คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 27 “เมื่อความหวาดกลัวของประชาชนคือภัยในสายตารัฐ” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน และกฎหมายมาร่วมให้ความเห็น โดย รศ.รุจน์ โกมลบุตร อาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีประกาศออกข้อกำหนดตามมาถึง 28 ฉบับ ซึ่งในข้อกำหนดทั้งหมดมีข้อกำหนดฉบับที่ 1 และ 27 เขียนถึงการห้ามเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ จึงเป็นที่มาของการเสวนาในครั้งนี้ โดยสรุปใจความของข้อกำหนด ฉบับที่ 1 คือ การเผยแพร่ข่าวสารอันไม่เป็นความจริง ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการเตือนให้ระงับและแก้ไขข่าว และสามารถดำเนินคดีด้วยพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทบความผิดทางคอมพิวเตอร์ ถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นความจริงและทำให้เกิดความหวาดกลัวให้เจ้าหน้าที่ระงับ และเอาผิดทางกฎหมายได้ จนกระทั่งฉบับที่ 27 ที่ต่างจาก ฉบับที่ 1 ตรงที่ ถ้าเป็นความจริงที่มีข้อความอันทำให้เกิดความหวาดกลัวก็อาจผิดได้ “หากลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นว่า 10 ก.ค.มีการประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 27 อีกสองวันต่อมามีการให้สัมภาษณ์รองนายกฯว่าถ้าข่าวที่ออกมาเป็นข้อเท็จจริงก็เสนอได้ ถัดมาอีก 3 วัน องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์ให้ทบทวนเพราะมีปัญหาเรื่องดุลยพินิจอ่านเพิ่มเติม "COVID19: มุมมองเวทีวิชาการ Call Out มิใช่ต่อต้าน แต่เป็นข้อเสนอนโยบาย"
COVID-19: ทำความเข้าใจ! วัคซีนไฟเซอร์ ทำไมต้องผสมน้ำเกลือ
อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายวัคซีนไฟเซอร์ เพราะเหตุใดต้องผสมน้ำเกลือ!! เหตุเป็นข้อกำหนด เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดเข้มข้น ต้องมีการผสมกับน้ำเกลือ โดย 1 ขวดจะเท่ากับ 6 โดส พร้อมเผยรายละเอียด 4 กลุ่มรับวัคซีน โดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า กระตุ้นเข็ม 3 รับวัคซีน 7 แสนโดส เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 ก.ค. 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวชี้แจงรายละเอียดการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ ว่า สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ซึ่งได้รับบริจาคจากประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 1.5 ล้านโดสและส่งมาถึงประเทศไทยแล้วนั้น จะฉีดใช้ให้ 4 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ข่าวเกี่ยวข้อง https://healthmenowth.com/health-news/covid-19-%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-1-5-%e0%b8%a5/ กลุ่มที่ 1 บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด19ทั่วประเทศ เป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิค้มกัน จำนวน 7 แสนโดส ซึ่งได้มีการสำรวจรายชื่อจากรพ.ต่างๆส่งมา จากนั้นสธ.จะกระจายวัคซีนไปรพ.เป้าหมายต่างๆ เพื่อฉีดให้บุคลากรสาธารณสุขมีภูมิคุ้มกันมากขึ้นอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ทำความเข้าใจ! วัคซีนไฟเซอร์ ทำไมต้องผสมน้ำเกลือ"
น้ำอสุจิ: 11 เหตุผลทำให้อ่อนแอ อึดแค่ไหนก็แพ้ไป
