คุณควรวางแผนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับลูกของคุณบ่อยแค่ไหน?

คุณควรวางแผนที่จะมีลูกบ่อยแค่ไหน? การมีเพศสัมพันธ์บ่อยเกินไปส่งผลต่อแผนการมีลูกหรือไม่? นี่เป็นคำถามที่คู่รักที่กำลังเตรียมจะมีลูกคงจะสงสัยกันมาก ศาสตราจารย์ ดร. คุน อุน ผู้อำนวยการแผนกสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาที่โรงพยาบาลคาลเมตต์ อธิบายว่า ทั้งชายและหญิงมีความต้องการทางเพศ ซึ่งแตกต่างกันไปตามปัจจัยด้านสุขภาพและอายุ ถึงแม้จะมีเพศสัมพันธ์แต่ก็ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์บ่อยเกินไปเพราะจะทำให้สุขภาพไม่ดีได้ Sex สิ่งที่น่ากังวลคือการมีเพศสัมพันธ์บ่อยเกินไปส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิทำให้คู่สามีภรรยาไม่สามารถมีบุตรได้ . “สเปิร์มต้องใช้เวลาพอสมควรในการเพิ่มปริมาณและคุณภาพในกรณีที่ผู้ชายถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ทุกวัน ทุกวันบางครั้งอาจมีสเปิร์มไม่เพียงพอหรือมีสเปิร์ม แต่สเปิร์มเหล่านั้นยังเด็กอยู่ไม่ได้” อุดมสมบูรณ์” เพื่อสุขภาพของทั้งคู่ หัวหน้าแผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลคาลเมตต์ แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง กระทบต่อคุณภาพของอสุจิหรือแผนการเจริญพันธุ์ เพราะในช่วงนี้ ร่างกายของเรามีเวลาเพียงพอในการผลิตสเปิร์มเพิ่มขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย มีคุณภาพ คำนวณวันที่สเปิร์มกินที่นี่ เกี่ยวกับจำนวนการมีเพศสัมพันธ์ในการศึกษาโดยสถาบันเฉพาะทางในสหรัฐอเมริกา Kinsey Institute ซึ่งเน้นเรื่องชีวิต การศึกษาเรื่องเพศภาวะเจริญพันธุ์และเพศวิถีในสหรัฐอเมริกาสำหรับคู่รักที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี ผลการวิจัยพบว่าพวกเขามักจะ มีตัวเรือดประมาณ 112 ครั้งต่อปี (ประมาณสัปดาห์ละสองครั้ง) ) คู่สามีภรรยาที่มีอายุระหว่าง 30-39 ปีใช้เวลาอยู่บนเตียงประมาณ 86 ชั่วโมง/ปี และ 45 ปีอ่านเพิ่มเติม "คุณควรวางแผนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับลูกของคุณบ่อยแค่ไหน?"

รพ.วิมุต: ผ่าตัดแบบวันเดียว รองรับคนไข้ผ่าตัดที่รอไม่ได้กับ Safe Save Surgery

เป็นการผ่าตัดแบบวันเดียว หรือ Safe Save Surgery มีข้อดีคือ ลดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด และลดการนอนรพ.ในช่วงโควิด-19 สามารถให้การผ่าตัดได้หลากหลาย อาทิ นิ่วในถุงน้ำดี, เนื้องอกมดลูก,ผ่าตัดถุงน้ำรังไข่, ไส้เลื่อน, ริดสีดวงทวาร, ต่อมลูกหมากโต, ต้อกระจก โรงพยาบาลวิมุต ชูบริการ Safe Save Surgeryรับมือคนไข้ผ่าตัดที่รอไม่ได้ เน้นความปลอดภัยขั้นสูงสุดช่วงโควิด-19 โรงพยาบาลวิมุต ห่วงใยทุกชีวิตเสมือนคนในครอบครัว เดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างสูงสุด ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนัก เพื่อคลายความกังวลใจให้กับคนไข้ที่กำลังมีแผนเข้ารับการผ่าตัดในช่วงนี้  ซึ่งอาจจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ และอยากที่จะเลื่อนการผ่าตัดออกไป รวมไปถึงคนไข้จากโรงพยาบาลรัฐบางแห่งที่ถูกเลื่อนนัดการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วนออกไปแบบไม่มีกำหนด ดังนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจ คลายความกังวลใจให้คนไข้ และผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการ โรงพยาบาลวิมุต ได้เตรียมความพร้อม ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่พร้อมให้การดูแล ด้วยมาตราการด้านความปลอดภัยขั้นสูง และห้องปลอดเชื้อที่ทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญ เพราะเข้าใจถึงความกังวลใจของคนไข้ และเข้าใจถึงการรักษาที่รอไม่ได้  โรงพยาบาลวิมุต จึงพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ และเต็มทีม เพื่อช่วยให้คนไข้ปลอดภัย คลายกังวลใจ ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด และลดการนอนรพ.ในช่วงโควิด-19 ด้วยบริการ “Safe Save Surgery” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนไข้อ่านเพิ่มเติม "รพ.วิมุต: ผ่าตัดแบบวันเดียว รองรับคนไข้ผ่าตัดที่รอไม่ได้กับ Safe Save Surgery"

