logo

Welcome to Health Me Now

สุขภาพแข็งแรงและสุขภาพดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ เพราะเมื่อเรามีสุขภาพแข็งแรงจะมีความพร้อมมากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ.
a

1-677-124-44227

Follow Us

Top

ต่อมไทรอยด์อักเสบ

Health Me Now / โรคภัยไข้เจ็บ  / ต่อมไร้ท่อ / ต่อมไทรอยด์อักเสบ

ต่อมไทรอยด์อักเสบ หมายถึง การอักเสบของ เนื้อเยื่อไทรอยด์ ซึ่งเป็นสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันได้หลายชนิด ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิต้านตนเองและต่อมไทรอยด์อักเสบจาก

ไวรัส

สาเหตุ ต่อมไทรอยด์อักเสบ

1.ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิต้านทานตนเอง (chronic autoimmune thyroiditis/Hashimoto’s thyroiditis) เกิดจากปฏิกิริยาภูมิต้านตนเองอ โดยร่างกายมีการสร้างสารภูมิต้านทานต่อไทรอยด์ (antithyroidantibody) ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ พบมากในผู้หญิงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ อาจมีประวัติว่ามีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย และพบบ่อยในผู้ที่มีความผิดปกติ ของสารพันธุกรรม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ (Down’s syndrome) กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ (Turner’s syndrome)

                อาจพบในหญิงหลังคลอด คือมีอาการหลังคลอดบุตร ภายใน 1-6 เดือน เรียกว่า ต่อมไทรอยด์อักเสบหลังคลอด (postpartum thyroiditis)

                โรคนี้ยังอาจพบร่วมกับภาวะภูมิต้านตนเอง อื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคแอดดิสัน เอสแอลอี โรคปวดข้อรูมาตอยด์ ภาวะขาดพาราไทรอยด์ ไมแอสทีเนีย เกรวิส ผมร่วงเป็นหย่อมไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น

                นอกจากนี้ ยังพบว่ายาบางชนิด เช่น อะมิโอดาโรน (amiodaronr) อินเตอร์เฟอรอน (interferon) เป็นต้น อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารภูมิต้านทานต่อไทรอยด์ ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมไทรอยด์ตามมาได้

2.ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส  มักเกิดขึ้นฉับพลันหลังเป็นโรคติดเชื้อไวรัส เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้น คางทูม หัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น มักมีอาการอยู่นาน 2-3 เดือน แล้วหายไปได้เอง เรียกว่า ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน (subacute thyroiditis) พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 3-5 เท่า และพบบ่อยในช่วงอายุ 20-40 ปี

3. สาเหตุอื่น ๆ ซึ่งพบได้น้อย เช่น

                 ต่อมไทรอยด์อัเสบชนิดติดเชื้อเฉียบพลัน (acute suppurative thyroiditis) เกิดจากการติด เชื้อแบคทีเรีย เช่น สแตฟีโลค็อกคัส สเตรปโตค็อกคัส เป็นต้น มักพบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ มาแต่กำเนิด (เช่น persistent thyroglossal duct) และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น เอดส์)

                 ต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล (Riedel’s thyroiditis/invasive thyroiditis) มักพบว่ามีภาวะเกิด พังผืด (fibrosis) ที่ต่อมไทรอยด์และอวัยวะอื่นๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในผู้หญิงวัยกลางตนและผู้สูงอายุ

อาการ ต่อมไทรอยด์อักเสบ

ต่อมไทรอย์อักเสบรื้อรังจากภูมิต้านตนเอง ผู้ป่วยจะมีอาการต่อมไทรอยด์โตแบบกระจาย มีลักษณะแข็งแบบหยุ่น ๆโดยไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด อาจโตอยู่ข้างเดียว (ซึ่งทำให้คิดว่าเป็นเนื้องอกไทรอยด์) ผู้ป่วยมักมีภาวะขาดไทรอยด์ ร่วมด้วย บางรายอาจมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน นำมาก่อนในช่วงแรก แล้วจึงมีภาวะขาดไทรอยด์ตามมา

                ในรายที่เป็นต่อมไทรอยด์อักเสบหลังคลอด มักมีอาการคอพอกร่วมกับภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หลังคลอด ประมาณ 1-6 เดือน ซึ่งจะเป็นอยู่นาน 1-2  เดือน แล้วต่อมาเกิดภาวะขาดไทรอยด์ตามมาในช่วง 4-8 เดือนหลังคลอด ซึ่งส่วนใหญ่มักจะหายเป็นปกติได้ เอง แต่มีโอกาสกำเริบซ้ำในการคลอดบุตรครั้งต่อๆ ไป ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยจะกลายเป็นภาวะขาดไทรอยด์อย่างถาวรในที่สุด

ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส ผู้ป่วยมักมีอาการ เกิดขึ้นฉับพลันด้วยอาการไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คอโต เจ็บคอ ซึ่งอาจร้าวไปที่หู ขากรรไกร ท้ายทอย มักเจ็บมากขึ้นเวลาเงยคอไปข้างหลัง และทุเลาเวลาก้ม คอลงข้างหน้า อาการมักเป็นอยู่นานเป็นสัปดาห์ ๆ หรือเป็นเดือนๆ ในช่วงแรกอาจมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงาน เกินร่วมด้วย  แล้วต่อมามีภาวะขาดไทรอยด์ตามมา ซึ่งจะค่อยๆ  หายเป็นปกติได้เองในที่สุดซึ่งอาจใช้เวลานาน (2 – 3) เดือน ส่วนน้อยอาจมีอาการเกลับเป็นซ้ำ หรือกลาย เป็นภาวะขาดไทรอยด์อย่างถาวร