เกิดเป็นผู้ชาย ใครว่าต้อง “อึด” แล้วจะดี เพราะต่อให้อึดแค่ไหน ก็มีลูกยากได้ มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าหญิงหรือชายควรรู้ คือ กว่า 40 % ของคู่รักที่มีบุตรยาก มีสาเหตุมาจากฝ่ายชาย ซึ่งภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายนั้นขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศชายจากอัณฑะที่ถูกควบคุมด้วยสมองส่วนไฮโปธาลามัส (hypothalamus) และต่อมใต้สมอง ดังนั้นสาเหตุที่ทำให้คุณผู้ชายเกิดภาวะมีบุตรยาก นั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น การอักเสบติดเชื้อที่ลูกอัณฑะ หลอดเลือดดำในถุงอัณฑะโป่งพอง ท่อนำอสุจิตัน หรืออาจเกิดจากความผิดปกติที่สมองส่วนไฮโปธาลามัสและต่อมใต้สมอง ที่สำคัญการจะเป็นพ่อคนได้นั้น อสุจิต้องมีคุณภาพดีด้วย “สาเหตุที่ทำให้สเปิร์มของฝ่ายชายอ่อนแอ” มาดู 11 ปัจจัยหรือพฤติกรรม อะไรบ้างที่ทำให้คุณผู้ชายเสี่ยงสเปิร์มอ่อนแอ การสร้างตัวของอสุจิที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด หรืออาจเกิดจากการอักเสบของลูกอัณฑะความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ตั้งแต่กำเนิด เช่น ลูกอัณฑะไม่ลงในถุงอัณฑะความผิดปกติของการทำงานของต่อมไร้ท่ออื่นๆยา การฉายแสง หรือเคมีบำบัดบางชนิดความผิดปกติของภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายสร้างสารที่เป็นอันตรายต่ออสุจิสารเคมีบางชนิดที่อาจเข้าสู่ร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ตะกั่ว ทองแดง ยาฆ่าแมลงสุรา บุหรี่และยาเสพติด ทำให้การผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและการสร้างตัวอสุจิน้อยลงความเครียด มีผลต่อฮอร์โมนที่ใช้ผลิตอสุจิในผู้ชาย และทำให้อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวความร้อน เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นบริเวณถุงอัณฑะ อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตอสุจิการออกกำลังกายที่มากเกินไป ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำมีผลทำให้การผลิตอสุจิลดลงน้ำหนักตัวมาก คนอ้วนที่มีน้ำหนักตัวมาก มีรอบเอวใหญ่ จะมีปริมาณน้ำเชื้อและจำนวนตัวอสุจิน้อย คุณผู้ชายทั้งหลายที่วางแผนสร้างครอบครัว ทางที่ดีควรเริ่มเตรียมความพร้อม ด้วยการหมั่นไปตรวจสุขภาพ และเข้ารับการตรวจวิเคราะห์สเปิร์ม (Semenอ่านเพิ่มเติม "น้ำอสุจิ: 11 เหตุผลทำให้อ่อนแอ อึดแค่ไหนก็แพ้ไป"
สายตาผิดปกติ: 5 สูตรน้ำผักผลไม้เพื่อดวงตาที่ดี
ใช้สายตาหนักมาทั้งวันมาบำรุงสายตาด้วยน้ำผักผลไม้กันดีกว่าใครชอบสูตรไหนลองทำดูกันได้เลยจะปั่นหรือแยกกากก็ได้ ไม่ยุ่งยากแถมบำรุงสายตา และร่างกายด้วยนะ "สายตาดีด้วยวิธีมหัศจรรย์" ฉบับปรับปรุงล่าสุดอุราภา วัฒนะโชติ เขียนผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูดวงตาด้วยวิถีธรรมชาติคนแรกในไทย น้ำผักเพื่อสุขภาพตา สูตร 1 1. ฟักทอง 200 กรัม2. สะระแหน่ 10 ใบ3. ขิง 1 แง่ง4. ผักชี 2 - 3 ต้นปั่นรวมกัน หรือจะปั่นแบบแยกกากก็ได้.ฟักทอง มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอสูง วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม แป้ง รวมทั้งเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ สร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดการเกิดมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจได้ ทั้งยังช่วยต้านความชรา และป้องกันโรคผิวหนังได้เป็นอย่างดี.ประโยชน์ต่อดวงตา : บำรุงสายตา รักษาอาการตาฟาง ต้อกระจก และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยทำให้ดวงตาสดใส.สะระแหน่ ขิง และผักชี มีวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทิน วิตามินบี 1อ่านเพิ่มเติม "สายตาผิดปกติ: 5 สูตรน้ำผักผลไม้เพื่อดวงตาที่ดี"
จอประสาทตาเสื่อม: เสี่ยงตาบอดถาวร
