4 คุณประโยชน์น้ำข้าวต้ม

รู้หรือไม่ น้ำข้าวต้มมีประโยชน์ต่อร่างกายนะคะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ทานได้จนคนโบราณต้องยกให้เป็นยาสามัญประจำบ้านเลยค่ะ.มาดูกับ 4 คุณประโยชน์ดีๆ จากว่ามีประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง เวลาท้องเสียหนักๆ ทีไร ต้องนึกถึงอาหารอ่อนๆ อย่างข้าวต้มเป็นอย่างแรก เพราะตัวข้าวต้มหรือน้ำข้าวต้ม เป็นตัวช่วยบรรเทาอาการท้องเสียและท้องร่วง ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถทานได้เหมือนกัน เพราะน้ำข้าวต้มเป็นอีกหนึ่งในยารักษาที่มีประสิทธิภาพและช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ดี หรือคนที่มีอาการป่วยเป็นโรคทางเดินอาหารอื่นๆ ทานน้ำข้าวต้มก็ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของโรคได้เหมือนกัน เช่น โรคกระเพาะอาหารและโรคลำไส้อักเสบ น้ำข้าวต้มช่วยรักษาอาการผิวหนังอักเสบได้จริงหรือ ฟังดูแล้วอาจจะงงๆ นะคะ แต่น้ำข้าวต้มนั้นช่วยได้จริงค่ะ วิธีนี้ช่วยรักษาอาการผิวหนังอักเสบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อย่างเช่น รักษาผิวหนังอักเสบของเด็กเล็ก โดยการนำน้ำข้าวต้มมาผสมในน้ำสะอาดให้เด็กทารกอาบทุกวันหรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น สำหรับผู้ใหญ่ นำน้ำข้าวต้มผสมกับน้ำสะอาด และนำสำลีแผ่นชุบน้ำที่เตรียมไว้ มาเช็ดบริเวณผิวหรือวางทิ้งไว้บนผิวที่เกิดอาการแพ้ อักเสบ แห้ง แดง เพียงประมาณ 10 นาทีวันละ 2-3 ครั้ง เพราะในน้ำข้าวต้มจะมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบและช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื่นขึ้น จึงช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังได้นั่นเอง เวลาเรามีอาการป่วยเป็นไข้หรือไข้หวัด สิ่งแรกที่คุณแม่จะทำให้เราทานก็คือข้าวต้มร้อนๆ เพราะตัวข้าวต้มและน้ำข้าวต้มช่วยลดไข้ เหมาะกับเด็กเล็กหรือคนที่ไม่ชอบทานยา นอกจากนั้น น้ำข้าวต้มจะช่วยขับไอร้อนออกจากร่างกายของเราและทำให้หายเร็วขึ้น ข้าวต้มและน้ำข้าวต้ม ยังช่วยให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ที่ต้องการเพิ่มพลังงานให้กับตัวเองระหว่างมื้อ ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ลดอาการการอ่อนเพลีย มีคาร์โบเฮเดรต โปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายและยังมีวิตามินบี 3 ช่วยบำรุงผิวหนังและเล็บให้แข็งแรง https://www.youtube.com/watch?v=4q3AzHa4XpE