โรงพยาบาลประกันสังคม: รพ.แพทย์รังสิต ดียังไงทำไมจึงควรเลือก

รพ. แพทย์รังสิต ให้บริการทางการแพทย์มายาวนานกว่า 36 ปี ถือได้ว่าเป็นรพ.เอกชนชั้นนำในจังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนทั่วประเทศในเรื่องการรักษาและการให้บริการที่มีมาตรฐาน เรามีความตั้งใจในการให้บริการท่านเสมือนญาติมิตรดุจสมาชิกในครอบครัวด้วยประสบการณ์ให้บริการรักษามากกว่า 35 ปี และในปี 2565 เรากำลังเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการท่าน เราพร้อมที่จะให้บริการผู้ป่วยทุกท่านอย่างครบวงจรสาส์นจาก คุณรณชิต แย้มสอาด CEO กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ทำไมถึงเลือก รพ.แพทย์รังสิต  รพ.แพทย์รังสิต มีคลินิก และแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา พร้อมทั้งมีเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัย อาทิ เช่น  รพ.เฉพาะทางแม่และเด็ก ศูนย์หัวใจ ศูนย์ตรวจสุขภาพ คลินิก หู ตา คอ จมูก คลินิกกายภาพบำบัด และอื่นๆ อีกมากมาย  นอกจากนี้ บรรยากาศของรพ. แพทย์รังสิตเต็มไปด้วยความสะดวก และเพียบพร้อมไปด้วยห้องตรวจ และห้องพักที่สะอาด และทันสมัย  สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต หรือ ติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 02-998-9999 ได้ในเวลา 08.00-20.00 น.นะคะ  โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต พร้อมดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทีมแพทย์สูติ-นรีเวชกรรม ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลคุณแม่อ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลประกันสังคม: รพ.แพทย์รังสิต ดียังไงทำไมจึงควรเลือก"

HEALTH ME Insurance ประกันสุขภาพดีจาก เมืองไทยประกันภัย (MTI)

จุดเด่นของแบบประกัน Health Me คุ้มครองทั้งกรณีเจ็บป่วยและบาดเจ็บสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อครั้งโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง คุ้มครองอายุ6ปีถึง70ปี(สามารถต่ออายุได้ถึงอายุ80ปี) จ่ายเบี้ยฯ น้อยเลือกได้กับวงเงินความรับผิดส่วนแรก(deductible) กรณีไม่มีการเคลม(ทั้งแผนประกันภัยหลักและแผนซื้อเพิ่มเติม) ลดหย่อนภาษีได้เมือซื้อให้พ่อแม่หรือตนเอง(รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขของสรรพากร) HEALTH ME "ใครมี เราพร้อม Help" ใหม่ !!! ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพHealth Me มี...ครบตอบทุกความต้องการ  คุ้มครองทั้งเจ็บป่วยและบาดเจ็บ ใครมีเราพร้อม Help #จ่ายหนักทัก Health ME คำถามเกี่ยวกับแบบประกัน Health Me โรงพยาบาลคู่สัญญาของเมืองไทยประกันภัยมีที่ไหนบ้าง ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญา 420 แห่งได้ที่ เครื่องข่ายโรงพยาบาลApp “Muang Thai Friends” คุณลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์และรายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญาได้ Health Me มีระยะเวลารอคอย (WAITING PERIOD) หรือไม่ สำหรับอุบัติเหตุคุ้มครองทันที ตามวันที่เริ่มคุ้มครองตามกรมธรรม์และบริษัทได้รับชำระเบี้ยฯ แล้วสำหรับการเจ็บป่วยโรคทั่วไป ระยะเวลารอคอย 30 วัน และ สำหรับโรคเนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด, ริดสีดวงทวาร,อ่านเพิ่มเติม "HEALTH ME Insurance ประกันสุขภาพดีจาก เมืองไทยประกันภัย (MTI)"

