” เลขาธิการ สปสช. กล่าว ทุกกลุ่มวัยสามารถเช็คการบริการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ที่ เว็บไซต์ สปสช. หรือ ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. ไปที่กระเป๋าสุขภาพ (Health Wallet) หรือแอปเป๋าตัง ไปที่ กระเป๋าสุขภาพ เพื่อตรวจสอบสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคที่ท่านมีสิทธิได้รับ ซึ่งแต่ละคนจะต่างกันตามช่วงอายุของท่าน วิธีการเข้ารับบริการสร้างเสริมสุขภาพ 1.ติดต่อตรงที่หน่วยบริการปฐมภูมิ เช่น รพ.สต. ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองหรือ หรืออ่านเพิ่มเติม "เปิดสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค บัตรทอง ครอบคลุม 5 กลุ่มวัย"
โรงพยาบาลที่มีไอซียูมากที่สุดในประเทศไทย
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ คือโรงพยาบาลที่มีไอซียูมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ในเขตสุขภาพที่ 10 มีศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษจำนวน 5 ด้าน คือด้านโรคหัวใจ , มะเร็ง , อุบัติเหตุ ,ทารกแรกเกิดและปลูกถ่ายอวัยวะ โดยให้บริการผู้ป่วยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร และประเทศเพื่อนบ้านเช่น ลาว กัมพูชา รวมถึงประชาชนในเขตอีสานใต้ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด 1,188 เตียง หอผู้ป่วยทั้งหมด 77 หอผู้ป่วยศูนย์ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์บุคลากรทั้งหมด 3,899 คน โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เดิมชื่อโรงพยาบาลอุบลราชธานี ก่อสร้างเมื่อปี พุทธศักราช 2478 โดยหม่อมเจ้าอุปลีสานชุมพล ได้ประทานที่ดินของพระองค์แปลงหนึ่ง ที่สวนโนนดง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีตำรวจ อันเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลในปัจจุบัน มีเนื้อที่ 27 ไร่ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลประจำจังหวัดเท่านั้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ พระบิดาของพระองค์ ประกอบกับในช่วงเวลานั้น พลเอกพระยาพหล พลพยุหเสนาอ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลที่มีไอซียูมากที่สุดในประเทศไทย"
ไขมันดีและไขมันร้าย คืออะไร
ก่อนจะไปถึงไขมันดีไขมันร้าย เรามาทำความรู้จัก “คอเลสเตอรอล” กันสั้นๆก่อนนะครับปกติแล้วร่างกายของเราเก่งมากนะครับ สามารถผลิตคอเลสเตอรอลได้เองถึง 70% และ 30% ผลิตจากอาหารที่เรากินเข้าไป ยิ่งกินมากยิ่งผลิตมาก เอ๊า! ทำไมร่างกายต้องผลิตด้วยล่ะ ก็ไหนว่าคอเลสเตอรอล ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้เสี่ยงเส้นเลือดอุดตันที่สมอง หัวใจและส่วนอื่นๆไม่ใช่เรอะ ใช่จ้ะ แต่ต้องผลิตครับ เพราะคอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบที่จำเป็น ใช้ในการสร้างผนังห่อหุ้มเซลล์ ใช่เป็นวัตถุดิบผลิตน้ำดีช่วยย่อยและดูดซึมอาหาร สังเคราะห์วิตามินดี หรือใช้ผลิตฮอร์โมนหลายชนิดเลย แต่ก็นั่นแหละครับ อะไรที่มันเกินพอดี หรือมีมากเกินไปก็เสี่ยงต่อโรคที่ว่ามา ดังนั้นเราควรกินอาหารให้พอดี อ่าวว แล้วถ้าสมมติว่าปอบเข้าสิงเรา กินไม่หยุดยั้งจนคอเลสเตอรอลในเลือดสูงล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น สมมติว่าเส้นเลือดของเราเป็นลำน้ำหรือเป็นคลองก็แล้วกัน คอเลสเตอรอลมันต้องการเรือที่จะพามันไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย เรือที่ว่านี้มีชื่อว่า ไลโปโปรตีน มันจะพาคอเลสเตอรอลล่องเรือหารักไปตามกระแสเลือด เรือก็มีหลายชนิดที่เราคุ้นชื่อก็คือ แอลดีแอล (LDL) หรือเอชดีแอล (HDL) ถ้าคอเลสเตอรอลขึ้นเรือ LDL เราจะเรียกรวมกันว่าเป็นไขมันตัวร้าย เพราะมันจะพากันล่องเรือชมวิวไปทั่วร่างกาย แล้วทิ้งของลงคูคลองไปอุดตันตามเส้นเลือด กลายเป็นคลองตัน 5555555 เห็นมั้ยว่าเราไม่ควรมีเรือ LDL เยอะ เราต้องอย่าสร้างเรือชนิดนี้ การออกกำลังกายจะช่วยลดจำนวนเรือ LDL ได้นะครับ แต่ถ้าคอเลสเตอรอลขึ้นเรืออ่านเพิ่มเติม "ไขมันดีและไขมันร้าย คืออะไร"
