COVID-19: ม.มหิดล สร้าง “ภูมิคุ้มกันทางปัญญา” พร้อมรับสถานการณ์ “อยู่ร่วมโควิด” และโรคอุบัติใหม่ในอนาคต

ม.มหิดล สร้าง "ภูมิคุ้มกันทางปัญญา" ปรับหลักสูตรพยาบาลให้พร้อมรับสถานการณ์ "อยู่ร่วม COVID-19" และโรคอุบัติใหม่ในอนาคต วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี ตรงกับ "วันพยาบาลแห่งชาติ" ซึ่งจัดตั้งขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "สมเด็จย่า" ที่ทรงมีคุณูปการต่อการพยาบาลไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ยาใจ สิทธิมงคล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงบทบาทของคณะฯ ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ที่ผ่านมา ซึ่งได้สืบสานพระปณิธานแห่ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "สมเด็จย่า" ที่ทรงอุทิศตนเพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้เข้าถึงการดูแลสุขภาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยาใจ สิทธิมงคล ได้ให้ความเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าประเทศไทยจะประสบกับภาวะยากลำบากจากวิกฤติการณ์ใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ทั้งคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ เคียงบ่าเคียงไหล่บุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ และสหสาขาวิชา คอยให้ความช่วยเหลือดูแลสุขภาวะประชาชน โดยเป็นผู้วางระบบการบริหารจัดการ การประเมินผู้ป่วยและส่งต่ออ่านเพิ่มเติม "COVID-19: ม.มหิดล สร้าง “ภูมิคุ้มกันทางปัญญา” พร้อมรับสถานการณ์ “อยู่ร่วมโควิด” และโรคอุบัติใหม่ในอนาคต"

COVID-19: สธ. เผย เตรียมยกระดับ “หมอพร้อม” สู่ Digital Health Pass เดินหน้าเปิดประเทศ

ยกระดับระบบ “หมอพร้อม” เป็น Digital Health Pass แสดงประวัติการติดเชื้อโควิด – 19 หลักฐานการฉีดวัคซีน รวมถึงผลการตรวจหาเชื้อทั้ง RT-PCR และ ATK  ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าออกในสถานที่ต่าง ๆ ตามมาตรการ COVID Free Setting  วันนี้ (18 ตุลาคม 2564) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยสามารถควบคุมโรคโควิด 19 ให้อยู่ในระดับทรงตัว มีการทยอยเปิดกิจการกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเปิดประเทศ โดยยึดหลักว่าประชาชนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับโรคโควิด 19 อย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญคือการเข้มมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา (Universal Prevention) การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมตามเป้าหมาย https://healthmenowth.com/health-news/covid-19-universal-prevention-is/ เพื่อช่วยลดการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต และสถานประกอบการต่างๆ ใช้มาตรการองค์กรปลอดเชื้อโควิด หรือ COVID Free Setting ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบมารองรับให้สามารถตรวจสอบประวัติการรับวัคซีน ผลการตรวจหาเชื้อ และการวินิจฉัยโควิด 19 ได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงพัฒนาระบบ “หมอพร้อม”อ่านเพิ่มเติม "COVID-19: สธ. เผย เตรียมยกระดับ “หมอพร้อม” สู่ Digital Health Pass เดินหน้าเปิดประเทศ"

