COVID-19: เสียชีวิต 21 คน เป็นนิวไฮ ส่วนอาการหนัก 829 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 270 ราย

ศบค.แถลงโควิดรายวันติดเชื้อ 1,891 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 21 คน ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ป่วยโรคประจำตัว ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน ฯลฯ พบปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อมาจากคนในครอบครัวสูงสุด รองลงมาใกล้ชิดเพื่อน เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 1 พ.ค.2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิดประจำวัน ว่า ประเทศไทยติดเชื้อรายใหม่ 1,891 ราย สะสม 67,044 ราย วันนี้เสียชีวิต 21 คน ถือเป็น นิว ไฮ โดยยอดสะสมเสียชีวิตมีถึง 224 คน คิดเป็นอัตรา 0.33% ส่วนการระบาดระลอกใหม่ (1 เม.ย.-1 พ.ค.64) ป่วยสะสม 38,181 ราย หายป่วยแล้ว 10,649 รายอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: เสียชีวิต 21 คน เป็นนิวไฮ ส่วนอาการหนัก 829 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 270 ราย"

Telemedicine: จะ disrupt โรงพยาบาลหรือไม่ อย่างไร

ตั้งแต่มี Covid-19 กระแสของ Telemedicine หรือการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการโต้ตอบสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วยผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์แบบเรียลไทม์ก็เริ่มเป็นกระแสที่มาแรงขึ้น เนื่องจาก Telemedicine ช่วยให้คนที่อยากคุยกับหมอแต่ไม่ต้องการออกไปที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มได้มีทางเลือกในการเข้าถึงแพทย์โดยที่ตัวยังอยู่ในบ้าน ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ทางการแพทย์ต่างๆ เช่น Chiwii เว็บไซต์ปรึกษาหมอออนไลน์, แอปพลิเคชัน Raksa ป่วยทักรักษา, ใกล้มือหมอ, HD Honest Doctor, Diagme แอปคัดกรองโคเบื้องต้น และแพลตฟอร์มสำหรับพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอย่าง OOCA ให้เลือกใช้ตามสะดวก ในขณะที่ธุรกิจ Telemed กำลังเริ่มมาแรงและเติบโตในไทย แต่ทางฝั่งอเมริกาถือว่าได้เติบโตล้ำหน้าไปมาก ข้อมูลจากบริษัทวิจัยการตลาด Statista พบว่ามูลค่าตลาด Telemed ในระดับโลกเติบโตขึ้นจาก 18.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015 มาเป็น 30.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 และคาดการณ์ว่าจะขยายไปถึง 35.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และสูงถึง 41.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีหน้า บางคนอาจมองว่า Telemed จะมา Disrupt โรงพยาบาล ด้วยความสะดวกในการเข้าถึงบุคลากรทางการแพทย์ ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพื้นฐานอื่นๆ เช่นอ่านเพิ่มเติม "Telemedicine: จะ disrupt โรงพยาบาลหรือไม่ อย่างไร"

COVID-19: รวมวิธีกักตัวที่บ้านอย่างไร ป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายคนในครอบครัว

“หมอธีระวัฒน์” เผยวิธีการกักตัวที่บ้านอย่างไร ให้ครอบครัวปลอดภัย ไม่ใช่อยู่บ้าน แต่กลับสังสรรค์กันอย่างใกล้ชิด เมื่อเสี่ยงต้องกักตัว ต้องกักอย่างจริงจัง เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟชบุ๊กธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุถึงการกักตัวที่บ้าน ซึ่งเป็นการโพสต์จากข้อความที่เคยโพสต์ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุว่า เขียนเมื่อ 10/3/63 ไม่คิดว่าสถานการณ์ 9/3/64 จะเลวร้ายกว่าปีที่แล้ว ก. ไม่ให้ไปทำงาน ไม่ใช่หมายความว่าให้ไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ ซึ่งถ้าติดเชื้อก็สามารถแพร่เชื้อได้ก่อนมีอาการด้วยซ้ำ และแม้มีอาการก็อาจน้อยนิด แต่ปล่อยเชื้อได้ ข. ให้อยู่บ้าน ไม่ใช่หมายความว่า อยู่พักผ่อนสังสรรค์กันในครอบครัวอย่างใกล้ชิดชวนเพื่อนมาจัดปาร์ตี้ ค. แล้วอยู่บ้านอยู่ยังไง? แยกอยู่คนเดียวห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร ควรใส่หน้ากากอนามัยชนิดจริงๆ ไม่ใช่ทำจากผ้า เพราะถือว่าขณะนี้ตนเองเป็นคนปล่อยเชื้อได้ แยกจานข้าว ช้อนส้อมอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: รวมวิธีกักตัวที่บ้านอย่างไร ป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายคนในครอบครัว"

