ญี่ปุ่นตัวจริง ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ หากมองเป็นจะเห็นโอกาส

ญี่ปุ่นได้มีนโยบายเปิดรับต่างชาติให้สามารถเข้ามาทํางานในญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น โดยตั้งวีซ่าทักษะเฉพาะ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจกับประเทศที่ญี่ปุ่นทําสนธิสัญญาด้วย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย สามารถเข้ามามีบทบาทในธุรกิจ Health Care ปัจจุบันสัดส่วนประชากรโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความท้าทายทางเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน จากข้อมูลสํานักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงการปกครองและการสื่อสารภายในประเทศญี่ปุ่น ณ เดือนกันยายน 2563 พบว่า จํานวนประชากรทั้งหมดที่อาศัยในญี่ปุ่นมี 125.80 ล้านคน มีประชากรสูงวัย (อายุ 65 ปีขึ้นไป) อยู่ 36.16 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 28.74 ของจํานวนประชากรทั้งหมด โดยกลุ่มประชากรสูงวัยเป็นกลุ่มที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มประชากรวัยอื่นๆ มีแนวโน้มลดลงในแต่ละปี ข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงการปกครองและการสื่อสารภายในประเทศญี่ปุ่น พบว่า การบริโภครายเดือนเฉลี่ยในปี 2562 ของทุกครัวเรือนในญี่ปุ่นรวมทุกรายการ ชใช้จ่ายอยู่ที่ 249,704 เยน (ประมาณ 70,000 บาท)โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการแพทย์ 11,886 เยน (ประมาณ 3,400 บาท) ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดรายเดือนทั้งนี้หากดูข้อมูลเฉพาะครัวเรือนสูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะพบว่าค่ารักษาพยาบาลอยู่ที่ 15,795 เยนอ่านเพิ่มเติม "ญี่ปุ่นตัวจริง ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ หากมองเป็นจะเห็นโอกาส"

3 โรงพยาบาลเข้ารอบสุดท้าย Thailand Zocial Awards 2020

ประกาศกันออกมาแล้วสำหรับผู้เข้ารอบสุดท้ายสามอันดับ (Finalist) สำหรับรางวัลออสการ์แห่งโลกโซเชียวมีเดียประจำปี 2563 อย่าง Thailand Zocial Awards 2020 โดยสำหรับสาขาโรงพยาบาลมีเขารอบมาทั้งหมดสามแห่งได้แก่

11 ข้อควรปฏิบัติสำหรับหญิงตั้งครรภ์

ควรกินอาหารพวกโปรตีน (เช่น เนื้อสัตว์นม ไข่ ถั่วเหลือง เต้าหู้) อาหารที่มีธาตุเหล็ก (เช่น ตับ เครื่องในสัตว์ นม ไข่) แคลเซียม  (เช่น นม เต้าหู้ก้อน แข็ง ยาเม็ดแคลเซียม) ผักและผลไม้ให้มาก ๆควรงดแอลกอฮอล์ (อาจทำให้ทารกพิการ หรือปัญญาอ่อน) และบุหรี่(อาจทำให้ทารกตัวเล็กคลอดก่อนกำหนด หรือแท้ง)อย่าซื้อยาใช้เอง เพราะอาจได้รับยาที่เป็น อันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ทำงานและกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ สามารถออกกำลังกายได้ แต่ไมควรหักโหมจนเกินไปพักผ่อนนอนหลับให้มากขึ้น เมื่อครรภ์ใหญ่ ขึ้นควรนอนตะแคง หลีกเลี่ยงการนอนหงายเพราะมดลูกอาจกดหลอดเลือดใหญ่และท่อเลือดดำได้ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไปในรายที่เต้านมใหญ่ควรเปลี่ยนเสื้อชั้นในที่สามารถประคองเต้านมหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าเส้นสูง เพราะอาจทำให้ปวดหลังได้ง่ายสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้จนกระทั่งประมาณ 4 สัปดาห์ก่อนวันกำหนดคลอด โดยหลีกเลี่ยงท่าที่ฝ่ายชายทาบทับที่ท้องโดยตรง ถ้ามีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดหรือเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดควรงดการมีเพศสัมพันธ์ควรฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งคลอด โดยทั่วไปก่อนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ จะนัดตรวจทุก 4 สัปดาห์ อายุครรภ์  28-38 สัปดาห์จะนัดตรวจทุก 2 สัปดาห์ และอายุครรภ์ 38 สัปดาห์ขึ้นไปจะนัดตรวจทุก 1 สัปดาห์ถ้าหากมีอาการผิดปกติ  ควรรีบกลับไปแจ้งให้แพทย์ทราบ ในระยะใกล้คลอด ควรหลีกเลี่ยงการใช้แอสไพริน และยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์ เพราะอาจทำให้มดลูกไม่บีบตัว ไม่มีแรงเบ่งคลอด คลอดยากได้