1 วันควรปัสสาวะกี่ครั้งดี

หลายครั้งเวลาที่ผมอยู่โอพีดีออกตรวจคนไข้แผนกทางเดินปัสสาวะ สิ่งนึงที่คนไข้มักมาปรึกษาคือปัสสาวะบ่อยครับ และเมื่อพอถามว่าที่ว่าบ่อยนี่ บ่อยแค่ไหน บางคนก็บอกว่าวันละ 3 ครั้งมั่ง 4 ครั้งมั่งไรงี้ แล้วก็เลยกังวลต้องมาหาหมอหล่อบอกด้วยไรงี้ วันนี้เราเลยต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าวันนึงคนเราควรฉี่วันละกี่ครั้งดีนะ ปกตินี่ ฝรั่งเค้าศึกษากันว่า ในคนทั่วไป ถ้าเราดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรนี่ ปกติจะฉี่วันละประมาณ 5-6 ครั้งนะครับ และกลางคืนเมื่อหลับแล้วจะตื่นประมาณ 1-2 ครั้ง ซึ่งรวม ๆ ก็ 24 ชม. ตก 7-8 ครั้งครับ หรืออย่างมากไม่เกิน 10 ครั้งครับ ดังนั้นถ้าทุกคนฉี่อยู่ในเกณท์นี้ก็ถือว่าปกติดีนะครับ ไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่ได้ถือว่าบ่อยเกินไปครับ แต่ถ้าเกินหละ อันนี้ก็จะเริ่มเป็นปัญหาละครับ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนเราฉี่บ่อยก็เช่น ดื่มน้ำเยอะ อันนี้ตรงไปตรงมาครับ ดื่มมากก็ฉี่มากครับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อันนี้ก็พออักเสบมันก็บีบตัวบ่อยก็ฉี่บ่อยครับโรคประจำตัว เช่นเบาหวาน หรือความดันที่ต้องทานยาขับปัสสาวะครับต่อมลูกหมากโต อันนี้เป็นในผู้ชาย 50 ขวบขึ้นครับนิ่ว ก็ตรงไปตรงมาครับ คือพอมันมีก้อน ร่างกายก็อยากจะขับออก มันก็จะสร้างฉี่เยอะกว่าปกติ เราก็ฉี่บ่อยครับมีก้อนในท้อง เช่นมะเร็งอ่านเพิ่มเติม "1 วันควรปัสสาวะกี่ครั้งดี"

โรงพยาบาลอัจฉริยะ: สวทช. จับมือ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ นำ Digital Healthcare ยกระดับ

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ Digital Healthcare เพื่อยกระดับโรงพยาบาลเข้าสู่ Smart Hospital” เพื่อร่วมพัฒนา ส่งเสริม และขับเคลื่อนให้เกิดผลงานนวัตกรรมทางด้าน Smart Healthcare และ Digital Healthcare ในการเตรียมความพร้อมและปรับเปลี่ยนกระบวนการปฏิบัติงานของโรงพยาบาล โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัลในการเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศ (Digital Transformation) เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการ ระบบบริหารจัดการและยกระดับโรงพยาบาลเข้าสู่ Smart Hospital หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. มุ่งสร้างเสริมการวิจัย พัฒนา ออกแบบ และวิศวกรรม จนสามารถถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์ พร้อมส่งเสริมด้านการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดย  ที่ผ่านมา สวทช. ได้ผลักดันงานวิจัยและพัฒนาเครื่องมือแพทย์รวมไปถึงการร่วมทดสอบผลงานนวัตกรรมทางการแพทย์ของศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติอ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลอัจฉริยะ: สวทช. จับมือ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ นำ Digital Healthcare ยกระดับ"