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญหนึ่งที่ควรใส่ใจและดูแลเป็นอย่างดี ยิ่งในสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยมลพิษต่างๆ และมีเชื้อโรคแพร่กระจายอยู่ในอากาศมากมาย ซึ่งบางครั้งเชื้อโรค ปัจจัยแวดล้อมรอบตัวเรา อาหาร และพันธุกรรม อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ กับดวงตาได้ และโรคที่จักษุแพทย์พบว่าเป็นโรคที่มีการรายงานทางการแพทย์ว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นก็คือ “โรคจอประสาทตาเสื่อม” ซึ่งเป็นโรคที่จะนำไปสู่การตาบอดแบบถาวรได้ นายแพทย์ธนภัทร รักพานิชมณี จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตา ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความรู้ว่า หลักการทำงานของดวงตามนุษย์นั้นเริ่มจากการที่แสงจากภาพที่เรามองจะต้องสามารถเดินทางผ่านเข้าไปในลูกตา โดยผ่านส่วนประกอบต่างๆ ของตาคือ กระจกตา (Cornea) และเลนส์แก้วตา (Lens) ไปตกที่จอประสาทตา (Retina) ซึ่งเป็นผนังชั้นในของลูกตา ที่ประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทตาจำนวนมาก ที่จะส่งสัญญาณภาพที่ได้ผ่านไปทางเส้นประสาทตา (Optic nerve) สู่สมอง เพื่อแปลสัญญาณเป็นภาพที่เรามองเห็น ซึ่งบริเวณจุดกลางรับภาพของจอประสาทตาที่เรียกว่า macula ถือเป็นบริเวณที่สำคัญที่สุดบนจอประสาทตา ที่จะทำให้สามารถมองเห็นภาพต่างๆ ได้ชัดเจน ถ้าจุดกลางรับภาพนี้เสียจะทำให้มองภาพไม่ชัด เห็นเหมือนมีจุดดำบังตรงกลางหรือเห็นภาพบิดเบี้ยวไป ทำให้ความสามารถในการเห็นภาพที่ระยะใกล้และไกลเสียไป ซึ่งสภาวะนี้คืออาการของโรคจอประสาทตาเสื่อม โรคจอประสาทตาเสื่อม Age-related macular degeneration (AMD) เป็นโรคที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณจุดศูนย์กลางรับภาพของจอประสาทตา พบมากในกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดการสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม โรคจอประสาทตาเสื่อมจะทำให้สูญเสียการมองเห็นเฉพาะภาพตรงกลางอ่านเพิ่มเติม "จอประสาทตาเสื่อม: เสี่ยงตาบอดถาวร"
COVID-19: พร้อมแล้ว! เดินหน้าตามแผนกระจายวัคซีน “ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา”
เดินหน้าตามแผนจัดหาและกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 “ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา” ไทยมีแล้วเบื้องต้น317,600 โดส แบ่งเป็นของซิโนแวค 200,000 โดส และของแอสตราฯ 117,600 โดส เริ่มต้น 18 จังหวัดของไทย เป็นไปตามแผนสำหรับการจัดหาวัคซีนโควิด19 ของประเทศไทยในปี 2564 เบื้องต้น 2 ยี่ห้อ คือ “ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา” โดยวัคซีนโควิดของซิโนแวค ประเดิมเข้าไทยก่อนล็อตแรกจำนวน 200,000 โดสในวันที่ 24 ก.พ. 2564 พร้อมฉีดให้กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2564 จากนั้นจะได้เข้ามาเพิ่มในเดือน มี.ค. อีกจำนวน 800,000 โดส และในเดือน เม.ย.เข้ามาอีก 1 ล้านโดส รวมทั้งสิ้น 2 ล้านโดส ฉีดให้กลุ่มเป้าหมายระยะที่ 1 ในเดือน มี.ค.-พ.ค. 2564 ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาอีก 61 ล้านโดส แบ่งเป็นรอบแรก 26 ล้านโดสในเดือน มิ.ย.-ส.ค.2564อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: พร้อมแล้ว! เดินหน้าตามแผนกระจายวัคซีน “ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา”"
COVID-19: ประเดิมฉีดเข็มแรก! วัคซีนแอสตราเซเนกา รุ่นผลิตในประเทศไทย