COVID-19: วงเสวนาเห็นพ้องตรวจคัดกรองเชิงรุก ปัจจัยสำคัญควบคุมโควิด-19 ในอนาคต

สธ.-สปสช.-รพ.เอกชน เห็นพ้องตรวจคัดกรองเชิงรุกคือปัจจัยสำคัญในการสกัดการระบาดของโควิด-19 ในอนาคต ชี้ปัจจุบันอัตราส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อหารด้วยจำนวนตรวจของไทยอยู่ที่ 1-2% สะท้อนให้เห็นว่ามีการเฝ้าระวังเชิงรุกมากขึ้น ย้ำ รพ.เอกชนลงพื้นที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงต้องเป็นพื้นที่ที่ สสจ.กำหนดเท่านั้น วันที่ 4 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดเสวนาเรื่อง "การตรวจคัดกรองโควิด-19 กับภารกิจเปิดเมือง" โดยมี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการ สปสช. และ ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร่วมอภิปราย นายสาธิต กล่าวว่า ในระดับนโยบายมีการพูดคุยกันในหลายทฤษฎีว่าจะดำเนินการแบบไหน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าประเทศเราไม่ได้ร่ำรวย การจัดการทุกเรื่องเป็นการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งอุปกรณ์และทรัพยากรบุคคล ดังนั้นในช่วงแรกไทยจึงตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและผู้สัมผัสใกล้ชิดเท่านั้น แต่ ณ วันนี้เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยลงก็เริ่มปรับเปลี่ยนมาคัดกรองกลุ่มเสี่ยงให้กว้างมากขึ้น มีการตรวจเชิงรุกมากขึ้น แต่ยังเป็นการตรวจเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอยู่ ไม่ใช่ไปตรวจใครก็ได้ ต้องเป็นกลุ่มที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนด เช่น ผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วย สัมผัสกับผู้กักตัว หรือ กลุ่มแรงงานต่างชาติที่พบการติดเชื้อ เป็นต้น "ดังนั้น ในเชิงนโยบายการคัดกรอง เราทำควบคู่กันทั้งการตรวจเชิงรุกให้มากขึ้นและการควบคุมการติดเชื้อ ณ วันนี้ถ้าไม่นับที่ภาคใต้ เรามีผู้ติดเชื้อเป็น 0 แล้ว ผมเชื่อว่าถ้าเราเดินแบบนี้ก็จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้สำเร็จ"นายสาธิตอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: วงเสวนาเห็นพ้องตรวจคัดกรองเชิงรุก ปัจจัยสำคัญควบคุมโควิด-19 ในอนาคต"

COVID-19: วัคซีนโควิดซิโนแวคล็อต 3 ถึงไทยแล้วอีก 1 ล้านโดส

องค์การเภสัชกรรม รับวัคซีนโควิด-19 ซิโนแวคล็อต3 จากจีน ถึงไทยอีก 1 ล้านโดส และปลายเดือนเม.ย.นี้จะเข้ามาเพิ่มอีก 5 แสนโดส ​เมื่อเวลา 05.35 น. วันที่ 10 เม.ย. 2564 ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม พร้อมด้วย ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์   รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และนพ.โสภณ  เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค รับมอบวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค จำนวน 1 ล้านโดส จากประเทศจีน ที่ขนส่งโดยสายการบิน Air China Airline เที่ยวบินที่ CA603 เส้นทางปักกิ่ง-กรุงเทพมหานคร นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า จากที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขโดยองค์การเภสัชกรรมดำเนินการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เร่งด่วน จำนวน 2 ล้านโดส โดยมีการเจรจาจัดซื้อจากบริษัท ซิโนแวค ไลฟ์ ซายน์ จำกัดอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: วัคซีนโควิดซิโนแวคล็อต 3 ถึงไทยแล้วอีก 1 ล้านโดส"