โรงพยาบาลเอกชน: ภาระกิจในอนาคต

2.1 บริการสุขภาพ:ภาคเอกชนได้รับการส่งเสริมและขยายตัวจนมีขนาดใหญ่กว่าภาครัฐตามที่ได้กล่าวมาแล้ว 2.2 ฝึกอบรมและผลิตบุคลากร ด้านการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยของรัฐไม่สามารถขยายกำ ลังการผลิตบุคลากรให้เพียงพอกับความต้องการรวมของประเทศและจากต่างประเทศภาคเอกชนจึงควรมีบทบาทด้านนี้เพิ่มขึ้น 2.2.1 ส่งเสริมการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพมากขึ้นจากภาคเอกชนโดยได้รับการปฎิบัติอย่างเท่าเทียมกันเพื่อให้อัตราบุคลากรด้านสุขภาพต่อประชากรดีกว่าในประเทศอาเซี่ยน (ASEAN) (ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งท้ายๆ)กรณีเอกชนเป็นผู้ผลิต รัฐบาลต้องอุดหนุนงบประมาณการผลิตต่อหัวโดยไม่เลือกปฏิบัติ เช่นปัจจุบันรัฐส่งเสริมผลิตแพทย์ 300,000 บาท/หัว/ปี และให้โรงเรียนแพทย์ของรัฐเท่านั้น ถ้าอุดหนุนการผลิตของภาคเอกชนรัฐจะได้กำลังผลิตจากภาคเอกชน เข้ามาลงทุนผลิตแพทย์ เรื่องมาตรฐานไม่ต้องกังวลเพราะนักศึกษาแพทย์ทุกคน (รัฐและเอกชน) จะต้องผ่านการสอบกลางของแพทยสภา2.2.3 แพทยสภาและสถาบันฝึกอบรมแพทย์ควรอนุญาตให้ภาคเอกชนเป็นต้นสังกัดในการส่งแพทย์เรียนสาขาเฉพาะทางได้อย่างทัดเทียมโรงพยาบาลรัฐภาคเอกชนจะได้ไม่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาแย่งแพทย์เฉพาะทางจากภาครัฐ2.2.4 ควรอนุญาตการรับนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนแพทย์หรือฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางหลักสูตรนานาชาติในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เพื่อจะให้ลูกศิษย์ต่างชาติเหล่านี้ไปเผยแพร่ชื่อเสียงสถาบันของประเทศไทยและส่งต่อคนไข้มาจากประเทศภูมิลำ เนา รัฐบาลควรจัดให้มีทุนการศึกษาสำ หรับกลุ่มเหล่านี้ด้วย2.2.5 แพทยสภาควรอนุญาตให้แพทย์ต่างชาติผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาให้บริการและ ทำการสอนในโรงพยาบาลเอกชนได้เหมือนโรงพยาบาลรัฐ จะช่วยลดปัญหาขาดแพทย์และอาจารย์แพทย์ได้ 2.3 การวิจัยคลีนิก การวิจัยจะส่งเสริมการหาความรู้ใหม่ สร้างความเป็นผู้นำค้าน สุขภาพอย่างยั่งยืนส่งเสริมการวิจัยคลินิก (Clinical Trial) การจะเป็นผู้นำด้านการรักษาพยาบาล จำ เป็นต้อง อนุญาต / ส่งเสริมให้ภาคเอกชนทำการวิจัยคลินิก โดยจะมีบริษัทยาข้ามชาติต้องการเปิดตลาดการวิจัยคลินิก รัฐควรพิจารณาดังการวิจัยต่อไปนี้2.3.1 ส่งเสรมและให้ทุนวิจัยคลีนิก2.3.2 อนุญาตให้ภาคเอกชนมีคณะกรรมการการวิจัยในมนุษย์และสามารถวิจัยได้ อย่างอิสระโดยไม่ต้องไปร่วมกับภาครัฐเสมอเหมือนปัจจุบัน2.3.3 อนุญาตให้นำ เข้าวัสดุเพื่อการศึกษาเป็นยาวิจัยสำ หรับกรณีภาคเอกชนเป็นผู้ขอและทำ วิจัยอย่างทัดเทียมกับภาครัฐ