โรงพยาบาลประกันสังคม: มีที่ไหนบ้าง กี่โควต้า

ข้อมูลล่าสุด 4 มกราคม 65 โรงพยาบาลเอกชน 88 แห่งจากทั่วประเทศ (1 แห่งเต็มแล้วคือ ป.แพทย์) เปิดรับผู้ประกันตน ที่ต้องการเปลี่ยน/ย้าย รอบปี 65 สามารถทำการย้ายได้ถึง 31 มีนาคม 65 วิธีเปลี่ยนสถานพยาบาล ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 สามารถเปลี่ยนสถานพยาบาล ได้ด้วยตัวเอง 3 ช่องทาง ช่องทางการยื่นเปลี่ยนสถานพยาบาล 1. ทำรายการผ่านเว็บไซต์ http://www.sso.go.th2. ทำรายการผ่าน Application SSO Connect3. ยื่นแบบเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์  (สปส. 9-20) ได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ ช่องทางตรวจสอบสิทธิสถานพยาบาล - Line Official Account ของสำนักงานประกันสังคม (@ssothai)- http://www.sso.go.th- Application SSO Connect- เครื่อง Smart kiosk ของกระทรวงมหาดไทย- สายด่วนอ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลประกันสังคม: มีที่ไหนบ้าง กี่โควต้า"

7 วิธีเปลี่ยนสมองล้า คิดช้าเป็นสมองไบร์ คิดงานไว เพิ่มพลังบวก

สมองคือกองบัญชาการที่สำคัญของร่างกาย มีหน้าที่ควบคุมทุกระบบของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ การเคลื่อนไหว ความรู้สึก การเรียนรู้ ความคิด ความจำ และการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

นอนก็เยอะ แต่ทำไมยังรู้สึกเพลีย

มาสังเกตตัวเองกันดีกว่า ถ้ายังรู้สึกเหมือนนอนไม่พอ อยากหลับให้สนิทมากขึ้น ลองใช้ตัวช่วยที่มีสารสกัดจากคาโมมายล์และเห็ดหลินจือ

อินฟลูเอนเซอร์ – ไอดอลทางด้านสุขภาพของไทยปี 2022

ผลสำรวจชี้ คนไทยอัปเดตข้อมูลและปัญหาสุขภาพผ่านโซเชียลทุกแพลตฟอร์ม โดยคนที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะนึกถึง “หมอริท” นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช และ “หมอเคท” พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันตร์ เป็นตัวอย่างบุคคลที่สนใจหรือให้ความเชื่อถือ ขณะที่คนอายุมากกว่า 60 ปี ก็จะสนใจ “หมอยง” ศ. นพ.ยง ภู่วรวรรณ นอกจากนี้กลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ยังให้ความสนใจกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ อาทิ “ฟ้าใส พึ่งอุดม” และ “เบเบ้” ธันย์ชนก ฤทธินาคา จึงไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ส่งสารให้กระจายออกไปในวงกว้าง ช่วยให้ข้อมูลทางด้านการดูแลสุขภาพเข้าใจได้ง่ายขึ้น นอกจากบุคคลที่น่าเชื่อถือแล้ว ปัจจุบัน คนไทยยังเปิดรับข้อมูลสุขภาพจากหลากหลายแหล่ง ทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนอินฟลูเอนเซอร์ เช่น ยูทูบเบอร์ เพจชื่อดังต่าง ๆ ผู้สื่อข่าว นักสื่อสารมวลชน รวมไปถึงอสม. และผู้นำชุมชน อีกทั้งยังมีน้ำหนักการกระจายใกล้เคียงกัน โดยส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นการรับข้อมูลไว้เพื่อตัดสินใจในอนาคต (71%) ยังไม่ได้จะปฏิบัติตามหรือบอกต่อในทันที การรับข่าวสารข้อมูลจึงอาจเป็นในรูปแบบความเห็นที่สอง หรือจากประสบการณ์ของคนอื่นมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย นับเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต การสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากอ่านเพิ่มเติม "อินฟลูเอนเซอร์ – ไอดอลทางด้านสุขภาพของไทยปี 2022"

โรคนิ่ว: ดื่มกาแฟแล้วช่วยป้องกันได้จริงหรือไม่ ?