COVID-19: ปลัดสธ.สั่งฉีดวัคซีนโควิดบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า 6 แสนโดสภายใน 2 สัปดาห์

คืบหน้าวัคซีนซิโนแวค 1 ล้านโดสในไทย รอผลตรวจห้องปฏิบัติการ-เอกสารจ่อส่งมอบกรมควบคุมโรค 1-2 วัน ขณะนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งจัดสรรวัคซีนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะด่านหน้า 6 แสนโดส ต้องฉีดให้ครบใน 2 สัปดาห์ แต่ต้องฉีด 2 เข็มครบทุกคนภายใน 1 เดือน    เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 เม.ย.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์วัคซีนโควิด19 ว่า สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิดยังฉีดต่อเนื่อง ขณะนี้ฉีดไปแล้ว(ข้อมูล วันที่ 28 ก.พ.-13 เม.ย.64) 579,305 เข็มใน 77 จังหวัด คนที่รับวัคซีนไปแล้วจำนวน 505,744 คน ทั้งนี้ ฉีดได้จำนวนนี้ เพราะวัคซีนที่เราได้มี 1 ล้านโดส โดย 1 คนต้องฉีดจำนวน 2 โดสหรือ 2 เข็ม ซึ่งขณะนี้ก็เป็นไปตามเป้าหมายในการฉีดอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ปลัดสธ.สั่งฉีดวัคซีนโควิดบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า 6 แสนโดสภายใน 2 สัปดาห์"

COVID-19: กรมการแพทย์เพิ่มช่องทางประสานเตียงผู้ป่วยโควิด “สบายดีบอต” ย้ำใครป่วยขอให้รอการประสานที่บ้าน

รองอธิบดีกรมการแพทย์ ย้ำผู้ป่วยโควิด ระหว่างที่รอเตียงหรือต้องมีการประสานงาน ขอให้รออยู่ที่บ้าน อย่าเคลื่อนย้ายตัวเองขับรถออกไปหาเตียงตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อลดการกระจายเชื้อ อาจใช้เวลาเพราะผู้ป่วยจำนวนมาก แต่เร่งดำเนินการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงการบริหารจัดการเตียง ว่า ในภาพรวมของเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด 19 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล (ข้อมูล ณ 20.00น. วันที่ 13 เม.ย.2564) สำรองเตียงแล้วทั้งหมด 6,185 เตียง ใช้แล้ว 3,460 ว่าง 2,725 เตียง แยกเป็น 1.เฉพาะเตียงในรพ.ทั้งหมด 4,703 เตียง.ครองเตียง 2,958 เตียงว่าง 1,745 เตียงในส่วนของกรมการแพทย์159 เตียง กรมควบคุมโรค 0 เตียง กรมสุขภาพจิต 45 เตียง กระทรวงกลาโหม 58 เตียงกรุงเทพฯอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: กรมการแพทย์เพิ่มช่องทางประสานเตียงผู้ป่วยโควิด “สบายดีบอต” ย้ำใครป่วยขอให้รอการประสานที่บ้าน"

ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน: อธิบายอีกมุม!