12 ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของข้าว

ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นและหาวิธีใช้ประโยชน์จากข้าวในรูปแบบหลากหลายเพิ่ม ขึ้น เช่น การนำข้าวมาผลิตเป็นไวน์ น้ำส้ม สายชู หรือแม้แต่เครื่องสำอาง จำพวกครีมนวดผม/สบู่ป้องกันผิวแตก/ผงขัดผิว นอกจากนั้นคนไทยสมัยอดีตยังนำเมล็ดข้าว และส่วนต่างๆ ที่ได้จากต้นข้าวมาใช้เป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บสารพัดชนิดอีกด้วย อาทิ ข้าวสาร : รักษาอาการท้องอืด ลมพิษ พยาธิลำไส้ข้าวสุก : รักษาอาการท้องอืด ลมพิษ พยาธิลำไส้ข้าวเหนียว : รักษาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ อาการท้องร่วงท้องบิด แก้ผื่นบนหัวเด็ก อาการปวดเอวรากข้าวเหนียว : นำไปต้มน้ำกินช่วย กระตุ้นน้ำลาย และละลายเสมหะ บำรุงกระเพาะอาหาร แก้เหงื่อออกมากต้นอ่อนข้าวเหนียว : นำไปต้มน้ำกิน ช่วยให้ย่อยอาหาร หล่อลื่นลำไส้ และช่วยขับเสมหะน้ำข้าว : ใช้ดื่มบรรเทาอาการร้อนและ กระหายน้ำ แก้อาเจียนเป็นเลือด ตาแดง เลือด กำเดาออกง่าย และช่วยขับเสมหะข้าวกล้อง : ใช้พอกฝีเพื่อเร่งหนองให้แตกเร็ว รักษาโรคไขข้อ แก้เหน็บชารำข้าว : ใช้บำบัดโรคเหน็บชา แก้อาการสะอึก ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยย่อยและทำให้ เจริญอาหารใช้เป็นยาระบายฟางข้าว”12“12 ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของข้าว” 계속 읽기

4 คุณประโยชน์น้ำซาวข้าว

น้ำซาวข้าว คือ น้ำที่ได้จากการล้างข้าวก่อนนำไปหุง ปกติจะล้างข้าวไม่เกิน 1-2 ครั้ง เพราะจะทำให้สูญเสียวิตามินที่มีอยู่ในเมล็ดข้าวอย่างเช่น วิตามินบี ซึ่งละลายได้ในน้ำน้ำซาวข้าวที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์ แต่ทราบหรือไม่ว่าน้ำซาวข้าวมีคุณประโยชน์ย่างอเนกอนันต์มากกว่าที่คิด เพราะน้ำซาวข้าว จะมีจำพวกวิตามินบี 3 หรือ Niacin ช่วยทำลายพิษหรือท็อกซินจากมลพิษ แอลกอฮอล์ และยาเสพติด วิตามินบี 2 หรือ Riboflavin ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด อันเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดแข็งตัว ขจัด ไขมันชนิดอิ่มตัวในเส้นเลือด นอกจากนี้ยังช่วยระงับอาการตาแฉะได้ จึงใช้เป็นส่วน ประกอบในยาหยอดตา วิตามินบี 1 หรือ เป็นต่อประโยชน์การทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อย หัวใจ และกล้ามเนื้อ ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยในการ เจริญเติบโตของร่างกาย และมี ธาตุเหล็ก เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ในสมัยก่อนคนไทยนำ “น้ำซาวข้าว” ต้มใส่เกลือหรือน้ำตาลทรายดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ นอกจากคุณประโยชน์ต่อภายในของร่างกายแล้ว น้ำซาวข้าวยังสามารถนำมาสระผม ซึ่งจะช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มลื่น ไม่เป็นรังแค นำมาชำระล้างใบหน้าก็จะช่วยขจัดความมัน รักษาสิวฝ้าทำให้หน้าขาวนวลนุ่ม ใช้ล้างผัก ผลไม้ ก็จะขจัดสารพิษตกค้างได้ใช้ล้างภาชนะที่ติดคราบไขมันได้อย่างสะอาด ใช้รดต้นไม้เป็นปุ๋ยอย่างดี”4“4 คุณประโยชน์น้ำซาวข้าว” 계속 읽기