ออกกำลังกายคลายหนาว

อากาศช่วงนี้หนาวเย็นกว่าปกติ และรู้มั้ยว่ามันอาจเป็นโอกาสดีสำหรับการออกกำลังยืดเส้นยืดสาย เพราะอุณหภูมิต่ำจะช่วยให้เราเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้บริหารร่างกายด้วยวิธีออกแรงอย่างหนักหน่วง ในช่วงเวลาสั้นเป็นรอบ ๆ หรือ High Intensity Interval Training (HIIT).ผลการศึกษาล่าสุดของทีมนักวิทยาศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัย Laurentian University ในแคนาดา ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Applied Physiology ระบุว่าได้ทำการทดลองกับอาสาสมัคร 11 คน ที่ล้วนมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานแต่มีสุขภาพแข็งแรงในระดับปานกลาง โดยให้ออกกำลังแบบ HIIT ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส เปรียบเทียบกับการออกกำลังกายแบบเดียวกัน ที่อุณหภูมิ 21 องศาเซลเซียส.ทีมผู้วิจัยพบว่า การออกกำลังกายในสภาพที่หนาวเย็น 0 องศาเซลเซียส ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันที่สูงอยู่แล้วจากการออกกำลังแบบ HIIT ให้พุ่งขึ้นไปอีกหลังการออกกำลังกายถึง 358% ซึ่งเป็นอัตราที่มากกว่าการออกกำลังในภาวะอุณหภูมิสูงกว่าถึง 3 เท่า.ข้อมูลดังกล่าวได้จากการตรวจวัดอุณหภูมิผิวหนัง และแกนกลางร่างกายของอาสาสมัคร รวมทั้งวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทั้งก่อนและหลังจากให้พวกเขาปั่นจักรยานแบบออกแรงหนักหน่วง 1 นาที สลับกับการปั่นแบบเบาแรง 1.5 นาที รวมทั้งหมด 10 รอบ.อย่างไรก็ตามอ่านเพิ่มเติม "ออกกำลังกายคลายหนาว"

ทำความรู้จัก โรงพยาบาลเมดพาร์ค MedPark Hospital รพ. ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้

โรงพยาบาลเมดพาร์ค ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีวัตถุประสงค์ชัดเจนที่จะดึงศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ของไทยมาร่วมกัน ให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มขีดความสามารถ ใช้แนวคิดและการปฏิบัติแบบ Integrated Care โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมมอบคุณค่าของการรักษา (Value-based Care) ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยในสังคมปัจจุบัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ยังส่งเสริมการศึกษาและงานวิจัยเพื่อสนับสนุนให้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ของบุคลากรให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษาพยาบาลและดูแลผู้ป่วย มีการวางแผนในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต มีความพร้อมในการรักษาโรคยากและมีความซับซ้อน มุ่งสู่การรักษาระดับจตุตถภูมิ (Quaternary Care) และเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของอาเซียน โรงพยาบาลเมดพาร์คแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลของแพทย์ที่สร้างสรรค์โดยทีมแพทย์ในทุกรายละเอียด เพื่อประโยชน์และสุขภาพที่ดีของผู้ป่วยอย่างแท้จริง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้มีส่วนร่วมกับคณะผู้บริหาร ทีมผู้ออกแบบและผู้ก่อสร้างในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การดูแลสิ่งแวดล้อม การสรรหาอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ รวมถึงการออกแบบกระบวนการให้บริการผู้ป่วย ที่คำนึงถึงความเป็นเลิศ ในด้านคุณภาพของการรักษาและความปลอดภัย พร้อมที่จะมอบคุณค่า (Value) ประสบการณ์ (Patient Experience) และบริการที่ดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยเป็นสำคัญ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจแห่งใหม่บนถนนพระราม 4 ประกอบด้วยอาคาร 25 ชั้น พื้นที่ประมาณ 90,000 ตารางเมตร มีแพทย์เฉพาะทางกว่า 30อ่านเพิ่มเติม "ทำความรู้จัก โรงพยาบาลเมดพาร์ค MedPark Hospital รพ. ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้"