“หมอธีระวัฒน์” เผยภาวะลิ่มเลือดอุดตันเกี่ยวกับวัคซีนหรือไม่ เผยอีกมุมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ลั่นไม่เกี่ยวกับการเมือง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันเกี่ยวกับวัคซีนแน่ๆ (อธิบายตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆ) ตำแหน่งของไวรัสที่เกาะติดเข้ามนุษย์คือตำแหน่งที่นำมาใช้เป็นวัคซีนทุกชนิด ตำแหน่งดังกล่าว โยงไปถึงการกำหนดให้มีการอักเสบเกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์และเป็นที่มาของการกระตุ้นระบบต่อสู้ป้องกันภัยของร่างกายกลับให้สร้างการอักเสบขึ้นมามากเกินควร จนกระทั่งเกิดภาวะเลือดข้น เส้นเลือดตัน ดังนั้นวัคซีนที่ออกแบบมาจะเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวได้แต่ มากน้อย ตามกระบวนการผลิต วิธีการผลิต และตัวเสริมเร่งให้ตอบสนองต่อวัคซีนมากๆ นอกจากนั้น คนที่รับถ้ามีภาวะอักเสบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอบสนองกับวัคซีนอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะดังกล่าวได้แน่นอน การฉีดวัคซีน คนที่ถูกฉีดต้องเป็นคนที่เลือกว่าจะเอาวัคซีนชนิดไหน แต่เพื่อไม่ให้ยุ่งยาก เทคนิคโบราณเชื่อตาย น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดไม่ว่าคนนั้นจะมีภาวะอะไรแต่แน่นอนคนเปราะบางสูงวัยมีภาวะอักเสบโรคประจำตัวเสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนกว่าผู้อื่นแน่ๆ อนึ่ง ปรากฏการณ์ของหลอดเลือดดำตันและเกิดลิ่มเลือดไปอุดที่ปอดเกิดได้กับวัคซีนชนิดอื่นเช่นกัน เช่น pfizer moderna ที่มีรายงาน 120 ราย และ เสียชีวิต The CDC is today reporting 120 casesอ่านเพิ่มเติม "ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน: อธิบายอีกมุม!"

พุงแบบนี้…บอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

หนึ่งในปัญหาที่หลายคนพบเจอมากที่สุดนอกจากเรื่องของความอ้วนแล้ว "พุง" ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความกังวลไม่น้อย บางคนไม่ได้อ้วนแต่มีพุง หรือบางคนลดน้ำหนักให้ตายยังไงพุงก็ไม่ลดจนทำให้รู้สึกนอยด์ไม่เลยก็มี ปัญหาลงพุงนั้นดูเผิน ๆ อาจจะมองได้ว่าเกิดจากการกินที่มากเกินไป แต่ความจริงแล้วเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องกินอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเราสามารถประเมินได้คร่าว ๆ จากลักษณะของพุงที่เกิดขึ้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เกิดปัญหาลงพุงไม่หาย ลองมาสำรวจกันดูว่าพุงของคุณมีลักษณะแบบไหน เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดและบอกลาพุงน้อย ๆ ที่รักเราเสียเหลือเกินกันดีกว่า! แบบที่ 1: พุงเครียด | Stressed Belly มีลักษณะเป็นพุงชั้น ๆ เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุดังนี้⛔ เมื่อเรารู้สึกเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายผลิตไขมันขึ้นที่บริเวณหน้าท้อง⛔ การกินอาหารไม่ตรงเวลา อดมื้อกินมื้อ กินอาหารขยะมากเกินไป รวมไปถึงการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากไปอีกด้วย⛔ พุงแบบนี้เป็นสัญญาณของโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome: IBS) หรือโรคลำไส้ที่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง แน่นท้อง ไม่สบายท้อง มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ท้องผูก ท้องเสียวิธีลดพุง :✅ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดอัตราความเครียด เพราะถ้าเกิดอาการเครียดจนนอนไม่หลับ ระบบเผาพลาญพลังงานจะทำงานไม่เป็นปกติ และอาจทำให้ร่างกายเกิดการสะสมน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเอาไว้มากขึ้น✅ ลดการดื่มกาแฟ โดยไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว✅อ่านเพิ่มเติม "พุงแบบนี้…บอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด"