COVID-19: รู้ไว้ใช่ว่า Omicron-Like สายพันธุ์ย่อยของ Omicron คืออะไร
Omicron-Like คืออะไร ทำไมจึงเรียกว่าเป็นสายพันธุ์ล่องหน หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียรายงานผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนรายใหม่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทราบภายหลังจากการตรวจเชิงลึกว่า ผู้ป่วยสัญชาติแอฟริกาใต้รายหนึ่งติดเชื้อที่มีรหัสพันธุกรรมแตกต่างจากโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเดิม แต่ยังมีความใกล้เคียงกันอยู่ จึงตั้งชื่อเบื้องต้นว่า สายพันธุ์คล้ายคลึงโอไมครอน หรือ โอไมครอน-ไลก์ (Omicron-Like) ตามรายงานของ Bloomberg ด้านเว็บไซต์ The Guardian รายงานว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีการตรวจพบไวรัสดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 7 เคสจากตัวอย่างเชื้อจากแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และแคนาดา นักวิจัยจึงได้แยกย่อยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนหรือ B.1.1.529 ออกเป็น BA.1 ซึ่งคือโอไมครอนดั้งเดิม และ BA.2 หรือโอไมครอน-ไลก์ โอไมครอน-ไลก์ คืออะไร? The Guardian ระบุว่ามันคือ "โอไมครอนเวอร์ชันล่องหน" เนื่องจากมีลักษณะบางอย่างที่ไม่เหมือนกับโอไมครอนดั้งเดิม นั่นคือไม่มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมที่ Spike Gene ที่เรียกว่า S-Gene Drop Out ทำให้ตรวจระบุสายพันธุ์ของเชื้อได้ยากขึ้น แม้ว่าจะตรวจหาเชื้อแบบ PCR รายงานอธิบายว่า การตรวจหาเชื้อแบบอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: รู้ไว้ใช่ว่า Omicron-Like สายพันธุ์ย่อยของ Omicron คืออะไร"
ประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ 2021 (Global Health Security Index : GHS) ไทยติดอันดับ 5 ของโลก
ไทยติดอันดับ 5 ของโลก ประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ Global Health Security Index : GHS ปี 2021 จาก 195 ประเทศ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ (Global Health Security Index : GHS) อันดับที่ 5 ของโลก จากทั้งหมด 195 ประเทศ เป็นอันดับที่ 1 ของเอเซีย Index ScoreRankChange from 201968.25/195-0.7 จากการประเมินความพร้อมของประเทศในการรับมือการแพร่ระบาดโรคติดต่อปี 2021 โดยมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ ( Johns Hopkins Center for Health Security) สหรัฐอเมริกา มีคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกอ่านเพิ่มเติม "ประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ 2021 (Global Health Security Index : GHS) ไทยติดอันดับ 5 ของโลก"
ศบค.ไทยเจอต่างชาติติดโควิด 273 คน พบโอไมครอนระบาด 62 ประเทศ
ศบค.เผย 9 วันของเดือนธันวาคม ต่างชาติเข้าไทย 6.2 หมื่นคน พบติดโควิด 102 คน รวม 39 วันพบติดเชื้อโควิดสะสม 273 คน ขณะที่ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนล่าสุดกระจายไป 62 ประเทศทั่วโลกรวมไทยด้วย และ 3 ประเทศที่พบล่าสุด ได้แก่ สิงคโปร์ คิวบา และเลบานอน ส่วนที่เกาหลีใต้วันเดียวพบถึง 22 ราย วันที่ 10 ธันวาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศประจำวันว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 มีผู้ป่วยรายใหม่ 4,193 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,131,917 ราย หายป่วยแล้ว 2,055,525 ราย วันนี้เสียชีวิตเพิ่ม 28 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 21,018 รายอ่านเพิ่มเติม "ศบค.ไทยเจอต่างชาติติดโควิด 273 คน พบโอไมครอนระบาด 62 ประเทศ"
COVID-19: โอมิครอน (Omicron) โควิดสายพันธุ์ใหม่ อันตรายแค่ไหน คนไทยต้องรู้