สูบบุหรี่ เรียกอีกอย่างว่าการตายผ่อนส่ง

การรณรงค์ตุลางดบุหรี่ (Stoptober) เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นเวลา 28 วันในเดือนตุลาคมของแต่ละปี โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนให้เลิกบุหรี่ แคมเปญประจำปีนี้จัดทำโดยกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังงานนี้คือผู้เข้าร่วมจะร่วมปฏิญาณตนว่าจะไม่สูบบุหรี่ในช่วง 28 วันนี้ แคมเปญตุลางดบุหรี่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2012 และประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งด้วยพลังของโซเชียลมีเดียที่มีส่วนร่วมในความนิยมของงานนี้ แคมเปญตุลางดบุหรี่ให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในการเลิกบุหรี่ และเพลิดเพลินไปกับผลประโยชน์ด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่และประโยชน์ในด้านการเงินมากมายจากการเลิกสูบบุหรี่ แต่ทำไมต้อง 28 วันด้วยล่ะ? แนวคิดหลักที่อยู่เบื้องหลังงานนี้มาจากหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าหลังจากที่ไม่สูบบุหรี่นานถึงยี่สิบแปดวัน ผู้สูบบุหรี่มีแนวโน้มสูงสุดถึงห้าเท่าในการเลิกสูบบุหรี่ได้เด็ดขาด ทำไมเราจึงต้องเลิกบุหรี่? การสูบบุหรี่ยาสูบเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณและคนที่อยู่รอบตัวคุณ รวมถึงสภาพแวดล้อมและยอดเงินในธนาคารของคุณ ตอนนี้เรามาพูดคุยเชิงลึกเกี่ยวกับการสูบบุหรี่และผลที่เกิดกับผู้สูบบุหรี่กัน เรามาเริ่มกันที่: สมอง: ผู้สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบ การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองอย่างน้อย 50% ซึ่งอาจทำให้สมองถูกทำลายและถึงขั้นเสียชีวิตได้ การสูบบุหรี่สามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพองได้ ซึ่งเป็นอาการโป่งพองของเส้นเลือดซึ่งเกิดจากความเปราะบางของผนังหลอดเลือด การแตกออกของหลอดเลือดเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะที่ร้ายแรงอย่างยิ่งที่เรียกว่าภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง หัวใจ: ปัญหาที่เกิดกับหัวใจเนื่องการสูบบุหรี่ได้แก่: โรคหลอดเลือดหัวใจหัวใจวายภาวะสมองขาดเลือดโรคหลอดเลือดส่วนปลายโรคหลอดเลือดสมอง ความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายและปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจสำหรับผู้สูบบุหรี่จะสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่มากเป็นสองเท่า ปอด: ตอนนี้ถึงเวลาพูดคุยเกี่ยวกับความเสียหายในปอดของเราจากการสูบบุหรี่แล้ว ไอโรคหวัดหายใจไม่ออกโรคหอบหืดโรคปอดบวมถุงลมโป่งพองโรคมะเร็งปอดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) กระเพาะอาหาร: ผู้สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารหรือแผลในกระเพาะอาหารมากขึ้น การสูบบุหรี่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่ควบคุมส่วนล่างของหลอดอาหารของคุณ การสูบบุหรี่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอซึ่งทำให้กรดจากกระเพาะอาหารเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง โดยจะย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหารของคุณ กระบวนการนี้เรียกว่า กรดไหลย้อน ปากและคอ: ปัญหาที่เกิดได้แก่:อ่านเพิ่มเติม "สูบบุหรี่ เรียกอีกอย่างว่าการตายผ่อนส่ง"

IQOS: รู้จักกับไอคอส 3 MULTI

วิธีใช้ IQOS 3 MULTI คู่มือทีละขั้นตอนแบบย่อ:1. ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์IQOS 3 MULTI ของคุณเปิดอยู่หรือไม่โดยกดปุ่มเป็นเวลา 1 วินาทีมีไฟแสดงที่ด้านล่างไหม? ถ้ามีก็ใช้งานได้เลย หากเครื่องไม่ได้เปิดอยู่ ให้เปิด IQOS 3 MULTI โดยกดปุ่ มค้างไว้ 4 วินาที หรือชาร์จอุปกรณ์ของคุณด้วยสายไฟและอแดปเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับของ IQOS2. หมุนฝาของ IQOS 3 MULTI แล้วใส่แท่งยาสูบ HEETS เข้าไป ค่อย ๆ ดันเข้าไปจนถึงเส้นฟิลเตอร์(ห้ามบิดแท่งยาสูบ HEETS)3. กดปุ่มค้างจนเครื่องสั่น ไฟจะเริ่มกะพริบขณะที่ IQOS 3 MULTI เริ่มร้อนขึ ้น4. IQOS 3 MULTI ของคุณจะสั่นสองครั้ง และไฟจะเปลี่ยนเป็นสีขาวนิ่งซึ่งหมายความว่าคุณใช้งานได้แล้ว!5. เมื่อไฟเริ่มกะพริบและเครื่องสั่นสองครั้งอีก หมายความว่าเวลาในการใช้IQOS 3 MULTI จะหมดแล้ว6. เมื่อไฟดับลง น าแท่งยาสูบ HEETSอ่านเพิ่มเติม "IQOS: รู้จักกับไอคอส 3 MULTI"

