ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยจัดโครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ชี้ปัจจุบันมีผู้บริจาคมากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะ ด้านอนุทินเล็งเสนอกฎหมายกำหนดให้ทุกคนมีหน้าที่บริจาคอวัยวะ แต่ให้สิทธิขอถอนตัวได้โดยไม่ผิดกฎหมายหากไม่ประสงค์จะบริจาค ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเปิดตัวโครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ภายใต้แคมเปญ “Just Say Yes” ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทคบางนา เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนว่าการบริจาคอวัยวะเป็นการสร้างมหากุศลเป็นครั้งสุดท้ายแก่ผู้วายชนม์ รวมทั้งกระตุ้นให้มีการบริจาคอวัยวะให้มากขึ้น เพราะแม้แนวโน้มปัจจุบันจะมีผู้บริจาคอวัยวะมากขึ้นกว่าช่วง 10 ปีก่อน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้รอเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย กล่าวว่า สมัยก่อนมีความเข้าใจว่าใครบริจาคอวัยวะ เกิดชาติหน้าจะมีอวัยวะไม่ครบ แต่ปัจจุบันคนเริ่มเรียนรู้ว่าการบริจาคอวัยวะเป็นมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ที่จะต่อชีวิตของผู้ที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะ ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น แนวโน้มในปัจจุบันจึงดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนผู้แสดงเจตจำนงบริจาคอวัยวะและจำนวนผู้บริจาคอวัยวะ นพ.ภิรมย์ กล่าวอีกว่า อัตราการบริจาคอวัยวะปัจจุบันอยู่ที่ 3.9 รายต่อประชากร 1 ล้านคน/ปี มีผู้แสดงเจตจำนงบริจาคอวัยวะในปี 2561 ประมาณ 1 แสนราย และถ้ารวมทั้งหมดที่ผ่านมามี”บริจาคอวัยวะ:“บริจาคอวัยวะ: ‘สภากาชาดไทย’ จัดแคมเปญเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10” 계속 읽기
글쓴이 아카이브:healthmeth
อุบัติเหตุทางถนน: เปิดข้อมูลบาดเจ็บปีละ 6.6 หมื่นราย ตาย 3.4 พัน คนเดินถนนเสี่ยงตายกว่าผู้ขับขี่
สปสช.เปิดข้อมูล “ผู้ได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต” จากอุบัติเหตุ พบยอดบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนปีละกว่า 6.6 หมื่นราย ตาย 3.4 พันราย คนเดินเท้ามีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ขับขี่ โดยอัตราการตายจะเพิ่มสูงขึ้นตามช่วงวัย นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุบัติภัยบนท้องถนนสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่าปัญหาอุบัติเหตุทางถนนนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ของไทย และจากข้อมูลการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุการขนส่งทางบกที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระหว่างปี 2558-2561 พบว่า รวม 4 ปี มีผู้บาดเจ็บ 265,243 ราย เสียชีวิต 13,861 ราย ค่ารักษากว่า 6,015 ล้านบาท แยกเป็นแต่ละปี ดังนี้ ปี 2558 บาดเจ็บ 62,773 ราย เสียชีวิต 3,509 ราย ค่ารักษา 1,308 ล้านบาท, ปี 2559 บาดเจ็บ 63,981″อุบัติเหตุทางถนน:“อุบัติเหตุทางถนน: เปิดข้อมูลบาดเจ็บปีละ 6.6 หมื่นราย ตาย 3.4 พัน คนเดินถนนเสี่ยงตายกว่าผู้ขับขี่” 계속 읽기
เบาหวาน: ปัญหาที่ไม่เบาเหมือนชื่อ จับตากลุ่มเด็ก-วัยทำงานมีพฤติกรรมเสี่ยง
ณ วันนี้คนไทยได้ตระหนักถึงพิษภัยของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs กันมากขึ้น “เบาหวาน” เป็นอีกหนึ่งในกลุ่มโรค NCDs และมีแนวโน้มว่าขึ้นไทยจะป่วยด้วยโรคเบาหวานกันมากขึ้น และมีคนอีกจำนวนหนึ่งยังไม่รู้ตัวว่าป่วย จึงทำให้พลาดโอกาสในการรักษา ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็อาจจะสายไปแล้ว แต่ถ้าวันนี้เรากลับตัวกลับใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ จะเท่ากับว่า เราสามารถลดโอกาสของการเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน ในวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก และธีมของวันเบาหวานโลกใน