Health Me Doctor แอพหาหมอ สั่งยา ออนไลน์

healthme คือ แอปพลิเคชันเครือข่ายสังคมเพื่อสุขภาพของคนยุคใหม่ ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อทุกข้อมูลสุขภาพและการรักษาอย่างครบวงจร ผ่านบริการระบบการแพทย์ทางไกล (telemedicine) ให้คุณสามารถปรึกษาแพทย์ทุกปัญหาสุขภาพ ผ่านแชท โทรด้วยเสียง และวิดิโอ คอล จากมือถือของคุณ โดยไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล :: คุยกับหมอออนไลน์ เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาจากโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศไทย ให้บริการปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางแชท โทรด้วยเสียง และวิดิโอ คอล คุณสามารถคุยกับหมอผ่านแอปได้ เกือบทุกปัญหาสุขภาพ (คลอบคลุมกว่า 75% ของโรคผู้ป่วยนอก) เพียงค้นหาหมอและส่งคำขอ อาการหรือโรคที่สามารถรับการปรึกษาผ่านบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ได้แก่ อาการเสี่ยงและการฉีดวัคซีนโควิด (COVID)อาการปวด หรือเป็นไข้ เบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไทรอยด์โรคระบบทางเดินหายใจ หู คอ จมูก เช่น เจ็บคอ, ไอ, หวัด, ภูมิแพ้โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องร่วง, ท้องผูก, อาหารไม่ย่อย, แผลในกระเพาะอาหาร, ริดสีดวงทวารโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะอ่านเพิ่มเติม "Health Me Doctor แอพหาหมอ สั่งยา ออนไลน์"

น้ำอสุจิ: จะให้ดี ต้องมี 4 ข้อนี้

        “อึด ถึก ทน” คือคำที่เราได้ยินคุณผู้ชายหลายท่านพูดกันบ่อย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าต่อให้ อึด ถึก ทน แค่ไหน ถ้าอสุจิอ่อนแอก็ไม่มีประโยชน์!         “อสุจิ” คือเซลล์สืบพันธุ์ของเพศชายที่ออกจากร่างกายผ่านการหลั่งขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งในการหลั่งแต่ละครั้งจะมีจำนวนอสุจิอยู่ที่ประมาณ 300-500 ล้านตัว แต่ร้อยล้านตัวข้างต้นนั้น ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะมีความแข็งแรงจนสามารถเดินทางไปจนถึงรังไข่และเกิดการปฏิสนธิจนตั้งครรภ์ได้ โดยการที่อสุจิอ่อนแออาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น มีการผิดปกติของลูกอัณฑะแต่กำเนิด มีการใช้ยา เคมีบำบัด และการฉายแสง ดื่มสุรา สูบบุหรี่ และยาเสพติดเสมอ มีความเครียด มีน้ำหนักตัวมากเกินไป และหักโหมออกกำลังกายเกินพอดี         ดังนั้น หากเป้าหมายสูงสุดในการมีเพศสัมพันธ์คือการสร้างเจ้าตัวน้อยแล้วละก็ อสุจิที่ดีและจะมีคุณภาพพอที่จะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้! 1. น้ำอสุจิต้องมีปริมาณมาก 2. จำนวนอสุจิต้องเยอะ 3. อสุจิต้องว่ายเก่ง 4. รูปร่างอสุจิต้องสมบูรณ์ แข็งแรง   โดยส่วนใหญ่แล้ว อสุจิจะมีความแข็งแรงหรืออ่อนแอก็เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราเอง ดังนั้น เพื่อรักษาคุณภาพของอสุจิให้ดีอยู่เสมอสิ่งที่ควรทำคือ 1. บริหารความเครียดไม่ให้มากเกินไปจนส่งผลต่อฮอร์โมนที่ผลิตอสุจิ 2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดหรือลดแอลกอฮอล์และบุหรี่อ่านเพิ่มเติม "น้ำอสุจิ: จะให้ดี ต้องมี 4 ข้อนี้"