“อนุทิน” พร้อมผู้บริหารให้กำลังใจฉีดวัคซีนแอสตราฯ ล็อตแรก มิ.ย. รุ่นผลิตในไทย ประเดิมฉีดแล้วคนแรก ขณะที่ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ร่วมฉีดด้วย พร้อมเชิญชวนคนไทยฉีดวัคซีนแอสตราฯ มีมาตรฐานไม่แตกต่างจากการผลิตต่างประเทศ ตามที่บริษัท แอสตราเซนเนกา (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามอบวัคซีนโควิดให้แก่ทางกระทรวงสาธารณสุขที่ผลิตจากบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ล็อตแรกจำนวน 1.8 ล้านโดส ซึ่งเป็นไปตามแผนการกระจายวัคซีนเดือน มิ.ย. 2564 และพร้อมกระจายให้แก่พื้นที่ต่างๆนั้น เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมชมการฉีดวัคซีนโควิดให้แก่บุคลากรข้าราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และประชาชนบางส่วนที่มีการลงทะเบียนล่วงหน้าแบบ On Site ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดยในการฉีดครั้งนี้ ได้นำวัคซีนแอสตราฯ มาประเดิมล็อตการผลิตภายในประเทศไทยด้วย ซึ่งหนึ่งผู้ได้รับการฉีดยังมีนพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอามัยโลกประจำประเทศไทย นางจุไรรัตน์ เรวงค์ อายุ 69 ปี ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแอสตราเซเนกาเป็นคนแรกจากล็อตแรกที่จัดส่งในเดือน มิ.ย. ให้สัมภาษณ์หลังฉีดวัคซีนอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ประเดิมฉีดเข็มแรก! วัคซีนแอสตราเซเนกา รุ่นผลิตในประเทศไทย"
COVID-19: โควิดระบาดหนัก! สอบสวนโรคล่าสุดไม่สามารถค้นได้ว่าติดจากใคร
ผอ.กองระบาดวิทยา เผยทุกจังหวัดพบผู้ติดเชื้อหมด! ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงวันนี้แตกต่างจาก 3-4 สัปดาห์ก่อนที่พบติดจากคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน แต่ตอนนี้ในพื้นที่ระบาดติดเชื้อมาก! เมื่อสอบสวนหลายกรณี ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ติดเชื้อจากใคร ยิ่ง กทม.ปริมณฑล ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิต 65 คนอาศัยในพื้นที่ระบาดสอบสวนหาต้นตอติดเชื้อไม่ได้ ย้ำ! ขอให้ลูกหลานพาผู้สูงวัยฉีดวัคซีน หลังพบตัวเลขยังน้อย!! เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ก.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด19 ว่าสำหรับสถานการณ์การระบาดในวันนี้ยอด 15,335 ราย มาจากต่างประเทศ 19 ราย อยู่ในกทม.และปริมณฑล 6,069 ราย ชายแดนใต้ 805 ราย จังหวัดอื่นๆ 7,801 ราย วันนี้ต้องแสดงความเสียใจ เนื่องจากมีตัวเลขผู้เสียชีวิตค่อนข้างมากมีรายงานเสียชีวิตวันนี้ 129 ราย รวมสะสม 3,965 ราย เกินครึ่งอยู่ในกทม.และปริมณฑลอ่านเพิ่มเติม "COVID-19: โควิดระบาดหนัก! สอบสวนโรคล่าสุดไม่สามารถค้นได้ว่าติดจากใคร"
COVID-19: หน้ากากอามัยสองชั้น ช่วยป้องกันได้ดีแค่ไหน
ช่วงเวลาวิกฤตที่ Covid-19 ระบาดไปทั่ว คำแนะนำสำคัญคือควรล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างจากบุคคลอื่น แม้กระทั่งคนในครอบครัว และที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ การสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ดร.โมนิกา คานธี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, ซานฟรานซิสโก ได้แนะนำให้สวมหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยซ้อนกัน 2 ชั้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ควรใส่หน้ากากอนามัย 2 ชั้น คือผู้ที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก หรืออยู่ในพื้นที่แออัด หริอแม้กระทั่งต้องอยู่บ้านเดียวกันที่มีขนาดเล็กจนไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ รวมถึงการทำงานอยู่ในห้องแอร์ (อากาศปิด) ที่มีเพื่อนร่วมงานอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากก็ควรต้องใส่หน้ากากอนามัย 2 ชั้น
5 โรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทยที่ผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย (Expat) ควรรู้