ปี 2561-2562 คือ “The Family and Diabetes” เพราะครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการรักษาเบาหวาน ส่วนประเทศไทยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จับมือสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เครือข่ายคนไทยไร้พุง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จัดงานแถลงข่าววันเบาหวานโลก 2562 World Diabetes Day Thailand 2019ภาคีเร่งหามาตรการและจัดกิจกรรมส่งเสริม และลดอัตราผู้ป่วยรายใหม่ ด้วยการจัดภารกิจ Together Fight Diabetes เบาหวาน = กิจกรรมทางกายที่ไม่เหมาะสม นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า เบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ”เบาหวาน:“เบาหวาน: ปัญหาที่ไม่เบาเหมือนชื่อ จับตากลุ่มเด็ก-วัยทำงานมีพฤติกรรมเสี่ยง” 계속 읽기
ไวรัสไข้เลือดออก: สเปนพบชายแพร่ไวรัสไข้เลือดออกผ่านเพศสัมพันธ์รายแรกของโลก
ซูซานา จิเมเนส เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเขตกรุงมาดริดแถลงว่า ผู้ป่วยเป็นชายชาวมาดริดวัย 41 ปีซึ่งติดไวรัสไข้เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์กับชายคนรักซึ่งได้รับเชื้อจากการโดนยุงกัดระหว่างท่องเที่ยวในคิวบา จิเมเนสเสริมว่าผู้ป่วยได้รับการยืนยันการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แรกสุดนั้นแพทย์ต่างก็สงสัยว่าเขาติดเชื้อได้อย่างไรทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศที่มีการแพระระบาดของไข้เดงกีซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีคล้ายอาการไข้รุนแรง เช่น มีไข้สูง ปวดตามตัว “คนรักของผู้ป่วยซึ่งเพิ่งกลับจากคิวบาและสาธารณรัฐโดมินิกันมีอาการคล้ายกันแต่รุนแรงน้อยกว่ามาตั้งแต่ช่วง 10 วันก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ” จิเมเนสกล่าว “ผลการวิเคราะห์อสุจิชี้ว่าผู้ป่วยทั้ง 2 รายต่างก็ติดไวรัสเดงกี และเป็นไวรัสสายพันธ์เดียวกับที่ระบาดอยู่ในคิวบา” จิเมเนสเสริมว่าบทความวิจัยในเกาหลีใต้ก็รายงานกรณีคล้ายคลึงกันในผู้ป่วยชายและหญิงคู่หนึ่งซึ่งมีแนวโน้มติดเชื้อเดงกีผ่านทางเพศสัมพันธ์ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (อีซีดีซี) แถลงว่ากรณีดังกล่าวเป็นการติดเชื้อเดงกีในหมู่ชายรักร่วมเพศเป็นกรณีแรกของโลก ยุงลายซึ่งเป็นพาหะของไวรัสเดงกีพบชุกชุมในเขตร้อนซึ่งมีประชากรหนาแน่นและแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำขัง แต่ละปีคาดว่ามีผู้ติดเชื้อเดงกีราว 100 ล้านคนและเสียชีวิตราว 10,000 ราย แม้เดงกีเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเฉพาะในรายที่อาการรุนแรงแต่ก็ส่งผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจากอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง และอาเจียน นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการขาดงานและภาระการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคำตอบว่าเหตุใดเดงกีจึงเป็นอันตรายร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตในผู้ป่วยเด็กโดยเฉพาะเด็กผู้หญิง เดงกีมักพบในผู้ที่เดินทางไปยังเขตร้อน เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย แคริบเบียน อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ การพัฒนาแนวทางการรักษาเดงกียังคงเป็นเรื่องยากเนื่องจากไวรัสจำแนกเป็น 4 สายพันธุ์ ด้วยเหตุนี้การป้องกันจึงยังคงเป็นมาตรการหลักสำหรับควบคุมโรค ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเดงกีให้หายขาด และวัคซีน Dengvaxia ซึ่งเป็นวัคซีนต้านเดงกีตัวแรกก็ได้ผลเฉพาะในผู้ที่ติดเชื้อแล้ว นักวิจัยคาดการณ์ว่าเดงกีหรือโรคไข้เลือดออกจะระบาดข้ามภูมิภาคมากขึ้นในอีก 60 ปีข้างหน้า และชี้ว่าเดงกี (หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “ไข้หักกระดูก” เนื่องจากทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ)”ไวรัสไข้เลือดออก:“ไวรัสไข้เลือดออก: สเปนพบชายแพร่ไวรัสไข้เลือดออกผ่านเพศสัมพันธ์รายแรกของโลก” 계속 읽기