Health Me App คืออะไร

Health Me App คือ แพลตฟอร์มสุขภาพ ที่รวบรวมแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพอย่างครบครันให้คุณเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงปลายนิ้วสัมผัส มั่นใจ ให้เราดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ด้วยความอบอุ่น จริงใจ มั่นใจในบริการของเราHealth Me เฝ้าไข้ ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยติดเตียง ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยฟักฟื้น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เรามีผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ มีทักษะความสามารถทุกระดับทุกพื้นที่ โดยคุณสามารถคัดเลือกระดับทักษะ ความสามารถ หรือระบุความต้องการได้ ตามความเหมาะสมกับผู้ป่วย ด้วย Application ที่ทันสมัยให้คุณได้รับบริการอย่างสะดวก ปลอดภัย ในบ้านหรือโรงพยาบาลที่คุณรักษา ดูแล ผู้สูงอายุ หมดห่วง คลายกังวล กับการดูแลคนที่คุณรัก เพราะเราคือผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือสถานดูแล ด้วยพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ ผ่านการอบรม คัดกรอง และมีประสบการณ์ด้านนี้โดยเฉพาะ โดยคุณสามารถระบุความต้องการที่อยากให้เราบริการ ผ่าน Application ที่ทันสมัยให้คุณได้รับบริการอย่างสะดวก ปลอดภัย ในบ้านหรือศูนย์ดูแลที่คุณใช้บริการ ขั้นตอนการเรียกใช้บริการ Health Me App ผ่านอ่านเพิ่มเติม "Health Me App คืออะไร"

COVID-19: สธ.เผยเบื้องต้น 3 เดือนรู้ผลตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน

คืบหน้าตรวจภูมิคุ้มกันกลุ่มฉีดวัคซีนโควิด19 ทั้งประชากร บุคลากรการแพทย์ ผู้ป่วยภูมิฯน้อย คาด 3 เดือนรู้ภูมิคุ้มกันขึ้นมากน้อยแค่ไหน เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจภูมิคุ้มกันผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด ว่า สำหรับการตรวจภูมิคุ้มกันในผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดไปแล้วนั้น ขณะนี้ นพ.ยง ภู่วรวรรณ ติดตามภูมิฯ ด้วยการเจาะเลือดของประชากรทั่วไปทั้งวัคซีนซิโนแวค และแอสตราเซเนกา ส่วนศิริราชจะดูในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์  และรพ.รามาธิบดีและสถาบันมะเร็งแห่งชาติจะดูในกลุ่มผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี เช่น กลุ่มผู้ป่วยโรคไต และผู้ป่วยโรคมะเร็ง  นอกจากนี้ ยังมีการติดตามเรื่องเชื้อกลายพันธุ์โดยนพ.ยงเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามเชื้อกลายพันธุ์ ทั้งหมด  "สำหรับการตรวจภูมิคุ้มกันคนฉีดวัคซีนโควิดนั้น ทั้งประชากรทั่วไป  บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี เช่น ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็ง ฯลฯ คาดว่าจะทราบผลภูมิคุ้มกันของผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคที่ฉีดครบ 2 เข็มภายใน 3 เดือน ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาน่าจะทราบว่าจะภูมิฯขึ้นหรือไม่ในเข็มแรก" นพ.สมศักดิ์ กล่าว นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในเรื่องของวัคซีนพาสปอร์ตนั้น ขณะนี้มีโปรเจ็กต์ใหญ่เป็นความร่วมมือระดับอาเซียน โดย HITAP จะเป็นเจ้าภาพหลักในการทำนโยบายผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโควิด19 หรือที่เรียกว่า CORESIA Studyอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สธ.เผยเบื้องต้น 3 เดือนรู้ผลตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน"

“ไทรอยด์”…มีไว้ทำอะไร?