4 คุณประโยชน์ข้าวต้ม

รู้หรือไม่ ข้าวต้มมีประโยชน์ต่อร่างกายนะคะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ทานได้จนคนโบราณต้องยกให้เป็นยาสามัญประจำบ้านเลยค่ะมาดูกับ 4 คุณประโยชน์ดีๆ จากข้าวต้มว่ามีประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง เวลาท้องเสียหนักๆ ทีไร ต้องนึกถึงอาหารอ่อนๆ อย่างข้าวต้มเป็นอย่างแรก เพราะตัวข้าวต้มหรือน้ำข้าวต้ม เป็นตัวช่วยบรรเทาอาการท้องเสียและท้องร่วง ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถทานได้เหมือนกัน เพราะข้าวต้มเป็นอีกหนึ่งในยารักษาที่มีประสิทธิภาพและช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ดี หรือคนที่มีอาการป่วยเป็นโรคทางเดินอาหารอื่นๆ ทานน้ำข้าวต้มก็ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของโรคได้เหมือนกัน เช่น โรคกระเพาะอาหารและโรคลำไส้อักเสบ ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียและท้องร่วง เมื่อลูกเกิดอาการท้องเสีย แนะนำให้คุณแม่ทำข้าวต้ม หรือนำน้ำข้าวต้มให้ลูกได้ทาน เพราะน้ำข้าวเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับโรคท้องร่วงและปัญหาทางเดินอาหารอื่น ๆ อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบได้อีกด้วยละค่ะช่วยบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบ ฟังแล้วดูเหลือเชื่อใช่ไหมละคะ แต่บอกเลยว่า ถ้าหากคุณแม่ทราบถึงประโยชน์ข้อนี้แล้วจะตกใจค่ะ เพราะน้ำข้าวนั้น สามารถช่วยบรรเทาอาหารผิวหนังอักเสบให้กับลูกได้ด้วย การทำเอาน้ำข้าวต้มนั้น มาผสมกับน้ำที่ลูกอาบ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ในน้ำข้าวต้มนั้น จะช่วยให้ผิวของลูกน้อยมีความชุ่มชื้นมากขึ้นช่วยลดไข้ การป้อนน้ำข้าวต้มอุ่น ๆ ให้ลูกทาน สามารถช่วยลดไข้ของลูกได้ ทั้งการป้อนน้ำข้าวต้มให้ลูกนั้นนี้ถือเป็นการขับไอร้อนออกจากร่างกายไปในตัวอุดมไปด้วยพลังงาน การป้อนน้ำข้าวต้มให้ลูกทานนั้น สามารถเติมเต็มพลังงานให้กับลูกได้เป็นอย่างดีเลยละค่ะ เพราะน้ำข้าวนั้นอุดมไปด้วยคาร์โบเฮเดรตที่ร่างกายต้องการ หากลูกไม่อยากทานหรือเบื่อข้าว ลองให้ลูกทานน้ำข้าวต้มดูบ้างก็ไม่เป็นไรนะคะ https://healthmenowth.com/food-nutrition/4-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1/

5 ข้อแนะนำห่างไกลมาลาเรีย

1. อาการของมาลาเรีย อาจไม่ตรงไปตรงมา ผู้ป่วย อาจมีไข้สูง โดยไม่มีอาการหนาวสั่น หรือหนาวสั่นวันละ หลายครั้งได้ บางรายอาจมีไข้สูงตลอดเวลา อาจมี อาการปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจพบในโรคอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีอาการไข้ทุกราย ควรถามถึงพฤติกรรม เสี่ยงต่อการติดเชื้อมาลาเรีย ถ้าพบว่าผู้ป่วยมีประวัติเข้าป่าหรือมีประวัติเคยได้รับเลือดมาภายใน 2 สัปดาห์ ถึง 2 ปี หรือสงสัยว่าจะเป็นมาลาเรียจากการติดเชื้อทางอื่น (เช่น ลูกที่เกิดจากมารดาที่เคยเป็นมาลาเรีย เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการเลี้ยงยุงก้นปล่อง เจ้าหน้าที่ที่ตรวจเลือด หรือบุคคลที่บ้านอยู่ใกล้สนามบินซึ่งเครื่องบินอาจยุงก้นปล่องมาจากประเทศอื่น เป็นต้น) ก็ควรจะต้องเจาะเลือด ตรวจหาเชื้อมาลาเรีย 2. ผู้ป่วยมาลาเรีย อาจตรวจเลือดไม่พบเชื้อก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นโรคในระยะแรก ๆ (เชื้อมาลาเรียมีจำนวนน้อย) ดังนั้น ต้องแนะนำให้ผู้ป่วยตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง ภายใน 12-24 ชั่วโมง หรือขณะมีไข้ การตรวจ เลือดบ่อย ๆ จะมีโอกาสพบเชื้อได้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยที่กินยาป้องกันมาลาเรียมาก่อน หรือกินยารักษามา บ้างแล้ว ก็จะทำให้ตรวจพบเชื้อมาลาเรียได้ลำบากมากขึ้น เพราะจะเห็นเชื้อมาลาเรียไม่ชัดเจนดังนั้น”5“5 ข้อแนะนำห่างไกลมาลาเรีย” 계속 읽기