6 อันดับประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health security)ปี 2019
‘ไทย’ ติดอันดับ 6 ประเทศมั่นคงด้านสุขภาพ เป็นประเทศกำลังพัฒนาหนึ่งเดียวใน Top 10 มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ เสนอผลวิจัยระดับความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของทุกประเทศทั่วโลก พบ ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health security) เป็นอันดับที่ 6 จากทั้งหมด 195 ประเทศ และเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศเดียวที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ ท็อปเท็นของโลก อันดับที่ 1 ในเอเชีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ (John Hopkins University และ Nuclear Threat Initiative) ได้นำเสนอผลการวิจัยระดับความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของทุกประเทศทั่วโลก ในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนวาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda (GHSA) Steering Group Meeting) ณ สำนักงานคณะผู้แทนถาวรราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำสหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม”6“6 อันดับประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health security)ปี 2019” 계속 읽기
Telemedicine: แพทยสภาเตรียมออกคู่มือชี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้ป่วย
แพทยสภาแจงระหว่างที่กำลังเตรียมออกคู่มือและแนวทางการให้คำปรึกษาทางไกล รวมถึงปรับปรุงกฏหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องการให้บริการโทรเวช (Telemedicine) ขอให้แพทย์ทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมโครงการให้คำปรึกษาทางไกลต่างๆ โปรดใช้วิจารณญาณด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้ประกาศถึงข้อควรระวังในการให้บริการโทรเวช (Telemedicine) โดยระบุว่า ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ตอบสนอง และโดนใจผู้ใช้งานอย่างมาก ทำให้มีผู้สนใจจำนวนมากหันมาเลือกพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อดำเนินการทางด้านการแพทย์ ในลักษณะของ โทรเวช หรือ Telemedicine ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งอาจจะช่วยลดปัญหาความหนาแน่นของจำนวนผู้ป่วยในแต่ละวันในสถานพยาบาลของรัฐ ไม่ว่าจะในเขตเมืองหรือต่างจังหวัด ลดเวลาในการเตรียมตัว เดินทาง และรอคอยในการใช้บริการสุขภาพแต่ละครั้ง แนวคิดในการให้บริการทั้งภาครัฐและเอกขน ในบริการโทรเวช จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในการที่แพทย์จะมีส่วนร่วมในฐานะผู้ให้บริการ ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย และแพทย์มีความรับผิดชอบเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับ ขณะเดียวกัน แพทย์ที่ดำเนินการทางเวชกรรมผ่านระบบโทรเวช ก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการที่มิได้ทำการตรวจผู้ป่วยหรือขอคำปรึกษาโดยตรง ทำให้มีข้อจำกัดของข้อมูลในการให้คำปรึกษาปัญหาในการให้บริการโทรเวชดังกล่าว ถือเป็นความท้าทายของทุกประเทศที่ใช้ระบบโทรเวช แพทยสภาได้เล็งเห็นถึงประโยชน์และประเด็นที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากต่อการเข้าใจผิดจากการสื่อสารที่มีข้อจำกัด ในการให้คำปรึกษาทางไกล จึงได้แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการใช้สื่อสารสนเทศทางการแพทย์ของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้มีความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดกับแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้รับบริการหรือผู้ป่วย แต่เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องพิจารณาหลากหลาย และมีหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงานทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณาเพื่อความรอบคอบ ในระหว่างที่แพทยสภากำลังจัดทำคู่มือและแนวทางการให้คำปรึกษาทางไกล รวมถึงปรับปรุงกฏหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้แพทย์ทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมโครงการให้คำปรึกษาทางไกลต่างๆ โปรดใช้วิจารณญาณด้วยความรอบคอบ