IQOS: รู้จักกับไอคอส DUO

IQOS 3 DUO ผลิตภัณฑ์ IQOS 3 DUO ของคุณชาร์จเต็มช้า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้สายไฟและอแดปเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับของ IQOS โดยเฉพาะ การชาร์จ IQOS ของคุณจากพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์แทนที่จะใช้อะแดปเตอร์ไฟฟ้าของแท้ อาจให้ประสิทธิภาพน้อยกว่าถึง 4 เท่า และในทำนองเดียวกัน การใช้สายไฟอื่นนอกเหนือจากที่ให้มาอาจมีประสิทธิภาพในการชาร์จน้อยกว่าถึง 5 เท่า หากที่ชาร์จ IQOS 3 DUO ของคุณชาร์จเต็มแล้ว เมื่อคุณเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ ไฟสถานะสุดท้ายอาจจะกะพริบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ได้แปลว่าที่ชาร์จของคุณชาร์จไม่ได้แต่อย่างใด และในทางกลับกัน หากที่ชาร์จ IQOS 3 DUO แบตหมดเกลี้ยง อาจต้องนำไปเสียบกับอแดปเตอร์ไฟฟ้าของแท้นานถึง 20 นาที ไฟแสดงสถานะจึงจะปรากฎขึ้น วิธีใช้งาน IQOS 3 DUO (1) แตะปุ่มที่ชาร์จIQOS 3 DUO เพื่อตรวจสอบระดับของแบตเตอรี่ เสียบอุปกรณ์เข้ากับเต้ารับโดยใช้อแดปเตอร์และสายไฟกระแสสลับ IQOS โดยเฉพาะ(2) หากต้องการเปิดหรือปิดที่ชาร์จIQOS 3อ่านเพิ่มเติม "IQOS: รู้จักกับไอคอส DUO"

IQOS: ใช้งานอย่างไร?

ฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ IQOS ชุดอุปกรณ์ IQOS มาพร้อมกับอุปกรณ์สองชิ้น ชิ้นแรกคือ ‘ด้าม (Holder)’ ซึ่งรองรับและให้ความร้อนแก่ HEETS (แท่งยาสูบ) อุปกรณ์ชิ้นที่สองคือ ‘ที่ชาร์จ (Pocket Charger)’ ซึ่งรองรับและชาร์จตัวด้ามก่อนการใช้งานในแต่ละครั้ง ต้องชาร์จตัวด้ามในที่ชาร์จก่อนการใช้งานในแต่ละครั้ง และต้องนำที่ชาร์จไปชาร์จไฟหลังจากที่ใช้ชาร์จด้ามครบ 20 ครั้ง วิธีใช้ IQOS นี่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดและเราขอแนะนำอย่างยิ่งให้อ่านคำแนะนำทีละขั้นโดยละเอียดก่อนใช้งานครั้งแรก ขั้นที่ 1: ชาร์จไฟ 2. กดค้าง 3 วินาที 3. ไฟเขียวนิ่ง หมายเหตุ: ไฟ 1 ดวงจากทั้งหมด 4 ดวงบนสถานะแบตของที่ชาร์จหมายถึงชาร์จตัวด้ามได้ 5 ครั้ง (รวมทั้งหมด 20 ครั้ง) หากคุณปล่อยด้ามไว้ในที่ชาร์จนานเกินไป ที่ชาร์จอาจปิดเครื่อง เมื่อคุณเปิดเครื่องอีกครั้งตัวด้ามควรจะชาร์จไฟเต็มแล้ว ขั้นที่ 2: ใส่แท่งยาสูบ ใส่ แท่งยาสูบลงในด้ามจนถึงแนวเส้นตามที่แสดงด้านบน ห้ามบิดแท่งยาสูบ แผ่นให้ความร้อน หมายเหตุ: หากคุณบิดแท่งยาสูบเมื่อขณะอยู่ในด้ามอาจทำให้แผ่นให้ความร้อนที่อยู่ด้านในแตกหักได้ง่ายอ่านเพิ่มเติม "IQOS: ใช้งานอย่างไร?"