คลอดธรรมชาติหรือผ่าตัดคลอดดี

ในปี 2014 ในสหรัฐอเมริกาพบว่าหนึ่งในสามของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จะให้กำเนิดบุตรด้วยการผ่าคลอด ซึ่งปกติแล้วผู้หญิงสามารถเลือกวิธีการให้กำเนิดบุตรของตนเอง ทั้งการคลอดแบบธรรมชาติและการผ่าตัดคลอดนั้นมีความปลอดภัย แต่หากเปรียบเทียบกันแล้วการคลอดธรรมชาติจะมีความปลอดภัยมากกว่า สรุปข้อดีและข้อเสียของวิธีการคลอดของทั้งสองแบบ ข้อดีของการคลอดธรรมชาติ – ระยะเวลาการพักฟื้นและการอยู่โรงพยาบาลสั้นกว่า- ผู้เป็นแม่รู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า ทำให้ผู้หญิงที่คลอดบุตรรู้สึกได้ถึงความมีพลังในตนเองราวกับการประสบความสำเร็จขั้นหนึ่ง- ทารกมีความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพลดลง ได้แก่ ปัญหาระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิตสูงในปอด หอบหืด แพ้อาหารและการแพ้แล็คโตสในน้ำนม- ระยะเวลาการรอคลอดสำหรับลูคนที่สองและคนต่อ ๆ ไปจะสั้นและเร็วกว่า- ทารกสามารถดูดน้ำนมจากมารดาได้เร็วกว่า ข้อเสียของการคลอดแบบธรรมชาติ – อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดไว้ระหว่างการรอคลอดและในระหว่างคลอด- ทารกเสี่ยงการขาดออกซิเจนและเสี่ยงการได้รับบาดเจ็บระหว่างเคลื่อนผ่านช่องคลอด- ผู้เป็นแม่มีความเสี่ยงมากขึ้นต่อภาวะปัสสาวะเล็ด ข้อดีของการผ่าตัดคลอด – ผู้เป็นแม่ไม่ต้องทนระหว่างการรอคลอดและยังสามารถกำหนดวันและเวลาที่ต้องการคลอดได้ด้วย- ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกระดูกเชิงกรานในผู้เป็นแม่ และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ทารกอาจได้รับระหว่างคลอด- ลดปัญหาการคลอดหลังกำหนด- ลดความเสี่ยงที่ทารกอาจจะติดเชื้อจากมารดาที่เป็นโรคติดต่อทางเพศ ข้อเสียของการผ่าตัดคลอด – มีความเสี่ยงโดยทั่วไปของการผ่าตัดและเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของยาสลบ- เพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพในมารดา ได้แก่ ภาวะหัวใจวาย เลือดแข็งตัวเป็นลิ่มและการติดเชื้อหลังการคลอดด้วย- ทารกมีความเสี่ยงเพิ่มขึนในเรื่อง ความดันโลหิตสูงในปอด- ในผู้หญิงบางส่วนพบว่าหากเคยผ่าคลอดแล้ว การคลอดลูกคนต่อ ๆ ไปอาจจะเลือกคลอดแบบธรรมชาติไม่ได้เนื่องจากความเสี่ยงต่อผนังหน้าท้องปริระหว่างเบ่งได้ https://www.youtube.com/watch?v=5_-T30VSOxQ