นักวิจัยได้ทำการติดตามข้อมูลชาวเดนมาร์กราว 100,000 คน เป็นเวลาประมาณ 8 ปี พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมากกว่า 6 แก้วต่อวัน จะมีความเสี่ยงที่ในการเป็นโรคนิ่วลดลงถึง 23% Dr. A. Tybjaerg-Hansen หัวหน้าแพทย์ของแผนกชีวเคมีคลินิกของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนในเดนมาร์ก บอกว่า “การดื่มกาแฟมากจะทำให้อัตราการเป็นนิ่วต่ำ” เรื่องนี้คงจะเป็นข่าวดีสำหรับชาวเดนมาร์ก เพราะ 6 % ของประชากร ดื่มกาแฟวันละมากกว่า 6 แก้ว อย่างไรก็ตามการดื่มกาแฟไม่มากก็ยังมีผลในการป้องกันโรคนิ่วเช่นกัน โดยผู้ที่ดื่มกาแฟวันละแก้ว จะมีความเสี่ยงลดลงราว 3% ขณะที่ผู้ซึ่งดื่มกาแฟวันละ 3-6 แก้ว จะลดโอกาสในการเป็นโรคนิ่วได้ 17% ผลการวิจัยข้างต้นได้ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 5 กันยายน ในหนังสือ วารสารอายุศาสตร์ นิ่ว เป็นเหมือนก้อนกรวดแข็งที่สามารถสะสมในถุงน้ำดีและจะไปปิดกั้นท่อน้ำดี ส่วนมากแล้วผู้ป่วยจะเริ่มรักษาเมื่อรู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ได้ แม้งานวิจัยจะพบว่ากาแฟช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นนิ่ว แต่เหตุผลคืออะไรก็ยังไม่แน่ชัด Dr. A. Tybjaerg-Hansen  คาดว่า คาเฟอีน ถูกขับออกทางน้ำดี จึงเป็นไปได้ว่ากาแฟจะไปลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่พบในน้ำดี เนื่องจากการพัฒนาของโรคนิ่วนั้นขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างคอเลสเตอรอลและกรดน้ำดี อย่างไรก็ตาม Dr. Anthony Bleyerอ่านเพิ่มเติม "โรคนิ่ว: ดื่มกาแฟแล้วช่วยป้องกันได้จริงหรือไม่ ?"

นมแม่: ปัญหาเมื่อลูกเริ่มดูดนมแม่ในสัปดาห์แรก

เมื่อแม่กับลูกได้ทำความรู้จักเบื้องต้นกันแล้ว และจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันต่อไป ความสามารถในการรับรู้และแสดงออกของทารกแรกเกิดมีมากกว่าที่เราคิดมากเลยทีเดียว ลูกจะจำเสียง และจำกลิ่นน้ำนมของแม่ได้ หากแม่ลูกได้ใกล้ชิดและดูแลลูกตั้งแต่เริ่มแรกก็จะทำให้รู้ใจกันมากขึ้น การที่ลูกอยู่ข้างเตียงคุณแม่ตลอดเวลาตั้งแต่แรกเกิดมีก็ข้อดีเช่นนี้ คุณแม่จะมีความชำนาญในการให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำทำความสะอาดลูกเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับไปอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาไปเริ่มต้นเรียนรู้กันใหม่ เพราะผู้ช่วยที่จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องอาจจะไม่มีก็ได้เมื่อต้องกลับบ้านไป การที่คุณแม่กลัวว่าลูกจะได้นมไม่พอ เพราะดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียว เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดใน 2-3 วันแรก และในช่วงนี้เต้านมก็ยังไม่คัด คุณแม่จึงเห็นว่าลูกได้นมไปไม่มากพอ คุณแม่มือใหม่ที่อุ้มลูกครั้งแรกอาจยังเก้ๆ กังๆ แต่ถ้าได้อุ้มบ่อยๆ ก็จะชำนาญไปเอง การให้ลูกได้นอนข้างเตียงแม่ทำให้สามารถให้นมลูกได้ตามความต้องการของเขาจะช่วยเร่งการสร้างน้ำนมให้มีมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ในระยะแรกๆ นมแม่จะยังไม่คัดก็ตาม ในระยะเริ่มต้นให้นมแม่กำลังใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้น คุณแม่ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง มั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับลูก ควรหาผู้ที่เข้าใจเรื่องนมแม่เพื่อเป็นการสนับสนุน ในช่วงแรกทารกไม่ได้ต้องการนมมากมายอะไร ธรรมชาติได้จัดสรรมาดีอย่างสมเหตุผลอยู่แล้ว สิ่งที่ทารกต้องการในช่วงนี้คือ ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยเหมือนกับที่อยู่ในท้องแม่ต่างหาก ในช่วงนี้ ธรรมชาติจึงทำให้แม่มีน้ำนมน้อยๆ เพื่อที่แม่จะได้อุ้มลูกขึ้นมาดูดนมแม่บ่อยๆ ทุก 2 ชั่วโมง อ้อมแขนของแม่จะทำให้ลูกเกิดความมั่นใจว่าปลอดภัย เขาก็จะมีความรู้สึกที่ดี มีความสุข และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ของโลกได้ดียิ่งขึ้น การเริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีวิธีการดังนี้-หลังคลอดควรให้ลูกได้ดูดนมแม่เร็วที่สุด-ตั้งแต่แรกเกิดควรให้ลูกได้นอนข้างเตียงแม่ตลอดเวลา-ทั้งกลางวันและกลางคืนควรให้ลูกดูดนมแม่บ่อยๆ ตามความต้องการของลูก-ควรอุ้มลูกในท่าที่ถูกต้องเมื่อให้นมแม่แก่ลูก-ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในช่วงที่ลูกหลับก็ควรนอนหลับพักผ่อนไปด้วย-ไม่ควรให้ลูกดูดน้ำ นมผสม หรือหัวนมหลอกจากจุกนมยาง เมื่อเต้านมคัดควรทำอย่างไรในวันที่ 3-4 หลังคลอด น้ำนมจะเริ่มมาอ่านเพิ่มเติม "นมแม่: ปัญหาเมื่อลูกเริ่มดูดนมแม่ในสัปดาห์แรก"