                ผู้ป่วยมักมีประวัติเป็นโรคติดเชื้อไวรัส (เช่น ไข้หวัด คางทูม  หัด) นำมาก่อน

ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดติดเฉียบพลัน มัก มีอาการไข้สูงฉับพลัน ร่วมกับเจ็บคอ คอโต เสียงแหบ กลืนลำบาก

ต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล  ผู้ป่วยมักมีอาการคอโตเป็นก้อนแข็ง โตเร็วและไม่เจ็บ อาจโตเพียงข้าง เดียวหรือพร้อมกันทั้ง 2 ข้างก็ได้  และอาจมีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก หายใจลำบากร่วมด้วย ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยมีภาวะขาดไทรอยด์ร่วมด้วย น้อยราย ที่อาจมีภาวะขาดพาราไทรอยด์เนื่องจากมีภาวะเกิดพังผืด ของต่อมพาราไทรอยด์

การป้องกัน ต่อมไทรอยด์อักเสบ

  1. ต่อมไทรอยด์อักเสบที่เป็นเรื้อรัง มักเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาภูมิต้านตนเอง ผู้ป่วยจะมีอาการคอพอกโดยไม่มีอาการ เจ็บคอและไม่มีไข้  และถ้าไม่มีอาการแสดงของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือภาวะขาดไทรอยด์ก็อาจทำให้คิดว่าเป็นคอพอกธรรมดา ดังนั้น ถ้าพบผู้ป่วยมีอาการคอพอก  ควรส่งตรวจหารสาเหตุและให้การรักษาตามสาเหตุ
  2. อาการคอพอกที่มีอาการเจ็บปวดที่คอพอก และมีไข้ร่วมด้วยมักเกิดจากไวรัส แม้ว่าอาจมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือภาวะขาดไทรอยด์ก็มักจะเป็นอยู่เพียงชั่วคราว ส่วนใหญ่จะหายไปได้เองในที่สุด
  3. ต่อมไทรอยด์อักเสบที่มีลักษณะคอโตเป็น ก้อนแข็งหรือโตเร็ว ควรส่งตรวจชิ้นเนื้อเพื่อแยกออก จากมะเร็งไทรอยด์

การรักษา ต่อมไทรอยด์อักเสบ

                หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล มักจะวินิจฉัยโดย การตรวจเลือดทดสอบการทำงานของไทรอยด์ (thyroid function test) ตรวจหาสารภูมิต้านทานต่อไทรอยด์ สแกนต่อมไทรอยด์ อัลตราซาวนด์ต่อมไทรอยด์ ในบางรายอาจทาการตรวจชิ้นเนื้อ (fine needle aspiration biopsy)  เพื่อแยกโรคมะเร็งไทรอยด์

                การรักษา ให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ  ดังนี้

                • ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิต้านตนเอง ในรายที่มีภาวะขาดไทรอยด์ แพทย์จะให้ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน ได้แก่ เลโวไทร็อกชีน (มีชื่อทางการค้า เช่น เอลทร็อกซิน) กินวันล่ะ 1 – 2 เม็ด ส่วนในรายที่ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ปกติ  มักจะนัดมาตรวจเลือด เป็นระยะ ๆ ซึ่งอาจจะพบมีภาวะขาดไทรอยด์ตามา

                • ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส ให้แอสไพริน ครั้งละ 2 - 3 เม็ด วันละ 4 ครั้ง หรือยาต้านอักเสบ ที่ไม่ใช่สตีรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ ในรายที่เป็นรุนแรง แพทย์อาจให้เพร็ดนิโชโลน นาน 1สัปดาห์ แล้วค่อยๆ ลดขนาดยาลงทีละน้อย จนหยุดยาภายใน 6 - 8 สัปดาห์

                ถ้ามีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน แพทย์จะให้ยาปิดกั้นบีตา เช่นโพรพราโนลอล 10 - 40 มก.ทุก 6 ชั่วโมง

                ถ้ามีภาวะขาดไทรอยด์ (ซึ่งมักเป็นชั่วคราว) แพทย์จะให้ฮอร์โมนไทรอยด์  เช่น เอลทร็อกชินทดแทน

                •   ต่อมไทรอยด์อักเสบจากการติดเชื้อเฉียบ พลัน แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะตามชนิดของเชื้อที่เป็นสา เหตุในรายที่กลายเป็นฝี  อาจต้องทำการผ่าตัดระบายหนอง

•  ต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล  แพทย์มักจะต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อ  เพื่อแยกออกจากโรคมะเร็งไทรอยด์ หากพบว่าเป็นต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล ก็จะให้ยาทาม๊อกซิเฟน (tamoxifen) ซึ่งมักจะช่วยให้ก้อนไทรอยด์ยุบลลงได้ภายใน 3 - 6 เดือน และผู้ป่วยควรกิน ยานี้ต่อไปนานเป็นแรมปี ในรายที่ก้อนโตจนกดอวัยวะ ข้างเคียงหรือมีอาการปวด มักจะให้เพร็ดนิโชโลน ร่วมด้วยในช่วงระยะสั้น ๆในรายที่ก้อนโตกดท่อลม (หายใจลำบาก) อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด  ส่วนในรายที่มีภาวะขาดไทรอยด์ก็จะให้ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน

[Total: 2 Average: 5]