ต่อมไทรอยด์… อวัยวะลึกลับชิ้นหนึ่งที่คนทั่วไปต่างต้องเคยได้ยิน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า…”มันมีเอาไว้ทำอะไร?" อวัยวะชิ้นนี้สำคัญมากๆ ถ้าไม่มีมันแล้ว อวัยวะอื่นๆในร่างกายที่ก็จะขี้เกียจทำงานไปด้วยพร้อมๆกัน เอาล่ะครับ มาดูกันดีกว่าว่า “ต่อมไทรอยด์” มันทำหน้าที่อะไร! ต่อมไทรอยด์ เป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่อยู่บนคอด้านหน้าของคุณ แต่โดยปกติคุณจะคลำมันไม่เจอหรอก เพราะว่ามันมีขนาดบางมากๆและกลมกลืนไปกับผิวลำคอของคุณ โดยมีลักษณะเป็นแผ่นแผ่ออกไปทั้ง 2 ข้างลำคอ และด้วยลักษณะที่คล้ายกับโล่ ต่อมๆนี้จึงถูกตั้งชื่อในภาษาละตินว่า”Thyreoidea” ซึ่งแปลว่า”โล่ศึก” ร่างกายของพวกเราประกอบไปด้วยระบบอวัยวะมากมาย โดยแต่ละระบบก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ระบบหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือด ระบบหายใจทำหน้าที่ฟอกอากาศ ระบบทางเดินอาหารทำหน้าที่ลำเลียงและดูดซึมอาหาร ระบบกล้ามเนื้อทำหน้าที่เคลื่อนไหว เป็นต้น ระบบต่างๆเหล่านี้ทำหน้าที่ของพวกมันอยู่ตลอดเวลาเหมือนไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เซลล์ทุกๆเซลล์ในระบบต่างๆเหล่านี้ต้องทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้ระบบของตัวเองเดินหน้าต่อไปได้อย่างคงที่ โดยพวกเราเรียกกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ว่า”เมตาบอลิซึม(Metabolism)” เมตาบอลิซึมเปรียบเสมือนกลไกเครื่องยนต์ระดับย่อยที่สุด โดยกลไกเครื่องยนต์เหล่านี้ต้องได้รับเชื้อเพลิงที่มากเพียงพออยู่ตลอดเวลา โดยเชื้อเพลิงที่สำคัญที่สุดสำหรับเซลล์ก็คือ”ออกซิเจนและสารอาหาร” รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์และเชื้อเพลิงดีย่อมการันตีว่ามันจะขับเคลื่อนได้ดี แต่อย่างไรก็ตามเซลล์ของมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร พวกมันคือเนื้อเยื่อที่สามารถเหนื่อยล้าได้ พวกมันสามารถรู้สึกเบื่อและขี้เกียจทำงานได้ ดังนั้นการให้เพียงเชื้อเพลิงจึงไม่ได้การันตีว่าเซลล์กว่าหมื่นล้านเซลล์ของพวกเราจะทำงานได้ตามที่คาดหวังไว้! ต่อให้ม้าของคุณแข็งแรงมากเพียงใด พวกมันก็อาจขี้เกียจวิ่งได้ ต่อให้คุณเป็นคนขยันแค่ไหน คุณก็มีวันที่อยากพักผ่อน เซลล์ของพวกเราก็เช่นเดียวกัน พวกมันไม่อยากทำงานไปตลอดเวลาหรอก ดังนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่เซลล์ของพวกเราต้องการนอกจากออกซิเจนและสารอาหารนั้นก็คือ”การกระตุ้น”! แล้วสิ่งใดล่ะ ที่คอยกระตุ้นเซลล์กว่าหมื่นล้านเซลล์ในร่างกายของพวกเรา? คำตอบนั้น อยู่ภายในต่อมไทรอยด์ ซึ่งก็คือ ”ฮอร์โมนไทรอยด์”! ฮอร์โมนไทรอยด์เพียงฮอร์โมนเดียวสามารถควบคุมการทำงานของเซลล์เกือบทุกเซลล์ที่อยู่ในร่างกาย และแทบทุกระบบอวัยวะที่กล่าวไป สาเหตุที่ฮอร์โมนไทรอยด์สามารถทำเเบบนี้ได้ ก็เพราะมันมีหน้าที่สำคัญในการเพิ่ม”เมตาบอลิซึม”ภายในเซลล์อ่านเพิ่มเติม "“ไทรอยด์”…มีไว้ทำอะไร?"

2021-22 อันดับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดย US News

US News & World Report เปิดเผยการ จัดอันดับและการจัดอันดับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดประจำปี 2021-22 ในฉบับล่าสุด มีการเพิ่มการให้คะแนนขั้นตอนและเงื่อนไขใหม่เจ็ดรายการ โดยกระจายพอร์ตโฟลิโอเป็น 17 บริการทั้งหมด การให้คะแนนใหม่ ซึ่งครอบคลุมอาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดบวม โรคเบาหวาน ไตวาย กระดูกสะโพกหัก และการผ่าตัดหลัง (กระดูกสันหลังฟิวชั่น) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวิจัยและการดูแลที่ตรงเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ป่วยและแพทย์ของพวกเขาด้วยข้อมูล เป็นปีที่หกติดต่อกันที่ Mayo Clinic ใน Rochester, Minn. คว้าตำแหน่งที่ 1 ใน Best Hospitals Honor Roll คลีฟแลนด์คลินิกอยู่ในอันดับที่ 2 ตามด้วยศูนย์การแพทย์ UCLAที่อันดับ 3 รางวัลเกียรติยศคือความโดดเด่นที่มอบให้กับโรงพยาบาลที่ติดอันดับ 20 อันดับแรกของประเทศในด้านการรักษาที่ยอดเยี่ยมในหลายพื้นที่ของการดูแล Ben Harder บรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการบริหาร เบน ฮาร์เดอร์ บรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการบริหาร เบน ฮาร์เดอร์ บรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการบริหาร เบน ฮาร์เดอร์ บรรณาธิการบริหารและ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์สุขภาพ USอ่านเพิ่มเติม "2021-22 อันดับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดย US News"