โรคนิ่วในถุงน้ำดี: หมอเตือนพบเพศหญิงเป็นมากกว่าชาย คนอ้วนเสี่ยงสูง
กรมการแพทย์ระบุโรคนิ่วในถุงน้ำดีมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ธาลัสซีเมีย โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก แนะป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการลดอาหารไขมัน การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า นิ่วในถุงน้ำดี มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 1-2 เท่า ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ธาลัสซีเมีย โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก มีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดีมากกว่าคนทั่วไป นิ่วที่อยู่ในถุงน้ำดี เกิดจากการตกผลึกของหินปูน (แคลเซียม) คอเลสเตอรอล และบิลิรูบิน (สารเคมีชนิดหนึ่งที่ให้สีเหลืองออกน้ำตาล เกิดจากการแตกตัวหรือการตายของเซลล์เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือด) ที่มีอยู่ในน้ำดี ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกผลึกของสารเหล่านี้ เชื่อว่าเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินน้ำดี และความไม่สมดุลของส่วนประกอบคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดี การตกผลึกของสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดเป็นก้อนนิ่วเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็กๆ หลายๆ ก้อนก็ได้ “ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่ว พบว่า 1. ความอ้วน คนอ้วนจะเกิดนิ่วที่มีคอเลสเตอรอล เนื่องจากการบีบตัวของถุงน้ำดีลดลง 2.”โรคนิ่วในถุงน้ำดี:“โรคนิ่วในถุงน้ำดี: หมอเตือนพบเพศหญิงเป็นมากกว่าชาย คนอ้วนเสี่ยงสูง” 계속 읽기
ประกาศผลรางวัลงาน Thailand Zocial Awards 2018 บทสรุปของโลกโซเชียลแห่งปี 2561
ต้องมาลุ้นกันว่าจะออกหัวเป็น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รับรางวัล Thailand Zocial awards 2020 เป็นปีที่สองติดต่อกันจากปีที่แล้ว ที่พึ่งจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น อันดับ 1 Thailand’s Most Social Power Brand 2019 สาขาโรงพยาบาล จากนิตยสาร Brandage หรือจะมีโรงพยาบาลใดมาแรงพุ่งแซงขึ้นมาชิงไปได้
PrEP: เผยกรอบติดตามประเมินผล เน้นเข้าถึงกลุ่มเสี่ยงสูงติดเชื้อ HIV
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ ระบบติดตามประเมินผลการให้บริการ PrEP เน้นการเข้าถึงกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ HIV สูง แนะผู้ปฏิบัติในพื้นที่วางแผนตั้งแต่ต้นว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการหรือไม่ ไม่ต้องรอจนถึงตอนประเมินผล พญ.เพชรศรี ศิรินิรันดร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวบรรยายในหัวข้อ “แผนในการติดตามประเมินผล การให้บริการ PrEP (ป้องกันติดเชื้อเอชไอวี) ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ในงานสัมมนาติดตามความคืบหน้าของการให้บริการเพร็พในประเทศไทยเพื่อเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสที่ได้ทรงรับการถวายตําแหน่ง UNAIDS Goodwill Ambassador for HIV Prevention for Asia-Pacific ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยระบุว่าถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นประวัติศาสตร์ของไทยว่าแผนติดตามและประเมินผล PrEP เริ่มต้นมาจากรีเควสของฝ่ายนโยบาย ต่างจากทุกครั้งที่นักวิชาการจัดทำแล้วพยายามผลักดันไอเดีย โดยกรอบการติดตามประเมินผล PrEP ที่จะกล่าวถึงนี้ได้พัฒนาทั้งส่วนที่เป็นวิชาการและการทำงานจริง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยให้ได้ อย่างไรก็ดี กรอบนี้ยังไม่ใช่แผนแต่จะเป็นส่วนที่นำไปสู่แผนที่ชัดเจนมากขึ้นในอนาคต พญ.เพชรศรี กล่าวต่อไปว่า คำถามหลัก ๆ ที่ใช้ในการประเมินผลแผนงาน PrEP”PrEP:“PrEP: เผยกรอบติดตามประเมินผล เน้นเข้าถึงกลุ่มเสี่ยงสูงติดเชื้อ HIV” 계속 읽기