สำหรับชาวต่างชาติจำนวนมากที่กำลังพิจารณาวีซ่าเกษียณอายุในประเทศไทย การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึงเสมอ นี่คือโรงพยาบาลที่ดีที่สุดที่คุณสามารถเข้าถึงได้ในประเทศไทย เป็นความจริงที่ผู้เกษียณอายุมักมาจากกลุ่มอายุที่มากขึ้น และผู้สูงอายุก็ต้องการบริการด้านสุขภาพมากกว่าประชากรที่อายุน้อยกว่า ผู้ที่กำลังยื่นขอวีซ่าเกษียณอายุในไทยควรทำความรู้จักกับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพื่อที่คุณจะได้สามารถแสวงหาการรักษาพยาบาลชั้นยอดที่มีให้บริการในประเทศนี้ ในฐานะที่เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยและกำลังเกษียณอายุ คุณควรคำนึงถึงคุณภาพของโรงพยาบาลที่คุณวางแผนจะเข้ารับการรักษาและระดับความปลอดภัยที่จะรับรองเสมอ ตามหลักการทั่วไป คุณควรใช้บริการของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ตลอดจนจดบันทึกการรับรองของโรงพยาบาล หากมี หากคุณกำลังวางแผนที่จะเกษียณอายุในประเทศไทย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ และเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย เป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำขนาด 200 เตียงสำหรับการแพทย์เฉพาะทางและเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติหลายคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นแฟนตัวยงของโรงพยาบาลแห่งนี้ เนื่องจากมีแพทย์และพยาบาลที่สื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วกับฝูงชนที่พูดภาษาอังกฤษบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนลยังเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง Joint Commission International Accreditation (JCIA) ให้การรักษาผู้ป่วยมากกว่า 1 ล้านคนทุกปี ตั้งแต่การตรวจสุขภาพปกติไปจนถึงการผ่าตัดใหญ่ โรงพยาบาลให้บริการทางการแพทย์คุณภาพสูงโดยใช้เวลารอน้อยที่สุด พญาไท ศรีราชา แม้ว่าจะใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ประมาณ 90 นาที แต่พญาไทศรีราชาเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทยและมีแผนกนานาชาติขนาดใหญ่ที่มีพนักงานสองภาษาทั้งไทยและอังกฤษ ชาวต่างชาติจำนวนมากจากทั่วทุกมุมของประเทศไทยชื่นชอบ พญาไท ศรีราชา สำหรับการรักษาพยาบาลของพวกเขา เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสากล บุคลากรทางการแพทย์ที่เอาใจใส่ และราคาที่สมเหตุสมผล โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (โรงพยาบาลบางกอกเนติสซิ่งโฮม) โรงพยาบาลบีเอ็นเอชตั้งอยู่บนถนนคอนแวนต์ สีลม กรุงเทพฯเป็นโรงพยาบาลสมัยใหม่ที่ดำเนินงานตามมาตรฐานสากล ด้วยจำนวนเตียงที่พร้อมให้บริการกว่า 100 เตียง โรงพยาบาลจึงให้บริการการรักษาทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก และแพทย์ของโรงพยาบาลมีประสบการณ์ในด้านการแพทย์ที่หลากหลาย ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและทันสมัยที่สุดในประเทศไทย บีเอ็นเอชจึงสามารถให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยจากกว่า 70 ประเทศ แผนกการแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดบางแห่ง ได้แก่ คลินิกดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์หัวใจ คลินิกทันตกรรมอ่านเพิ่มเติม "5 โรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทยที่ผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย (Expat) ควรรู้"
รพ.วิมุต: ไม่มีโรคภัย = ปัจจัยสร้างความสุข ทริคสร้างสุขแบบเวชศาสตร์ครอบครัว