น้ำท่วมปอด: อาหารและผลไม้ที่ทานได้

“น้ำท่วมปอด” เป็นโรคที่เกิดจากการที่หัวใจล้มเหลว เนื่องจากว่าหัวใจไม่สามารถจะปั๊มเลือดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายได้ พูดง่ายๆก็คือที่เราเรียกกันว่าอาการน้ำท่วมปอด และน้ำที่ท่วมนั้นก็คือ น้ำเลือด และสาเหตุก็จะเกิดมาจากหัวใจล้มเหลวนั่นเอง- อาหารที่ต้องงดคือ เค็มทุกๆชนิด ไม่ว่าซ๊อส ซีอิ้ว น้ำปลา ฯลฯ ผักอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่หลายชนิด ได้แก่ เบต้า – แคโรทีน ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยไตเทียมมักมีการสูญเสียวิตามินที่ละลายในน้ำไปกับการฟอกเลือด การรับประทานผักจะช่วยให้ได้รับวิตามินเพิ่มขึ้นและใยอาหารช่วยในการขับถ่ายดีขึ้น ในผักใบเขียวเข้ม และสีส้มมีสารโพแทสเซียมสูง และผู้ป่วยมักมีปัญหาขับถ่ายโพแทสเซียมได้น้อย จึงควรเลือกรับประทานผักที่มีโพแทสเซียมต่ำและควรลวก หรือต้มผักให้สุก เช่น ฟักเขียวสุก แตงกวา บวบสุก ผักกาดขาวปลีสุก ถั่วฝักยาวสุก ถั่วงอกสุก เป็นต้น ผลไม้อะไรที่คนน้ำท่วมปอดทานได้ ผลไม้มีวิตามินซี เกลือแร่ ใยอาหาร แต่ผลไม้มีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น ลองกอง ชมพู่ เงาะ แอปเปิ้ล องุ่น มังคุด แตงโม เป็นต้น อาหารที่คนน้ำท่วมปอดควรหลีกเลี่ยง ถั่วเมล็ดแห้งหรือเมล็ดพืชควรหลีกเลี่ยงเพราะมีโพแทสเซียมสูง และฟอสฟอรัสสูงด้วยผู้ป่วยที่รักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยไตเทียมมักมีปัญหาการขับถ่ายฟอสเฟตได้น้อย ทำให้มีระดับฟอสฟอรัสในเลือด และแคลเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งจะกระตุ้นให้ฮอร์โมนจากพาราไทรอยด์หลั่งออกมาอ่านเพิ่มเติม "น้ำท่วมปอด: อาหารและผลไม้ที่ทานได้"