ลูกตาเข ตาเหล่…อย่าพึ่งตกใจ

ลูกฉันมองอะไร ทำไมตอนพูดไม่มองตากัน… 🙄 คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจตกใจที่เห็นลูกตาเข ตาเหล่ แต่อย่าเพิ่งกังวลไปล่ะ เพราะสามารถรักษาได้! แต่ทั้งนี้โรคตาเหล่ ตาเข ในเด็กก็มีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีความผิดปกติแตกต่างกันไป วันนี้พวกเราเลยนำข้อมูลมาให้ดูกันว่าอาการตาเข ตาเหล่เป็นยังไง และสามารถรักษาได้อย่างไรบ้าง ☝️ ต้องบอกก่อนว่าตาเข ตาเหล่ เกิดขึ้นเนื่องจากตาไม่อยู่ในแนวตรงตามธรรมชาติ เนื่องมาจากการมีภาวะผิดปกติที่ทำให้การเคลื่อนไหวของลูกตาทั้ง 2 ข้าง ประสานงานกันได้ไม่ดี ซึ่งสามารถเป็นได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิด 👶 เนื่องจากสายตายังไม่เจริญเต็มที่อาจจะทำให้เกิดภาวะนี้อยู่บ้าง แต่ถ้าเด็กอายุเลย 6 เดือนแล้วยังมีอาการอยู่ จะถือว่ามีอาการผิดปกติค่ะ ส่วนสาเหตุสามารถเกิดได้จากหลายอย่าง 👉 เช่น พันธุกรรม ความพิการของกล้ามเนื้อกลอกลูกตา สายตาผิดปกติ หรือเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง เช่นเด็กที่พัฒนาการช้า มีโรคในตาข้างใดข้างหนึ่ง ที่อาจเกิดจากมะเร็งจอตาในเด็ก (Retinoblastoma) และทั้งนี้อาการตาเข ตาเหล่ ในเด็กก็ยังมีหลายแบบไม่ว่าจะเป็น 🔵ตาเขเห็นได้ชัด คือ ภาวะตาเขที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตาเข🔵ตาเขซ่อนเร้น คือ ภาวะตาเขที่ไม่เคยปรากฎให้ใครเห็น แต่สามารถตรวจพบได้โดยจักษุแพทย์ ภาวะนี้ไม่เป็นอันตราย แต่ว่าต้องได้รับการตรวจหาสาเหตุและติดตามการรักษา🔵ตาเขเทียม คือ เป็นภาวะตาไม่ได้เขจริง แต่ดูเสมือนดวงตามีภาวะเข ซึ่งจะพบได้บ่อยในเด็กที่มีผิวหนังบริเวณระหว่างดวงตาทั้งอ่านเพิ่มเติม "ลูกตาเข ตาเหล่…อย่าพึ่งตกใจ"

นมอัลมอนด์: ควบคุมน้ำหนักอยู่ ก็ดื่มได้

สำหรับใครที่อยู่ในช่วงกำลังควบคุมน้ำหนัก แต่ร่างกายก็โหยหาเครื่องดื่มเหลือเกิน การเลือกทานนมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ซึ่งในบรรดานมทั้งหลาย #นมอัลมอนด์ ถือว่าเป็นนมที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำที่สุดเพียง 30-35 แคลอรี่ต่อแก้ว ทั้งยังมีไขมันไม่อิ่มตัว คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลน้อยกว่านมวัว อุดมไปด้วยโปรตีนจากถั่ว วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส แคลเซียล สารต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญไม่มีแลคโตสที่พบว่าหลายต่อหลายคนแพ้สิ่งนี้ แม้นมอัลมอนด์จะมีประโยชน์มากและรสชาติอร่อย แต่คุณค่าทางสารอาหารบางอย่างเช่นปริมาณโปรตีนและแคลเซียมก็ยังต่ำกว่านมวัว ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับคนที่ต้องการเสริมแคลเซียมมากๆ จึงแนะนำให้ทานอาหารทดแทนสารอาหารทั้งสอง เพื่อเติมเต็มคุณประโยชน์ให้ครบถ้วนแก่ร่างกาย