3 วิธีการดูแลมารดาหลังคลอด

หลังคลอดมารดาต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี มี 3 วิธีดังต่อไปนี้ การดูแลมารดาหลังคลอดด้วยการประคบตัว จะทำในช่วงหลังคลอด 2-3 วัน ในช่วงที่มีการอยู่ไฟอยู่ โดยจะประคบตัวเป็นเวลา 3-7 วัน ติดต่อกันทุกวันหรือจนกว่าจะออกจากการอยู่ไฟ โดยทั่วไปจะมีการทำควบคู่ไปกับการเข้ากระโจม จะประคบตัวก่อนเข้ากระโจมหรือหลังเข้ากระโจมก็ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่สมุนไพรที่ใช้ประคบจะเป็นไพล ขมิ้นอ้อย ใบมะขาม ใบส้มป่อย นำมาเคล้ากับเกลือใช้ผ้าห่อมัดให้แน่นทำเป็นลูกประคบ ส่วนใหญ่คนโบราณจะใช้ลูกประคบ 3 ลูก ถ้าเป็นครรภ์แรกก็ให้นั่งทับลูกหนึ่ง ส่วนอีก 2 ลูกก็ใช้ประคบตัว เต้านม หน้าท้อง และแขนขา การประคบจะทำให้น้ำนมเดินสะดวก ไม่คัดเต้านม เดิมการประคบจะทำต่อจากการเข้ากระโจม โดยใช้กากสมุนไพรที่เหลือจากการเข้ากระโจมมาห่อทำเป็นลูกประคบ น้ำที่เหลือจากการเข้ากระโจมก็ใช้จุ่มประคบตัวและใช้อาบเมื่อประคบตัวเสร็จแล้ว และอาบน้ำอีกครั้งด้วยน้ำอุ่นๆ ให้ทำทุกวันจนกว่าจะออกจากการอยู่ไฟ การประคบร้อนการประคบร้อนด้วยสมุนไพร เป็นการประคบด้วยความร้อนชื้น โดยนำสมุนไพรสูตรต่างๆ มาตำพอแหลกแล้วผสมเข้าด้วยกันใช้ผ้าห่อ แล้วนำไปอังไอน้ำร้อนใช้ประคบตามส่วนของร่างกายที่ต้องการ จะช่วยให้กล้ามเนื้อและเอ็นลดอาการบวมและอักเสบได้ ทำให้กล้ามเนื้อลดอาการเกร็งลง มีการยืดตัวของเนื้อเยื่อพังผืด ช่วยให้โลหิตมีการไหลเวียนเพิ่มขึ้น แต่การประคบร้อนด้วยสมุนไพรก่อนและขณะประคบจะต้องมีการคลึงกล้ามเนื้อไปด้วย สมุนไพรที่ใช้ประคบจะมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวด การอักเสบ และมีกลิ่นหอม มีความเชื่อในสมัยโบราณว่าสามารถรักษาโรคได้เช่นกัน ตัวยาและน้ำมันหอมระเหยจะออกจากตัวสมุนไพรเมื่อถูกความร้อน และซึมผ่านเข้าไปในผิวหนังได้ง่าย เนื่องจากบริเวณผิวหนังจะมีชั้นของไขมันอยู่ หากใช้เวลาประคบสัมผัสอยู่นานประมาณอ่านเพิ่มเติม "3 วิธีการดูแลมารดาหลังคลอด"