มาอีกแล้ว โคโรน่าไวรัส หรือ โควิด-19 ที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายให้ทั่วโลกมากกว่า 2 ปี และยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ง่ายๆ เพราะล่าสุด ไวรัสร้ายตัวนี้ก็พัฒนาตัวเองกลายพันธุ์เป็นชนิดที่ 5 หลังจากสายพันธุ์อัลฟา, เบตา, แกมมา และเดลตา ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล โควิด-19 กลายพันธุ์ล่าสุดนี้มีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ว่า B.1.1.529 ก่อนที่ WHO จะตั้งชื่อเรียกให้ตามลำดับตัวอักษรกรีก ว่า “โอมิครอน” (Omicron) “โอมิครอน” มาจากไหน การระบาดของโควิด-19 โอมิครอนถูกระบุแยกแยะออกมาเป็นครั้งแรกในจังหวัดเคาเต็ง (Gauteng) ของแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีการพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนแล้วในอย่างน้อย 13 ประเทศ ได้แก่ แอฟริกาใต้ บอตสวานา เบลเยียม ฮ่องกง อิสราเอล อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ออสเตรเลีย แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก ผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมดอยู่ในหลักร้อย (ข้อมูลอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: โอมิครอน (Omicron) โควิดสายพันธุ์ใหม่ อันตรายแค่ไหน คนไทยต้องรู้"
COVID-19: สธ.ยัน ไทยพบผู้ติดเชื้อ “โอมิครอน” รายที่ 4 เป็นชายไทย กลับจาก “คองโก”
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยัน ไทยพบผู้ติดเชื้อ "โอมิครอน" รายที่ 4 เป็นชายไทย อายุ 41 ปี กลับจากคองโก แม้ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ขณะผลิตน้ำยาตรวจ RT-PCR สายพันธุ์โอมิครอน ใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์ วันที่ 9 ธ.ค. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า ล่าสุดประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนเพิ่ม 1 ราย เป็นรายที่ 4 โดยเป็นชายไทย อายุ 41 ปี เดินทางกลับจากประเทศคองโก เข้าประเทศรูปแบบเทสต์แอนด์โก ประวัติฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาครบ 2 โดส อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า ตำแหน่งกลายพันธุ์สอดคล้องกับตำแหน่งที่พบในสายพันธุ์โอมิครอน ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวเพิ่มเติม ส่วนหญิงไทยรายที่ 2-3 จากการถอดรหัสทั้งตัวไวรัส ผลยืนยันเป็นโอมิครอน ขณะที่ ก่อนหน้านี้ นพ.ศุภกิจ ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการผลิตน้ำยาตรวจ RT-PCR ที่จำเพาะกับโควิด-19อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สธ.ยัน ไทยพบผู้ติดเชื้อ “โอมิครอน” รายที่ 4 เป็นชายไทย กลับจาก “คองโก”"
COVID-19: ข้อกำหนดด้านวัคซีนสำหรับเด็กเพื่อเข้าสู่ร้านอาหารนิวยอร์คท่ามกลางข้อจำกัด ใหม่ที่เข้มงวด
นครนิวยอร์กจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 5 ถึง 11 ปีเพื่อเข้าไปในร้านอาหาร โรงยิม โรงละคร และสถานที่อื่นๆ นายกเทศมนตรี Bill de Blasio ประกาศมอบอำนาจเมื่อเช้าวันจันทร์ โดยอ้างถึงตัวแปร Omicron ใหม่และเดลต้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเหตุผลในการดำเนินการขั้นตอนใหม่เพื่อลดการแพร่กระจายของ coronavirus นายกเทศมนตรียังประกาศอาณัติวัคซีน "ที่หนึ่งในประเทศ" สำหรับคนงานภาคเอกชนทั้งหมด ซึ่งจะมีผล 27 ธันวาคม "เราได้มีไมครอนเป็นปัจจัยใหม่" de Blasio กล่าวว่าในเอ็มเอส "เรามีอากาศที่หนาวกว่า ซึ่งจะสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยตัวแปรเดลต้า เรามีการพบปะในวันหยุด พวกเราในนิวยอร์กซิตี้ได้ตัดสินใจที่จะใช้การประท้วงเพื่อทำสิ่งที่กล้าหาญจริงๆ เพื่อหยุดยั้งต่อไป การเติบโตของโควิดและอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน” ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม เด็กอายุระหว่าง 5 ถึง 11 ปีจะต้องได้รับช็อตแรกเพื่อรับประทานอาหารในร้านอาหาร ใช้พื้นที่ออกกำลังกายในร่ม และสำหรับพื้นที่บันเทิงในร่ม เช่น โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และสถานที่อื่นๆ มีเด็กเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มอายุนี้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ตามรายงานของแดเนียล ฟิลสัน เลขาธิการสื่อมวลชนของ De Blasioอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ข้อกำหนดด้านวัคซีนสำหรับเด็กเพื่อเข้าสู่ร้านอาหารนิวยอร์คท่ามกลางข้อจำกัด ใหม่ที่เข้มงวด"