น้ำท่วมปอด: ทำไมให้ดื่มน้ำน้อย

อาการน้ำท่วมปอด คือ ภาวะที่ปอดหรือทรวงอก มีของเหลวมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการหายใจไม่อิ่ม, เหนื่อย, หอบง่ายเวลาทำกิจกรรม ซึ่งมีสาเหตุได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นข้อปฏิบัติตัวจะขึ้นกับสาเหตุของโรค และภาวะของอาการค่ะ ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมให้ดื่มน้ำน้อยเมื่อเป็นน้ำท่วมปอด? เนื่องจากว่า ไตไม่สามารถขับน้ำได้ จึงต้องดื่มน้ำน้อยกว่าคนปกติ และเมื่อดื่มน้ำน้อย ร่างกายก็จะขับปัสสาวะออกมาน้อยกว่าเดิมนั่นเอง ภาวะน้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema) คือ ภาวะที่มีน้ำขังอยู่ในช่องเยื่อหุ้มปอด มีได้หลายสาเหตุที่พบบ่อย ทำให้การหายใจและแลกเปลี่ยนก๊าซลำบาก และมีอันตรายร้ายแรง ซึ่งน้ำที่ว่านี้คือน้ำเลือด โดยอาการน้ำท่วมปอดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะน้ำเกินในร่างกาย ความผิดปกติบางอย่างของหัวใจทำให้เลือดคั่งในปอดมาก เป็นต้น https://healthmenowth.com/diseases/respiratory-system/pulmonary-edema/ การรักษา น้ำท่วมปอด เมื่อผู้ป่วยไปพบแพทย์เมื่อสังเกตพบว่ามีอาการน้ำท่วมปอด แพทย์จะเริ่มทำการตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุของภาวะน้ำท่วมปอดว่ามาจากอะไร แล้วจึงดำเนินการรักษาตามอาการอีกที เช่น การเอ็กซเรย์ปอดเพื่อตรวจดูหัวใจ ว่ามีหัวใจโตหรือน้ำท่วมปอดหรือไม่ตรวจดูสาเหตุร่วม เช่นเจาะเลือดตรวจหาไทรอยด์ตรวจวัดความดัน ตรวจคลื่นหัวใจ หรือทำอัลตราซาวน์หัวใจ การรักษาภาวะน้ำท่วมปอดนั้นสิ่งสำคัญ คือ ต้องพยายามขับน้ำออกจากปอดให้มากที่สุด ซึ่งส่วนมากจะใช้วิธีรักษา คือ ใช้ยาขับปัสสาวะ เพื่อขับน้ำที่ค้างออกมาทางปัสสวะ โดยจะต้องเฝ้าระวัง เพราะการขับออกทางปัสสาวะอาจทำให้เสียเกลือแร่ออกจากร่างกายไปพร้อมกับปัสสาวะที่ขับออก โดยแพทย์จะทำการควบคุมด้วยการเจาะเลือดตรวจดูว่า ถ้าดีขึ้นแล้วก็จะค่อยๆ ลดยาลงตามขนาด ถ้าสาเหตุมาจากหลอดเลือดตีบ แพทย์จะทำการฉีดยาขยายหลอดเลือด เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีมากขึ้น

น้ำท่วมปอด: อาจเป็นได้โดยไม่รู้ตัว

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ได้ทราบข่าวว่าคนรู้จักที่ดูแข็งแรง และชอบออกกำลังกายอยู่เป็นประจำมีอาการ น้ำท่วมปอด เลยขอหยิบยกเอาอาการดังกล่าวมาฝากกันค่ะ เพราะดูแล้วแม้แต่คนที่ดูแลสุขภาพอยู่ตลอดยังเกิดปัญหานี้ขึ้นได้เลย ก่อนอื่นต้องเข้าใจกันก่อนว่า น้ำท่วมปอด แม้ไม่ใช่โรค แต่ก็มีความเกี่ยวพันกับโรคอื่นๆ ได้ เช่นหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย รวมถึงโรคไต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น  อาการของน้ำท่วมปอด หายใจหอบเหนื่อย โดยเฉพาะเวลานอนที่หอบเหนื่อยกว่าปกติไอหายใจไม่อิ่มบวมตามแขนขา  สาเหตุ มีความดันในเส้นเลือดสูง ทำให้น้ำดันเข้าไปในปอดจนเกิดน้ำท่วมปอด ซึ่งอาการนี้เกิดจากปัญหาโรคหัวใจ หรือโรคไตวาย โปรตีนที่ทำหน้าที่รักษาระดับน้ำในเลือดลดต่ำ ทำให้น้ำรั่วเข้าสู่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย จนเกิดน้ำท่วมปอดเส้นเลือดอักเสบ ทำให้น้ำรั่วออกไปข้างนอก  น้ำท่วมปอดเป็นภาวะที่ไม่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงเช่นผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยไตวาย จึงควรหมั่นสังเกตตัวเอง และพบแพทย์เป็นประจำ เพื่อตรวจภาวะต่างๆ ของร่างกาย การดูแลหากเกิดน้ำท่วมปอด  1 หาสาเหตุของอาการ 2 กินยาขับปัสสาวะ เพื่อลดน้ำในปอด 3 ควบคุมปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน 4 ลดโซเดียม และอาหารรสเค็ม 5 หลีกเลี่ยงการกินยาตระกูล NSAIDs ซึ่งเป็นกลุ่มยาแก้ปวด แก้อักเสบบางชนิด   https://healthmenowth.com/diseases/respiratory-system/pulmonary-edema/