8 วิธีเลิกบุหรี่

ปรับพฤติกรรม เมื่อเกิดอาการอยากสูบบุหรี่ขึ้นมา ให้ลองปรับจากการสูบบุหรี่ไปเป็นอย่างอื่นแทน เช่น การอมลูกอม หรือการเคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นต้นหลีกเลี่ยงสถานที่หรือช่วงระยะเวลาที่เคยสูบบุหรี่อยู่เป็นประจำการดื่มน้ำก็เป็นตัวช่วยที่ดี การดื่มน้ำจะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วการเลือกรับประทานอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภท เผ็ด เค็ม มัน หวาน ให้หันมาทานผักหรือผลไม้แทน ผลไม้รสเปรี้ยวสามารถช่วยได้การนำมะนาวมาเป็นตัวช่วย ให้หันมะนาวทั้งเปลือกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่กล่องพกติดตัวไว้ เมื่อมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาก็หยิบมะนาวขึ้นมาอมและขณะเวลาอมควรอมช้าๆ และเคี้ยวเปลือกมะนาวแล้วกลืน การทำเช่นนี้จะช่วยได้เพราะรสขมของผิวมะนาวจะช่วยทำให้รู้สึกขมปากขมคอ จนไม่อยากสูบบุหรี่การออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาทีการย้ำเตือนตนเอง เมื่ออยากสูบบุหรี่เมื่อไหร่ ให้คิดถึงเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ ว่าเราเลิกเพื่ออะไร การใช้ บุหรี่ไฟฟ้า เช่น IQOS หรือ Vape เป็นทางเลือกค่อยๆ ลดแบบไม่หักดิบจนเกินไป https://www.youtube.com/watch?v=XapcNA6h1OY

โรงพยาบาลกรุงเทพ: การนำ Telemedicine นวัตกรรมหุ่นยนต์มาใช้

การนำ Telemedicine นวัตกรรมหุ่นยนต์โทรเวชกรรม เข้ามาใช้ในโรงพยาบาลกรุงเทพว่า “โรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นโรงพยาบาลชั้นนำ ที่ให้บริการโดยอาศัยหลัก “Advanced and Caring” คือ ความก้าวหน้าในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสูงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กอปรกับความห่วงใยในการรักษาเพื่อดูแลผู้รับบริการดุจญาติมิตร เล็งเห็นว่าการเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงทีมีผลดีต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) ที่ต้องได้รับการรักษาหลังจากเกิดอาการภายใน 3 ชั่วโมง ROBODOCTOR คืออะไร จึงได้นำเทคโนโลยี ROBODOCTOR : Remote Presence System จากสหรัฐอเมริกา เข้ามาช่วยแพทย์ในการรักษาคนไข้ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทางการแพทย์และมีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายมลรัฐ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนนาดารวมทั้งเอเซียและยุโรปประเทศต่างๆ อาทิเช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน อังกฤษซึ่งจะทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าถึงการรักษาไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายได้ทันท่วงที และมั่นใจถึงความถูกต้อง และแม่นยำในการสื่อสารผ่านระบบ Remote Presence System และด้วยความห่วงใยในทุกรายละเอียดของการรักษาผู้ป่วยด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อันเป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการขยายบริการไปสู่ระดับนานาชาติ สอดรับกับนโยบายของประเทศที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบริการด้านสุขภาพในภูมิภาคนี้ รูปแบบเทคโนโลยี Telemedicine ที่นำมาใช้ เทคโนโลยีที่ทางโรงพยาบาล นำมาใช้เรียกว่า เทคโนโลยี Remote Presence System”โรงพยาบาลกรุงเทพ:“โรงพยาบาลกรุงเทพ: การนำ Telemedicine นวัตกรรมหุ่นยนต์มาใช้” 계속 읽기