5 ประเทศที่มีค่าประกันสุขภาพแพงที่สุดในโลก
ประกันสุขภาพที่มีเบี้ยราคาสูงแตกต่างกันออกไปโดยเฉพาะฝั่งทวีปยุโรปที่มีราคาเบี้ยที่แพงและประกันสุขภาพเป็นเหมือนกับเรื่องบังคับที่ทุกคนจะเป็นต้องทำไว้ หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วก็คงเข้าใจกันว่าทำไมต่างชาติถึงประทับใจการรักษาพยาบาลและการบริการในกรุงเทพที่ไม่ต้องจ่ายเยอะแต่ได้พบตอบแทนที่เหมือนกันพร้อมความพึงพอใจในการบริการ
ตกขาวแบบไหนต้องไปหาหมอ
ปริมาณตกขาวของแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ ดังนั้นต้องเปรียบเทียบกับตัวเอง ว่าแต่เดิมเคยมีปริมาณตกขาวช่วงก่อนมีรอบเดือน กลางรอบเดือน และหลังรอบเดือนเป็นอย่างไร หากมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณมากขึ้นจนผิดสังเกต ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นการตกขาวที่ผิดปกติค่ะ ลักษณะเปลี่ยนไป ปกติตกขาวจะเป็นน้ำขุ่นๆ แปรตามช่วงรอบเดือน โดยช่วงก่อนและหลังประจำเดือนจะขุ่นมากกว่าช่วงกลางรอบเดือน แต่ถ้าตกขาวมีลักษณะขุ่นมากขึ้น จนบางครั้งอาจข้นเหมือนแป้งเปียกหรือคราบนม ตกขาวนี้อาจเกิดจากเชื้อราได้ค่ะ โดยทั่วไปควรเป็นสีขาวขุ่น อาจมีเหลืองนวลๆ หรือขาวเหลืองนิดๆ แต่ถ้าเริ่มเหลืองเขียว ถือว่าไม่ปกติแล้วค่ะ สามารถเช็คสีของตกขาวแต่ละชนิด เกิดจากอะไรบ้าง
นักช้อปออนไลน์ระวังให้ดี “5 อาการป่วยที่อาจมากับ 11.11”
นิ้วล็อค กด CF รัวๆ เหมือนกลัวไม่ได้ซื้อปวดคอ ก้มส่องโปรฯ ทุกครั้งที่เจ้านายเผลอบ้านหมุน เสียสมดุลทั้งร่างกายและการเงินซึม ของที่เล็งไว้หมดเกลี้ยงขาดสารอาหารมักกำเริบในช่วงสิ้นเดือน
5 อันดับประเทศที่ค่ายาถูกและแพงที่สุดในโลก
รายงานจัดอันดับยาในประเทศต่างๆ50ประเทศทั่วโลก ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ ใช้วิธีเลือกส่วนประกอบยาทั้งหมด 13รายการเพื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินยูโรสำหรับค่ายาในประเทศต่างๆ ก่อนจะนำมาคำนวณหาราคาโดยเฉลี่ยของยาแต่ละชนิด รวมถึงราคาต่อปริมาณที่แท้จริงในแต่ละประเทศที่เบี่ยงเบนไปจากราคายาโดยเฉลี่ยของโลก ที่มีผลต่อค่ารักษารวมของโรงพยาบาลอีกด้วย มาดูกันว่าประชากรประเทศไหนบ้างที่ต้องแบกรับต้นทุนการรักษาพยาบาลในส่วนของราคายาที่แพงและถูกที่สุดในโลก อันดับประเทศที่ค่ายาถูกที่สุดในโลก อันดับ 1 ประเทศไทย ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ -93.93% อันดับ 2 ประเทศเคนยา ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ -93.76% อันดับ 3 ประเทศมาเลเซีย ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ -90.80% อันดับ 4 ประเทศอินโดเนเซีย ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ -90.23% อันดับ 5 ประเทศอินเดีย ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ -73.82% ยาที่เลือกใช้เพื่อนำมาเปรียบเทียบมีการครอบคลุมที่หลากหลาย โดยราคาเฉลี่ยของยาจะดูจากสารประกอบของแบรนด์ และตัวยาทั่วไป อันดับประเทศที่ค่ายาแพงที่สุดในโลก อันดับ 5 ประเทศเดนมาร์ก ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ +79.53% อันดับ 4 ประเทศอิตาลี ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ +90.36% อันดับ 3 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ราคาแพงกว่าราคาเฉลี่ยของโลกประมาณ +122.03% อันดับ 2″5“5 อันดับประเทศที่ค่ายาถูกและแพงที่สุดในโลก” 계속 읽기
การตายดี: ตามหานิยามสู่ สิทธิที่ทุกคนต้องเข้าถึง