ไม่มีโรคภัย = ปัจจัยสร้างความสุข ทริคสร้างสุขแบบเวชศาสตร์ครอบครัว ‘โรงพยาบาลวิมุต’ ขอแนะนำเนื่องในวันความสุขสากล 20 มีนาคม 2564 โรงพยาบาลวิมุต – 20 มีนาคมของทุกปี ถูกยกให้เป็นวันความสุขสากล หรือ International Day of Happiness ตามมติของที่ประชุมสหประชาชาติที่ต้องการส่งเสริมให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสุขและเรียกร้องให้แต่ละประเทศผลักดันนโยบายเพิ่มความสุขให้กับประชาชนด้วย ไม่มีโรคภัย = ปัจจัยสร้างความสุข ทริคสร้างสุขแบบเวชศาสตร์ครอบครัว ‘โรงพยาบาลวิมุต’ ขอแนะนำเนื่องในวันความสุขสากล 20 มีนาคม 2564 โรงพยาบาลวิมุต – 20 มีนาคมของทุกปี ถูกยกให้เป็นวันความสุขสากล หรือ International Day of Happiness ตามมติของที่ประชุมสหประชาชาติที่ต้องการส่งเสริมให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสุขและเรียกร้องให้แต่ละประเทศผลักดันนโยบายเพิ่มความสุขให้กับประชาชนด้วย พอพูดถึงความสุขแล้ว ถ้าจะให้คุณลองหลับตาแล้วนึกถึงคนที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุด เชื่อว่าคำตอบของหลายคนย่อมเป็นลูก คนรัก พ่อแม่พี่น้อง น้องหมาและน้องแมวที่บ้านซึ่งล้วนแต่เป็นสมาชิกในครอบครัวทั้งสิ้น ‘โรงพยาบาลวิมุต‘ ขอแนะนำให้คุณรู้จักกับใครอีกคน ที่พร้อมจะทำให้ดูแลความสุขให้กับคุณ อันที่จริงไม่ใช่แค่คุณแต่เป็นครอบครัวของคุณด้วย ไม่ใช่แค่หมอ แต่ขอเป็นคนในบ้าน คำว่า “แพทย์ครอบครัว” หรืออ่านเพิ่มเติม "รพ.วิมุต: ไม่มีโรคภัย = ปัจจัยสร้างความสุข ทริคสร้างสุขแบบเวชศาสตร์ครอบครัว"
รู้จักเครื่อง ECMO…ฮีโร่ผู้ช่วยผู้ป่วยวิกฤติ
ในภาวะที่โรคโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้ป่วยหลั่งไหลท่วมท้นโรงพยาบาลนั้น ในอนาคตอันใกล้เหล่าแพทย์อาจจะต้องเผชิญกับ "การตัดสินใจที่น่าเจ็บปวด" ในการเลือกว่าผู้ป่วยคนใดจะได้รับการรักษาเพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่รอดต่อไปโดยการลดแรงกดดันนี้ ECMO อาจจะคือตัวช่วยบรรเทา แล้ว ECMO ที่ว่านี้คืออะไรกัน ที่ผ่านมาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน อาการปอดอักเสบ หรือ ติดเชื้ออย่างรุนแรง อาจทำให้อาการแย่ลงและเสียชีวิตระหว่างทางได้ ทว่าปัจจุบันสามารถจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลหนึ่งไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งสามารถทำได้ โดยมีความปลอดภัยมากขึ้นได้ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า ECMOECMO (Extracorporeal membrane oxygenation) หรือที่ในภาษาไทยเรียกว่า เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ทดแทนการทำงานของหัวใจและปอดที่ทำงานผิดปกติจนไม่สามารถประคับประคองด้วยยาได้แล้ว เป็นเครื่องมือพิเศษที่จะช่วยทดแทนการทำงานของหัวใจและปอดในเวลาที่อวัยวะเหล่านั้นอ่อนแอ เกินกว่าที่จะทำงานได้อย่างปกติ แม้ว่าจะใช้มาตรการทางการแพทย์ตามปกติแล้วก็ตามโดยปกติเครื่อง ECMO จะตั้งอยู่ในห้องฉุกเฉิน หรือ ICU ของโรงพยาบาล เพื่อใช้ในการผ่าตัดหัวใจ โดยใช้งานต่อเนื่องได้ 4-6 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้เครื่องมีขนาดใหญ่เท่ากับตู้เย็น 1 เครื่อง ทำให้มีข้อจำกัดว่า ไม่สามารถนำเครื่อง ECMO ไปใช้งานนอกสถานที่ได้แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่อง ECMO ให้มีขนาดเล็กลง มีขนาดใกล้เคียงกับเตาไมโครเวฟ เรียกว่า TRANSPORT ECMO ข้อดีของเครื่องนี้ คือสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤติของโรคหัวใจและปอด เช่น อาการหัวใจวายเฉียบพลันอ่านเพิ่มเติม "รู้จักเครื่อง ECMO…ฮีโร่ผู้ช่วยผู้ป่วยวิกฤติ"
รพ.วิมุต: พหลโยธิน เดินหน้าเต็มกำลัง พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบพฤษภาคมนี้