IQOS: อย. สหรัฐฯ ยืนยัน สามารถโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ลดความเสี่ยงได้

เมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมาบุหรี่ไฟฟ้า IQOS นั้นมีการจำหน่ายไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม IQOS ก็ยังไม้ได้รับการยืนยันจากทาง องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่สามารถลดความเสี่ยงได้จริง ถึงแม้ว่าจะอนุญาติให้มีการจำหน่ายในสหรัฐฯ ได้แล้วก็ตาม แต่ล่าสุดทาง FDA ก็ได้มีการประกาศออกมาว่า อนุญาตให้บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ผู้ผลิตบุหรี่และยาสูบรายใหญ่ของโลก สามารถทำการสื่อสารกับผู้บริโภคว่า IQOS เป็น “ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ลดความเสี่ยง” ในประเภท “ลดการได้รับสารอันตราย” ได้แล้ว โดย FDA เห็นว่าผลิตภัณฑ์ IQOS มีความเหมาะสมในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน เพราะลดการได้รับสารเคมีที่เป็นอันตราย และอาจเป็นอันตรายอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การอนุญาตครั้งนี้ ยังระบุให้ผู้ผลิตยังคงต้องดำเนินการสำรวจ และศึกษาวิจัยหลังการขายต่อไป และ FDA อนุญาตให้สื่อสารผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอ ได้ด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้ ผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอเป็นการให้ความร้อนแก่ยาสูบ แต่ไม่มีการเผาไหม้ลดการเกิดสารเคมีที่เป็นอันตรายและอาจเป็นอันตรายได้อย่างมีนัยสำคัญการศึกษาทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนจากบุหรี่มวนแบบเดิมมาเป็นผลิตภัณฑ์ไร้ควันของฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชันแนล สามารถลดการได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายและอาจเป็นอันตรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

IQOS: ผลกระทบของการเริ่มวางจำหน่ายไอคอสที่มีต่อการจำหน่ายบุหรี่ธรรมดา

ฟิลลิฟ มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล (PMI) หนึ่งในผู้ผลิตบุหรี่ระหว่างประเทศรายใหญ่ที่สุด ได้ลงทุนอย่างจริงจังกับผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนระบบใหม่ IQOS ซึ่งกำลังวางตลาดด้วยความมั่นใจที่ว่าเป็นทางเลือกที่มีอันตรายน้อยกว่าเมื่อใช้แทนการสูบบุหรี่ธรรมดา โดยมีข้อสังเกตของบริษัทที่ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแทนการสูบบุหรี่ในท้องตลาดนั้นยังไม่มีการตรวจสอบอิสระใดๆมาก่อน วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือการระบุว่าการเริ่มวางจำหน่าย IQOS นั้นส่งผลต่อการจำหน่ายบุหรี่ในพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่หรือไม่ ข้อมูลและวิธีดำเนินการ ใช้ข้อมูลการสำรวจธุรกิจค้าปลีกรายเดือนตั้งแต่ปี ค.ศ.2014 ถึง ค.ศ.2018 ในประเทศญี่ปุ่น โดยเราวิเคราะห์ว่าวันที่เป็นกำหนดการที่แตกต่างกันของการเริ่มวางจำหน่าย IQOS ในภูมิภาคต่างๆของประเทศญี่ปุ่นนั้นส่งผลต่อรูปแบบของการจำหน่ายบุหรี่ธรรมดาในภูมิภาคนั้นๆหรือไม่ และยังได้ประเมินชุดแบบจำลองเพสโบ (การวิเคราะห์ซ้ำด้วยชุดข้อมูลที่ต่างออกไป) เพื่อตรวจสอบว่าหากมีเหตุการณ์อื่นใดหรือไม่นอกเหนือจากการเริ่มวางจำหน่าย IQOS ที่จะอธิบายรูปแบบที่สังเกตได้ของการจำหน่ายบุหรี่ได้ดีกว่า ผลการวิจัย พบการจำหน่ายบุหรี่เริ่มลดลงอย่างชัดเจนในขณะที่มีการเริ่มวางจำหน่าย IQOS ในแต่ละภูมิภาคของทั้ง 11 แห่งในประเทศญี่ปุ่น (การทดสอบโดยใช้ตัวแปรหุ่น (Chow tests) p<0.001) การเริ่มวางจำหน่าย IQOS ซึ่งแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ทำให้คาดการณ์ช่วงเวลาการลดลงของการจำหน่ายบุหรี่ได้ดีขึ้น ดีกว่าการกำหนดเวลาใดเวลาหนึ่งกับภูมิภาคทั้งหมดในเวลาเดียวกัน (แรงกระทบจากปัจจัยภายนอกระดับชาติ (a national-level exogenous shock)) และดีกว่าการปรับปรุงที่เป็นไปได้ของเดือนต่างๆในการจัดจำหน่าย IQOS อย่างเป็นทางการตามภูมิภาคต่างๆ (การทดสอบการเรียงสับเปลี่ยน (permutation test) ได้ค่า p เริ่มจากอ่านเพิ่มเติม "IQOS: ผลกระทบของการเริ่มวางจำหน่ายไอคอสที่มีต่อการจำหน่ายบุหรี่ธรรมดา"