“ในการทำงาน การที่หมอส่วนใหญ่ไม่ได้รับการอบรมเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) สำหรับผู้ป่วยระยะท้าย ไม่ค่อยมีในหลักสูตรแพทยศาสตร์ในโรงเรียนแพทย์ว่าผู้ป่วยแบบไหนคือผู้ป่วยระยะท้าย หมออาจไม่เข้าใจ จึงต้องมีคำจำกัดความถึงผู้ป่วยลักษณะนี้ ว่าการอยู่ในระยะท้าย หมายถึงการมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่เดือน หมอจะได้ตระหนักว่านี่คือ palliative แล้วส่งผู้ป่วยเข้ารับบริการซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง” “ที่ผ่านมา เราพบกรณีที่หมอไม่รู้ว่าเป็นคนไข้เป็นผู้ป่วยระยะท้าย เลยไม่ได้ให้การดูแลแบบแนวทางประคับประคอง ก็รักษาไปเรื่อยๆ จนเสียชีวิต แต่ถ้าหมอมีความเข้าใจ เมื่อหมอพบผู้ป่วยที่เข้าข่ายนี้ หมอก็จะส่งต่อไปที่ศูนย์ดูแลประคับประคอง ศูนย์ดูแลประคับประคองก็จัดบริการให้ผู้ป่วยตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาล จนถึงเยี่ยมบ้าน จนคนไข้เสียชีวิต คนจะเข้าถึงบริการได้อย่างดี” เป็นคำบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงของ พญ.ศรีเวียง ไพโรจน์กุล หัวหน้าศูนย์การุณรักษ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่พบเจอว่าการที่แพทย์ไม่เข้าใจความหมายที่ชัดเจนของคำว่าการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) ส่งผลอย่างไรต่อชีวิตผู้ป่วยระยะท้าย อย่างไรก็ดี มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบสร้างโลกด้วยถ้อยคำ การนิยามหรือระบุความหมายต่อสิ่งของ อารมณ์ ความรู้สึก หรือสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างชัดเจน จะช่วยให้มนุษย์ดำรงชีวิตได้ง่ายขึ้น ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะง่ายดายเสมอไปที่จะนิยามความหมายของสิ่งต่างๆ ออกมา ดังกรณี ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันต่อการดูแลแบบประคับประคองในช่วงที่ผ่านมา ที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการของประชาชน จึงเป็นที่มาของการจัด สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยนิยามปฏิบัติการ (Operational definition) ของคำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care)”การตายดี:“การตายดี: ตามหานิยามสู่ สิทธิที่ทุกคนต้องเข้าถึง” 계속 읽기
เจ้าหน้าที่ รพ.ทั่วเนเธอร์แลนด์: ทนไม่ไหวแล้ว หยุดงานประท้วง เหตุทำงานหนัก-ค่าแรงต่ำ
สหภาพแรงงานบุคลากรสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ เรียกร้องให้มีการขึ้นค่าตอบแทน 5% และเพิ่ม “โบนัส” ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียก “Standby” ล่วงหน้าในเวลากระชั้นชิด รวมถึงเรียกร้องให้ลดภาระงานประจำของบุคลากรกลุ่มนี้ เนื่องจากทำงานหนักเกินไป เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา บุคลากรสาธารณสุข จาก 119 หน่วยงาน และโรงพยาบาล 83 แห่งทั่วเนเธอร์แลนด์ นัดหยุดงาน ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ และต้องยกเลิกนัดหมายคนไข้ทั้งหมด ทั้งนี้ ถือเป็นการนัดหยุดงาน “สไตรค์” ครั้งแรกของเนเธอร์แลนด์ หลังจากการเจรจากับรัฐบาลล้มเหลวเมื่อหลายเดือนก่อน สหภาพแรงงานเนเธอร์แลนด์คาดการณ์ว่าน่าจะกระทบผู้ป่วยทั้งหมดราว 2 หมื่นคน จากการนัดหยุดงานครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ห้องฉุกเฉิน ยังคงให้บริการตามปกติ “การนัดหยุดงาน ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนักในแวดวงสาธารณสุข” โฆษกสหภาพบุคลากรสาธารณสุขระบุ พร้อมกับบอกอีกว่า โดยปกติพวกเขา มักจะนึกถึงคนไข้เสมอ เมื่อใดก็ตามที่นัดหยุดงาน นั่นหมายความว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติมากๆ สหภาพแรงงานเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าตอบแทน 5% และเพิ่ม “โบนัส” ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียก “Standby” ล่วงหน้าในเวลากระชั้นชิด รวมถึงเรียกร้องให้ลดภาระงานประจำของบุคลากรกลุ่มนี้ เนื่องจากทำงานหนักเกินไป นอกจากนี้”เจ้าหน้าที่“เจ้าหน้าที่ รพ.ทั่วเนเธอร์แลนด์: ทนไม่ไหวแล้ว หยุดงานประท้วง เหตุทำงานหนัก-ค่าแรงต่ำ” 계속 읽기