รพ.วิมุต พหลโยธิน เดินหน้าเต็มกำลัง พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบพฤษภาคมนี้ ตอบทุกโจทย์การรักษาทางการแพทย์ นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุตโฮลดิ้ง จำกัด และรักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต จำกัด แถลงข่าวความคืบหน้าธุรกิจ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ที่พร้อมเปิดให้บริการในเดือน พฤษภาคม 2564 อย่างเต็มรูปแบบ ชูจุดเด่นศูนย์เฉพาะทางและทีมแพทย์ ที่ใส่ใจดูแลคนไข้เสมือนคนในครอบครัว พร้อมการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างตรงจุด ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ประกาศเดินหน้าสู่ความเป็นเลิศด้านโรคเบาหวาน ด้วยการร่วมลงทุนใน โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และร่วมมือกับ พฤกษา เรียลเอสเตท ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็น บริษัทในเครือ เดินหน้าเต็มกำลังในการสร้าง ‘Medical Ecosystem’ / Community Health Hub เพื่อเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพ กระจายตัวสู่ชุมชน หวังให้ทุกคนได้เข้าถึงการรักษาอย่างแท้จริง “โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ 4 ไร่ ริมถนนพหลโยธิน ติดสี่แยกสะพานควาย เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) ที่สามารถรักษาโรครุนแรงอ่านเพิ่มเติม "รพ.วิมุต: พหลโยธิน เดินหน้าเต็มกำลัง พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบพฤษภาคมนี้"
รพ.วิมุต: และพฤกษาจับมือ “กรมอนามัย-สมาคมแพทย์สตรีฯ” รุกเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
นายธีรเดช เกิดสำอางค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท และ นพ.สันติ เอื้อนรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ พ.ต.พญ.จันทรา เจณณวาสิน นายกสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านการเรียนรู้ตามหลักฉันทศึกษา (MBL: Mind-Based Learning) ผ่านการเล่นตามแนวทาง “สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา” สำหรับเด็กในช่วงปฐมวัย 0 – 8 ขวบ เพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกาย สมอง และอารมณ์ พร้อมช่วยให้เด็กเกิดการคิดวิเคราะห์ สร้างการมีวินัยทางสังคมไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน สำหรับ โครงการความร่วมมือในครั้งนี้เป็นหนึ่งในนโยบายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของพฤกษา หรือ Sustainable Development ในด้าน HEART to Society ที่ใส่ใจชุมชนพร้อมสร้างโอกาสที่ดีให้กับสังคมให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาจะถูกสร้างขึ้นไว้ที่โครงการ Pruksa Avenue เทพารักษ์ – เมืองใหม่อ่านเพิ่มเติม "รพ.วิมุต: และพฤกษาจับมือ “กรมอนามัย-สมาคมแพทย์สตรีฯ” รุกเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย"
นอนละเมอ: ลูกมีอาการนี้อันตรายรึป่าว
อาการนอนละเมอของลูกเล็ก เช่นการร้องไห้ กรีดร้อง สั่น เหงื่อแตก หรือลุกขึ้นนั่ง อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเกิดความกังวลใจ ว่าจะเป็นอาการผิดปกติทางสุขภาพของลูกหรือเปล่า? ซี่งจริงๆแล้วการ #นอนละเมอ ของเด็กเล็กสามารถพบได้บ่อยในเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-12 ปี และไม่พบความสัมพันธ์กับโรคทางจิตเวช แต่มาจากสาเหตุทางพันธุกรรม ที่หากคนในครอบครัวมีประวัตินอนละเมอ ความเป็นไปได้ที่เด็กจะนอนละเมออาจเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 โดยอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากช่วยให้ลูกๆหายจากการนอนละเมอ แนะนำให้กะเวลาปลุก ก่อนที่น้องๆจะเกิดอาการประมาณ 15-30 นาที เป็นระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะหายไปเอง ร่วมกับการจัดบรรยากาศในห้องนอนให้เหมาะแก่การพักผ่อน งดกิจกรรมที่ตื่นเต้น เช่นเล่นต่อสู้ก่อนนอน ออกแรงเยอะๆ ดูหนัง เล่าเรื่องหรืออ่านหนังสือน่ากลัว ก็สามารถช่วยให้เด็กๆมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นได้