COVID-19: ชาวอเมริกันมากกว่าหนึ่งในสามกล่าวว่าโควิด เป็นแหล่งความเครียดหลัก
ผลสำรวจล่าสุดพบว่า การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้สร้างแรงกดดันให้กับชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในวัยรุ่นและคนหนุ่มสาว การสำรวจจาก MTV Entertainment Group และ The Associated Press-NORC Center for Public Affairs Research พบว่ามากกว่าหนึ่งในสามของชาวอเมริกันที่มีอายุระหว่าง 13 ถึง 56 ปีเรียกการระบาดใหญ่ว่าเป็น "สาเหตุหลักของความเครียด" โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเครียดที่รุนแรงรวมถึงความกลัวที่จะติด COVID-19 และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคต ผู้เข้าร่วมการศึกษาเกือบครึ่งจากทุกชั่วอายุคน กล่าวว่า การระบาดใหญ่ทำให้การรักษาสุขภาพจิตยากขึ้น กว่าครึ่งบอกว่ามันทำให้สนุกยากขึ้น เมื่อดูเฉพาะชาวอเมริกันที่มีอายุระหว่าง 13 ถึง 24 ปี ตัวเลขเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้น โดย 55 เปอร์เซ็นต์บอกว่าโรคระบาดใหญ่ทำให้ความสนุกสนานยากขึ้น จากข้อมูลของ AP นั้น Gen Z ยังรายงานถึงความยากลำบากในการรักษามิตรภาพ โดย 45 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าสิ่งนี้เทียบกับ 39 เปอร์เซ็นต์ของ Generation X อีก 46 เปอร์เซ็นต์รายงานว่ามีปัญหากับเป้าหมายด้านการศึกษาและอาชีพ การสำรวจพบว่าประมาณ 2อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ชาวอเมริกันมากกว่าหนึ่งในสามกล่าวว่าโควิด เป็นแหล่งความเครียดหลัก"
Omicron ดูเหมือนจะไม่รุนแรงจนถึงตอนนี้ แต่ผู้คนจะเสียชีวิตจากมัน ผู้เชี่ยวชาญของ WHO Maria Van Kerkhove เตือน
Maria Van Kerkhove หัวหน้าด้านเทคนิคขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับ COVID ได้เตือนว่าอย่าอ้างถึงตัวแปร Omicron ว่า "ไม่รุนแรง" ท่ามกลางรายงานว่ายังไม่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงมากเท่ากับในคลื่นครั้งก่อน ความคิดเห็นของเธอมีขึ้นหลังจากรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ความกังวลรูปแบบใหม่ดูเหมือนจะทำให้อาการไม่รุนแรงกว่าไวรัสรูปแบบอื่น รายงานฉบับหนึ่งจากสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งแอฟริกาใต้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า จากภาพถ่ายของผู้ป่วย 42 คนในหอผู้ป่วยใน Tshwane ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พบว่า 70% ไม่ได้พึ่งพาออกซิเจนในขณะนั้น รายงานระบุว่า เป็น "ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในคลื่นครั้งก่อน" ซึ่ง "ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถจดจำผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้จากการเสริมออกซิเจนบางรูปแบบ" ในขณะเดียวกัน ดร. แอนโธนี เฟาซี หัวหน้าสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ (NIAID) บอกกับสำนักข่าว AFP ว่า Omicron "แทบไม่ร้ายแรงไปกว่า Delta" อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารNew Scientistในสัปดาห์นี้ ฟาน เคอร์คอฟ เตือนว่า “ผู้คนจะตาย” จากโอไมครอน และเสริมว่า “การพูดว่า 'แค่ไม่รุนแรง' นั้นอันตรายมาก "ถ้ามันแพร่ระบาดได้มากกว่าเดลต้า จะมีผู้ป่วยมากขึ้นอ่านเพิ่มเติม "Omicron ดูเหมือนจะไม่รุนแรงจนถึงตอนนี้ แต่ผู้คนจะเสียชีวิตจากมัน ผู้เชี่ยวชาญของ WHO Maria Van Kerkhove เตือน"