เบาหวาน: ที่มาของชื่อ

หลายคนคงรู้จักโรคเบาหวานกันดีนะครับ แต่รู้ไหมครับว่าทำไมเค้าถึงเรียกโรคนี้ด้วยชื่อนี้ โรคเบาหวานนั้น มาจากคำว่า Diabetes mellitus ครับ ซึ่งคำว่า diabetes มาจากภาษากรีก แปลว่า ท่อน้ำ ส่วนคำว่า mellitus นั้นหมายถึงหวานเหมือนน้ำผึ้ง รวมกันก็เป็น โรคที่ปัสสาวะออกมามากแล้วก็หวาน ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่มีน้ำตาลอยู่ในเลือดมากเกินไปจนร่างกายต้องขับออกมากับปัสสาวะครับ ส่วนภาษาไทยนั้นเมื่อก่อนเราจะเรียก ปัสสาวะว่า “เบา” และเรียกอุจจาระว่า “หนัก” เหมือนปวดหนัก ปวดเบา ดังนั้นเบาหวานจึงหมายถึง ปัสสาวะที่หวานนั่นเองครับ แล้วมันเกี่ยวกับแผนกทางเดินปัสสาวะอย่างไร เยอะเลยหละครับ คือหลายคนอาจจะรู้ว่าเบาหวานถ้าเป็นนาน ๆ ก็จะขึ้นตาให้ตาบอด ไตวาย สมองเสื่อม หรือเป็นแผลเรื้อรังจนต้องตัดแขนตัดขา แต่นอกจากนี้มันก็ยังไปส่งผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธ์ุุด้วยนะครับ ในผู้ชาย น้ำตาลที่สูงขึ้นก็จะทำให้เกิดแผลฉีกขาดตรงหนังหุ้มปลายอวัยวะได้ง่ายครับ และพอเป็นปุ๊บก็หายยากจนเกิดการลุกลามไปไกล ถึงขั้นบางคนต้องตัดทิ้ง และนอกจากนี้เบาหวานก็เป็นสาเหตุที่ทำให้อวัยวะส่วนสำคัญไม่แข็งจากเส้นเลือดและเส้นประสาทที่เสียไปครับในผู้หญิง เบาหวานก็ทำให้เกิดผลเสียของอวัยวะส่วนนั้นเช่นกันครับ เพราะน้ำตาลที่เยอะมันก็ทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณนั้นได้ง่าย เป็นแผลง่าย เกิดการฝืดขัดตอนใช้งาน รวมถึงเกิดเชื้อราง่ายกว่าเดิมเช่นกันครับ ก็เป็นสาระดี ๆ ที่เอามาฝากกันนะครับ การดูแลตัวเองก็ง่าย ๆ เช่นพยายามคุมอาหาร คุมน้ำตาล คุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอ่านเพิ่มเติม "เบาหวาน: ที่มาของชื่อ"

ไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน: แพทย์ชี้ภูมิคุ้มกันผิดปกติเสี่ยงโรค

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ เตือนโรคไขสันหลังอักเสบ เป็นโรคที่มีอาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาทในไขสันหลัง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเข้าทำลายไขสันหลัง หรืออาจเกิดภายหลังการติดเชื้อ           นพ.เมธา อภิวัฒนากุล นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า ปัจจัยของการเกิดโรคไขสันหลังอักเสบเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง อาจมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค ร่วมกับปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมที่มากระตุ้น เช่น การติดเชื้อไวรัส สำหรับการวินิจฉัยโรคเพื่อหาสาเหตุของไขสันหลังอักเสบ คือ การส่งตรวจ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูตำแหน่งรอยโรค และเพื่อหาสาเหตุอื่นๆ ที่อาจแสดงอาการคล้ายคลึงกัน เช่น การมีก้อนมากดทับไขสันหลัง การตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อดูการ อักเสบ และส่งตรวจเพื่อหาเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไขสันหลังอักเสบ การตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ซึ่งจะบอกสาเหตุที่แน่ชัดและช่วยวางแผนการรักษาในระยะยาว           ทั้งนี้ การรักษาถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสต้องให้ยาต้านไวรัส แต่หากเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติในระยะเฉียบพลัน จำเป็นต้องได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดสูงทางหลอดเลือดดำ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา สำหรับการรักษาในระยะยาวขึ้นอยู่กับผลของการตรวจเลือด ถ้าพบว่ามีการกำเริบของโรคจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นเวลาอย่างน้อย 3-5 ปี ส่วนในกรณีที่เป็นโรคไขสันหลังอักเสบแต่ไม่พบการกำเริบของโรค ผู้ป่วยจะได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพียงระยะสั้น 6 เดือน เนื่องจากยากดภูมิคุ้มกันมีผลข้างเคียง เช่น การติดเชื้อ เบาหวาน ไขมันสูง กระดูกพรุน เป็นต้น          อ่านเพิ่มเติม "ไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน: แพทย์ชี้ภูมิคุ้มกันผิดปกติเสี่ยงโรค"