COVID-19: กักตัวปลอดภัยไม่แพร่เชื้อโควิด19

ไม่ออกจากบ้าน หรือ WFH แทนเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตรแยกห้องนอนแยกห้องน้ำ ถ้าใช้ห้องน้ำรวม ให้ใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้ายและทำความสะอาดหลังใช้ทันทีไม่ทานอาหารร่วมกับคนอื่น แยกล้าง แยกเก็บ ช้อน ส้อม จาน ชาม ของใช้ส่วนตัว หลีกเลี่ยงการเล่นกับสัตว์เลี้ยง เพราะเชื้อไวรัสอาจไปติดบนขนสัตว์ ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปที่อื่นทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อสังเกตอาการ หากมีความเสี่ยงที่จะเป็นโควิด-19 ให้รีบพบแพทย์

ว่าด้วยเรื่อง ฝีในร่างกาย

ฝี (Abscess) คือ ตุ่มหนองอักเสบสะสมใต้ผิวหนัง หนองมีกลิ่นเหม็น เจ็บปวดเมื่อสัมผัสโดน และก่อตัวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาว เนื้อเยื่อที่ตายแล้ว และเชื้อโรค ซึ่งมักเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ฝีสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย ทั้งอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายใน ฝีในทวารหนัก : ฝีทวารหนัก (ฝีคัณฑสูตร) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบที่ทวารหนักจนเกิดรู สาเหตุการเกิดฝีที่ทวารหนัก คือ การติดเชื้อโรคที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยอาการของโรคฝีทวารหนัก จะรู้สึกปวดและบวมที่แก้มก้น รวมถึงรอบ ๆ รูทวารหนัก มีน้ำเหลืองซึมออกมาจากรู มีเลือดปน มีหนอง คันรอบ ๆ รูฝี โดยการรักษาอาจจะต้องใช้การผ่าตัดหรือดูดหนอง ฝีในเต้านม : คือ ภาวะเต้านมอักเสบที่มีก้อนฝีหนองอยู่ภายใน ซึ่งเกิดต่อเนื่องมาจากภาวะเต้านมอักเสบ (Mastitis) ที่ไม่ได้รับการรักษา เต้านมอักเสบที่อาการไม่ดีขึ้น หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา ฝีในสมอง : เป็นการสะสมของฝีหนองทั้งที่มีถุงหุ้มและไม่มีถุงหุ้ม ซึ่งพบได้ทั้งนอกเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก ( Extradural abscess ) หรือใต้เยื่อหุ้มดูรามาเตอร์และในเนื้อสมองเอง เชื้อที่พบบ่อย คือ เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งรุกรานโดยตรงหรือโดยอ้อม ฝีในรังไข่อ่านเพิ่มเติม "ว่าด้วยเรื่อง ฝีในร่างกาย"

ไวรัสเห็บ: ในจีนต่อคิวจาก Covid

โรค SFTS เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ severe fever with thrombocytopenia syndrome virus (SFTSV) เป็นเชื้อไวรัสใหม่ ชนิด RNA อยู่ใน genus phlebovirus, family Bunyaviridae1 การติดเชื้อ SFTSV พบมากใน 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อุบัติการณ์การเกิดโรคสูงสุดในประเทศจีน คือ 0.12 – 0.73 ต่อแสนประชากร2 รองลงมาคือ เกาหลีใต้ (0.07 ต่อแสนประชากร)3 และญี่ปุ่น (0.05 ต่อแสนประชากร)4 ตามลำดับ ยังไม่มีรายงานโรคนี้ในประเทศไทย ผู้ป่วยติดเชื้อ SFTSV พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 ที่มณฑลอานฮุน ประเทศจีน 5 หลังจากนั้นก็มีการระบาดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2552 พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อดังกล่าวทั้งหมด 171อ่านเพิ่มเติม "ไวรัสเห็บ: ในจีนต่อคิวจาก Covid"

กินดาร์กช็อกโกแลต ดียังไงบ้างนะ

กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆช่วยลดความดัน กระตุ้นการเต้นของหัวใจ ลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจและสมองช่วยลดความเครียด กระตุ้นให้อารมณ์ดีขึ้น