‘ธรรมศาสตร์’ สร้างแพลตฟอร์ม Ready Senior เตรียมพร้อมคนวัย 50 อัพ ก่อนเกษียณ สร้างคอมมูนิตี้ดูแลสุขภาพ – จัดหางานครบวงจร
‘ธรรมศาสตร์’ พัฒนาแพลตฟอร์ม “เรดดี้ ซีเนียร์” (Ready Senior) ผ่านช่องทาง “เว็บไซต์-” เฟซบุ๊ก-ไลน์” สร้างคอมมูนิตี้ดูแลสุขภาพของคนวัย 50 อัพ เตรียมความพร้อมสู่ชีวิตเกษียณ พร้อมเปิดโครงการ “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” จับมือ 20 กิจการธุรกิจ เปิดตลาดจัดหางาน “ประจำ-พาร์ทไทม์” อบรมหลักสูตรออนไลน์ ดึงแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ดูแลปัญหาสมองเสื่อม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาธุรกิจและการดูแลสังคมสูงอายุ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว และในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด คือผู้สูงอายุในวัย 60 ปีขึ้นไป ราว ๆ 25% ของประชากรทั้งหมด ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเตรียมการอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับปัญหาผู้สูงอายุทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงใจ กล่าวว่า ขณะนี้คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. ได้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊กเพจ และไลน์ ในชื่อ “เรดดี้ ซีเนียร์”อ่านเพิ่มเติม "‘ธรรมศาสตร์’ สร้างแพลตฟอร์ม Ready Senior เตรียมพร้อมคนวัย 50 อัพ ก่อนเกษียณ สร้างคอมมูนิตี้ดูแลสุขภาพ – จัดหางานครบวงจร"
ผลวิจัยจากซินโครตรอนศึกษา เผย “เพกา” กินคู่น้ำพริก ต้านอักเสบได้จริง!
นักวิทยาศาสตร์ซินโครตรอนร่วมกับนักวิจัย มทส.-อาจารย์แพทย์แผนไทย มรภ.เพชรบุรี ศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของฝักไม้ยืนต้นที่มีรูปร่างคล้ายดาบชื่อ “เพกา” หรือบางท้องถิ่นเรียก “ลิ้นฟ้า” ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่นำกินคู่กับน้ำพริกบนโต๊ะอาหาร ผลการวิเคราะห์พบว่าต้านการอักเสบได้จริง พร้อมตรวจการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ด้วยแสงซินโครตรอน ศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ อาจารย์ประจำสาขาวิชาปรีคลินิก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ร่วมกับอาจารย์เบญจวรรณ ดุนขุนทด อาจารย์ประจำสาขาวิชาการแพทย์แผนไทย คณะพยาบาลศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของเพกา โดยมีความร่วมมือกับ ดร.กาญจนา ธรรมนู นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อนำแสงซินโครตรอนมาร่วมวิเคราะห์ ทีมนักวิจัยมีความสนใจฤทธิ์ต้านการอักเสบของเพกา โดยนำความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการอักเสบมาใช้ออกแบบการทดลอง ซึ่งการอักเสบนั้นเป็นการตอบสนองปกติของร่างกายต่อสิ่งที่ทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับความเสียหาย ในขณะที่เกิดการอักเสบจะเกิดการเคลื่อนที่ของพลาสมาและเม็ดเลือดขาวจากเลือดไปยังเนื้อเยื่อที่อักเสบ โดยเซลล์ที่มีบทบาทมากที่สุดในกระบวนการอักเสบ คือ “เซลล์แมโครฟาจน์” ซึ่งเซลล์ดังกล่าวนี้จะถูกกระตุ้นได้จากสารเคมีบางชนิดและสารประกอบจากแบคทีเรีย เช่น ไลโปโพลิแซคคาไรด์ สารอินเตอร์เฟียรอนแกมมา เซลล์แมโครฟาจน์ที่ได้รับการกระตุ้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยา การสร้างอนุมูลอิสระ (ROS) ภายในเซลล์ และไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ซึ่งจากการศึกษาและงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า ผัก ผลไม้ และธัญพืชมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารกลุ่มฟีนอลิก และกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมนุษย์ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจอ่านเพิ่มเติม "ผลวิจัยจากซินโครตรอนศึกษา เผย “เพกา” กินคู่น้ำพริก ต้านอักเสบได้จริง!"