ประเทศไทยเป็น Medical Hub ในแถบอาเซียน

ประเทศไทยมีจุดเด่นเรื่องการท่องเที่ยว และเป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวทั่วโลกโดยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องปี 2560 มีจำนวน 35 ล้านคน สร้างรายได้ 1.8 ล้านล้านบาทปี 2561 มีจำนวน 38 ล้านคน สร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาทแต่จริงๆ แล้ว ยังมีอีกอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกและอุตสาหกรรมนี้ยังได้ประโยชน์จากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวอีกด้วยอุตสาหกรรมนี้คือ Medical tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์โดยคาดว่าปี 2561 มีผู้ป่วยต่างชาติมาใช้บริการ 3.4 ล้านครั้ง สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 1 แสนล้านบาทการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ คือการที่ผู้ป่วยชาวต่างชาติเดินทางมารักษาตัวในโรงพยาบาลของประเทศไทย พร้อมกับท่องเที่ยวไปในตัวจุดเริ่มต้นเป็นปี 2547 ที่รัฐบาลไทยได้พยายามผลักดันในเรื่อง Medical Tourismจนทำให้ไทยได้เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ในอาเซียน หรือ Medical Hub ในปี 2557 แซงหน้าแชมป์เก่าอย่างสิงคโปร์ไปได้ (อ้างอิงนิตยสาร Forbes)ทำให้ธุรกิจต่างๆ อย่าง ธุรกิจสปา แพทย์แผนไทย โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนได้รับประโยชน์มีผู้ป่วยต่างชาตินิยมเข้ามารักษาตัวในประเทศไทย โดย 5 อันดับแรกคือ กลุ่มตะวันออกกลาง 12.5% เมียนมา 8.7% สหรัฐฯ 6.2% สหราชอาณาจักร”ประเทศไทยเป็น“ประเทศไทยเป็น Medical Hub ในแถบอาเซียน” 계속 읽기

โรคพิษสุนัขบ้า: รวมความเข้าใจผิด

ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ เผย 17 ข้อเท็จจริงโรคพิษสุนัขบ้า “การตรวจหาเชื้อ- สัตว์นำโรค-ไม่ใช่แค่หมาและแมว- เวลาแพร่เชื้อก่อนแสดงอาการ ฯลฯ” ศ. นพ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟชบุ๊กธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ว่า ประชาชนในพื้นที่เอาเนื้อโค กระบือ สุนัขที่ติดเชื้อมากิน ต้องฉีดยาสำหรับคนฆ่า ชำแหละ ปรุงอาหาร กินดิบเก็บมาเลี้ยง ถ้าอาการผิดปกติ ตายต้องตรวจหาเชื้อ ถ้ามีเชื้อในสมอง ต้องรับการปฏิบัติที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่คนมักเข้าใจผิดกับเชื้อพิษสุนัขบ้าอีกมา อาทิ 1.การตรวจหาเชื้อในคนที่มีอาการสงสัยว่าเป็น ต้องเข้าใจว่าไวรัสที่ปลดปล่อยในสิ่งคัดหลั่ง ไม่เกิดขึ้นตลอดเวลา และหลุดออกมาเป็นพักๆ (intermittent shedding) ดังนั้น การส่งตรวจควรต้องส่งทั้ง น้ำลาย ปัสสาวะ ปมรากผม จากการถอนเส้นผมที่ติดปม น้ำไขสันหล้ง และถ้าการตรวจหาRNA เจอในตัวอย่างใดก็ถือเป็นบวก แต่ถ้าตรวจไม่เจอ และยังมีโอกาสเป็นได้ยังคงต้องส่งตรวจต่อในวันถัดมา 2.สัตว์นำโรคคิดว่าลูกสุนัขและแมว ไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้าจริงๆแล้ว…..สุนัขและแมว อายุเท่าใดก็ตามแพร่โรคได้ แม้จะมีอายุเพียง 1″โรคพิษสุนัขบ้า:“โรคพิษสุนัขบ้า: รวมความเข้าใจผิด” 계속 읽기