IQOS: องค์การอาหารและยาอเมริกาอนุญาตขายไอคอสผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนแต่ไม่เผาไหม้แล้ว

หลังได้รับอนุมัติผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ประกาศอนุญาตให้ ‘ไอคอส’ (IQOS) หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนแต่ไม่เผาไหม้ของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส จำหน่ายได้ในอเมริกา IQOS เป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบไร้ควันที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ความร้อนกับใบยาสูบที่บรรจุอยู่ในมวนยาสูบ (heatstick) ที่ปล่อยสารนิโคตินออกมาในรูปของไอละออง (aerosol) โดย FDA ยังคงตั้งมาตรการข้อกำหนดทางการตลาดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันกรเข้าถึงของเยาวชนรวมไปถึงการลองใช้ ทั้งนี้ US FDA ได้ทำการพิจารณาคำขอรับรองดังกล่าวบนตามหลักการบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด โดยทางองค์การฯเห็นว่าการอนุญาตให้IQOSสามารถจำหน่ายได้ในอเมริกานั้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณสุข เพราะผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสารที่เป็นพิษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาที่มีสารพิษมากกว่าซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ในบุหรี่ โดยตัวมวน Heatstick ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายพร้อมอุปกรณ์ไอคอสนั้นได้แก่ มาร์ลโบโร ฮีทสติ๊ก, มาร์ลโบโร สมูธ เมนธอล ฮีทสติ๊ก และมาร์ลโบโร เฟรช เมนธอล ฮีทสติ๊ก อย่างไรก็ตาม ทาง US FDA กล่าวว่าการอนุญาตให้จำหน่ายได้นั้นไม่ได้หมายความว่า IQOS เป็นสิ่งที่ปลอดภัย หรือ ‘รับรองโดยเอฟดีเอว่าปลอดภัย’ เพราะผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทล้วนมีความเสี่ยง และอาจทำให้เสพย์ติดได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบก็ไม่ควรเริ่มใช้ นอกจากนี้ การอนุญาตครั้งนี้ยังไม่ได้รวมถึงการรับรอง ‘IQOS’ เป็นอ่านเพิ่มเติม "IQOS: องค์การอาหารและยาอเมริกาอนุญาตขายไอคอสผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนแต่ไม่เผาไหม้แล้ว"

12 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกปี 2021 โดย RankRed

ที่ RankRed เรามักจะกล่าวถึงความก้าวหน้าล่าสุดในด้านการแพทย์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องและ เราจึงได้รวบรวมรายชื่อ 12 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2020 มาให้ดูกัน