COVID-19: กรมสุขภาพจิตเผย “3 ช” ปัจจัยมีผลต่อการลังเลรับวัคซีนโควิด19 ชี้กลุ่มเสี่ยงไม่เชื่อมั่นกว่าครึ่ง
อธิบดีกรมสุขภาพจิตเผยปัจจัยมีผลต่อการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 มี 3 ช คือ "เชื่อมั่น-ชะล่าใจ-ช่องทาง" ชี้กลุ่มเสี่ยง 608 ไม่เชื่อมั่นถึง 53.81% ทั้งความปลอดภัย ผลข้างเคียง และสูตรวัคซีน เร่งเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น ให้ข้อมูลถูกต้อง พบ 80% เปลี่ยนใจฉีดวัคซีนจากกว่า 1 พันคน สาเหตุสำคัญครอบครัวมีส่วนผลักดันหันมาฉีดวัคซีน เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ธ.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตแถลงข่าวประเด็น "แนวทางการสร้างแรงจูงใจในกลุ่มที่ยังไม่เข้ารับวัคซีนโควิด 19" ว่า องค์การอนามัยโลกได้วิเคราะห์ว่า ความลังเลของการรับการฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งใน 10 ปัญหาในการป้องกันโรค อย่างไรก็ตาม สำหรับองค์ประกอบที่ทำให้เกิดความลังเลต่อการฉีดวัคซีน ทั้งระดับนานาชาติ และประเทศไทยไม่แตกต่างกัน ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ย.2564 ประมาณ 2 สัปดาห์และต่อเนื่องสัปดาห์ต่อมาถึงวันที่ 5 ธ.ค. ได้ติดตามผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเกิดอะไรขึ้น จนทำให้พบว่าปัจจัยที่ผลต่อการรับวัคซีนมี 3 ชอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: กรมสุขภาพจิตเผย “3 ช” ปัจจัยมีผลต่อการลังเลรับวัคซีนโควิด19 ชี้กลุ่มเสี่ยงไม่เชื่อมั่นกว่าครึ่ง"
อย. เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณาอาหารเสริมต้านมะเร็ง แนะกินอาหารครบ5หมู่ ออกกำลังกายลดเสี่ยง
อย. เตือนผู้บริโภคอย่าหลงกลโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อวดอ้างรักษาโรคมะเร็ง ย้ำ อย. ไม่อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์อาหารโฆษณาในเชิงบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค แนะกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลี่ยงดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ออกกำลังสม่ำเสมอ ลดเสี่ยงมะเร็งร้าย นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า 10 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ” เพื่อให้ประชากรชาวไทยตระหนักถึงภัยร้ายจากโรคมะเร็ง รวมถึงรณรงค์ให้หันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น จากสถิติพบว่าโรคมะเร็งเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลก เป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ และมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลสถิติโรคมะเร็งในประเทศไทยปี พ.ศ. 2563 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบผู้ป่วยรายใหม่ 2,890 ราย แบ่งเป็นเพศชาย จำนวน 1,245 ราย และเพศหญิง จำนวน 1,645 ราย โดย 5 อันดับโรคมะเร็งที่พบมากในชายไทย ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งหลอดอาหาร ส่วนมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในหญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านมอ่านเพิ่มเติม "อย. เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณาอาหารเสริมต้านมะเร็ง แนะกินอาหารครบ5หมู่ ออกกำลังกายลดเสี่ยง"