หน้าเบี้ยวครึ่งซีก: ด่วน ! แพทย์เตือนภัย เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท ควรรีบพบแพทย์ให้ไว

ถาบันประสาทวิทยา แนะหากอ่อนแรง บริเวณใบหน้าครึ่งซีก ใบหน้าเบี้ยว หลับตาไม่สนิท ปากเบี้ยว มีน้ำไหลที่มุมปาก และอาจพูดไม่ชัด การรับรสที่ลิ้นผิดปกติ ปวดศีรษะ หูอื้อข้างเดียวหรือ 2 ข้าง ดื่มน้ำลำบากพูดไม่ชัด เป็นผลมาจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ผิดปกติ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึง อาการปากเบี้ยวหรือหน้าเบี้ยวครึ่งซีก ( Bell’s palsy ) คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือเกิดอัมพาตชั่วขณะ โดยมีสาเหตุมาจากการอักเสบของเส้นประสาทบนใบหน้า ส่งผลให้หน้าเบี้ยวครึ่งซีกเป็นผลมาจากเส้นประสาทใบหน้าหรือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ซึ่งอยู่ตรงใบหน้าแต่ละข้างทำหน้าที่รองรับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น ยิ้ม  ทำหน้าบึ้ง หรือหลับตา รวมทั้งรับรสจากลิ้นและส่งต่อไปยังสมองเกิดการอักเสบส่งผลต่อการรับรส  การผลิตน้ำตา และต่อมน้ำลาย ปากเบี้ยว ถือเป็น ปัญหาสุขภาพ ที่เกิดขึ้นทันที และมักจะเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปากเบี้ยว เช่น หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่อายุครรภ์มาก หรือหลังคลอดภายใน 1 สัปดาห์ ผู้ป่วย ที่เป็นโรคเบาหวานติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ป่วยเป็นไข้หวัด ด้าน แพทย์หญิงทัศนีย์”หน้าเบี้ยวครึ่งซีก:“หน้าเบี้ยวครึ่งซีก: ด่วน ! แพทย์เตือนภัย เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท ควรรีบพบแพทย์ให้ไว” 계속 읽기

5 โรงพยาบาลท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก ปี 2562

รางวัลนี้ คือ การได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานพยาบาลที่ดีที่สุดระดับโลกรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ประจำปี 2562 จากการประกาศผลการจัดอันดับ 10 โรงพยาบาลยอดเยี่ยมระดับโลกสำหรับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จัดโดย โดย The Medical Travel Quality Alliance (MTQUA) ที่ในปีนี้มีโรงพยาบาลในไทยติดอีกครั้ง มาดูกันว่ามีใครบ้าง Clemenceau Medical Center, Beirut, LebanonAnadolu Medical Center, Istanbul, Turkey The Specialty Hospital, Amman, JordanAsklepios Klinik Barmbek, Hamburg, Germany โรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพ ประเทศไทย ที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนเดียวในไทยและเอเชีย ร่วมกับอีกสองประเทศ คือ มาเลเซีย Prince Court Medical Center ติดอันดับ 6 และสิงค์โปร โรงพยาบาล Gleneagle hospital”5“5 โรงพยาบาลท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก ปี 2562” 계속 읽기

ตรวจภายในไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

รู้ไหมครับ ผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านการมีซัมติงมาแล้ว ทุกคนควรไปตรวจภายในอย่างน้อยปีละครั้ง เนื่องจากมะเร็งทางนรีเวชส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีอาการครับ และก่อนที่จะมีอาการมันมักจะมีร่องรอยของโรคนำมาก่อน ดังนั้นถ้าเราตรวจเจอตั้งแต่ระยะแรก ๆ เราก็สามารถที่จะรักษามันให้หายขาดได้โดยง่ายครับ วันนี้เราก็เลยมาแนะนำการเตรียมตัวเตรียมใจก่อนไปตรวจภายในมาฝากกันนะครับ 1.ควรตรวจช่วงไม่มีประจำเดือน การตรวจภายใน ควรให้เลยช่วงวันนั้นของเดือนไปก่อนครับ ไม่งั้นหมออาจสับสนระหว่างเลือดจริงกับเลือดจากโรคครับ 2.งดสวนล้างมาก่อน เป็นยังไงมาอย่างนั้น หมอจะได้ดูความผิดปกติได้ครับ อย่าสอดยาหรือเหน็บยามาก่อน รวมถึงควรงดมีอะไรกับแฟนก่อนตรวจภายในอย่างน้อย 48 ชม.ด้วยนะครับเพื่อความแม่นยำในการตรวจครับ 3.ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหารครับ ทุกอย่างกินได้ตามปกติครับ นอกจากนี้ก็ควรเตรียมประวัติมาด้วยนะครับ เนื่องจากคุณหมอเค้าต้องถามแน่ ๆ เช่นประวัติเพศสัมพันธ์ ประวัติการตรวจภายใน จำนวนบุตรและคู่นอน การแท้ง การคุมกำเนิด ประวัติกินยาคุม รวมถึงประวัติประจำเดือนให้แม่นครับ ทั้งวันแรก จำนวนวัน ความสม่ำเสมอ ปริมาณและอาการปวดครับ ซึ่งประวัติเหล่านี้อาจรู้สึกเหมือนโดนล้วงความลับ แต่ข้อมูลทุกอย่างมันมีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องครับ ก็เป็นสาระที่เอามาฝากหลังเอามากันนะครับ มะเร็งร้ายสามารถป้องกันได้ด้วยตัวเราเองใส่ใจครับ อย่าลืมมาพบแพทย์เพื่อตรวจภายในสม่ำเสมอกันนะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก ภาควิชาสูตินรีเวช คณะแพทยศาสต​ร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ

5 ข้อดีของฟิลเลอร์ที่สาวยุคใหม่ควรรู้

ลเลอร์คงเป็นชื่อที่สาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหู หรืออาจจะมีเพื่อนๆ ที่เคยใช้บริการกันมาบ้าง

ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์คือ การฉีดสารเติมเต็มตามจุดต่างๆ บนใบหน้า เช่น หน้าผาก ร่องแก้มให้ตื้นขึ้น หรือใช้แก้ไขปรับแต่งรูปหน้าในบริเวณต่างๆ เช่น เติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม

5 โรงพยาบาลรัฐบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย

อันดับโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ประจำปี 2561 โดยแบ่งการให้คะแนนอ้างอิงจาก ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ทรัพยากรสุขภาพ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข* ดังนี้ โดยจะแตกต่างจาก โรงพยาบาลเอกชน ตรงที่การเพิ่มศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์และแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาติ ตัดการรับรอง JCI ออก แพทย์ที่ได้รับใบอนุญาติ จำนวนแพทย์เฉพาะทางสาขาแพทย์เฉพาะทางจำนวนแพทย์ต่อยอดสาขาแพทย์ต่อยอดจำนวนบุคคลากรจำนวนเตียงผู้ป่วยในสถานที่และเครื่องมือแพทย์จำนวนผู้ป่วยนอกและในศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ โรงพยาบาลอันดับที่ 1 : โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลแห่งแรกของ ประเทศไทย (อายุ 130 ปี) รพ.โรงเรียนแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ คะแนนเฉลี่ย 46.3 แพทย์ที่ได้รับใบอนุญาติ : 14.1 (อันดับ 1 ของโรงพยาบาลรัฐบาล) จำนวนแพทย์เฉพาะทาง : 3.2สาขาแพทย์เฉพาะทาง : 1.2จำนวนแพทย์ต่อยอด : 4.0สาขาแพทย์ต่อยอด : 1.6 จำนวนบุคคลากร : 6.0 (อันดับ 1 ของโรงพยาบาลรัฐบาล) จำนวนเตียงผู้ป่วยใน : 3.3″5“5 โรงพยาบาลรัฐบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย” 계속 읽기