น้ำอสุจิ: แบบไหนท้องง่ายท้องยาก

น้ำเชื้อหรือน้ำอสุจิ (semen) ที่หลั่งออกมาจากอวัยวะเพศชาย ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นเซลล์ ได้แก่ ตัวอสุจิ (spermatozoa) เซลล์เยื่อบุ และเม็ดเลือดขาวส่วนที่เป็นของเหลว (seminal fluid) ซึ่งจะมีสารต่างๆ เป็นส่วนประกอบเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ เช่น สังกะสี (zinc) ฟลาวีน (flavine) กรดซิตริค (citric acid) เป็นต้น    ในบางราย เช่น ชายที่เป็นหมันจะไม่มีการสร้างตัวอสุจิแต่ยังคงมี seminal fluid หรือน้ำกามอยู่ เรียกว่า (azoospermia) หรือมีตัวอสุจิแต่น้อยเรียกว่า (oligozoospermia)   สำหรับคู่สมรสที่ไม่ได้คุมกำเนิดและมีเพศสัมพันธ์ตามปกติคือ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ภายใน 1 ปี หรือ 6 เดือนในรายที่ฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 35 ปี แล้วไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ถือว่ามีความเหมาะสมที่ฝ่ายชายจะมาตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อเพื่อหาสาเหตุการมีบุตรยากน้ำอสุจิที่ดีต้องเป็นอย่างไร?   ตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2010) เกณฑ์ของการวิเคราะห์น้ำอสุจิที่ถือว่าปกติมีดังต่อไปนี้ ปริมาตร : 1.5อ่านเพิ่มเติม "น้ำอสุจิ: แบบไหนท้องง่ายท้องยาก"

โรงพยาบาลญี่ปุ่น: สมิติเวชเปิดสำหรับคนญี่ปุ่นในไทย ใจกลางย่านสุขุมวิท

สมิติเวช เปิดโรงพยาบาลญี่ปุ่นแห่งแรกในอาเซียนที่ซอยสุขุมวิท 49 โดยมีทีมแพทย์ พยาบาลชาวญี่ปุ่น ออกแบบสถานที่ อุปกรณ์ในสไตล์ญี่ปุ่น อีกทั้งล่ามผ่านระบบวิดีโอคอล ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นายแพทย์ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า หลายปีนี้ มี Expat ชาวญี่ปุ่นเข้ามาทำงานในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เช่นเดียวกับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนและก่อตั้งบริษัทใน EEC การที่ชาวต่างชาติต้องมาใช้ชีวิตในประเทศที่ไม่คุ้นเคย นอกจากความสะดวกสบายในการดำรงชีวิตแล้ว การดูแลสุขภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ชาวญี่ปุ่นคำนึงถึง โดยตลอด 40 ปีของสมิติเวช โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย และประเทศใกล้เคียง เพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียว คือ สร้างระบบการสาธารณสุขที่ดี เพื่อรองรับชาวญี่ปุ่นในระดับประเทศ กก.ผจก.และซีอีโอกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวอีกว่า ในปีที่ผ่านมามีผู้รับบริการชาวญี่ปุ่นประมาณ 400 คนต่อวัน มีทารกญี่ปุ่นคลอดที่สมิติเวช ประมาณ 200 คนต่อปี นอกจากนี้ สมิติเวชเป็นโรงพยาบาลแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการเยี่ยมสำรวจ จาก Japan Council forอ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลญี่ปุ่น: สมิติเวชเปิดสำหรับคนญี่ปุ่นในไทย ใจกลางย่านสุขุมวิท"

โรงพยาบาลญี่ปุ่น: รู้จักโรงพยาบาลที่รองรับชาวต่างชาติ อุ่นใจในยามฉุกเฉิน!

ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นหลายคนอาจเคยป่วยหรือบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาลด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เช่น ไม่รู้จะไปโรงพยาบาลไหนดีหรือสื่อสารภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ตาม การรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลที่คุณสามารถใช้บริการได้ในยามฉุกเฉินก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับระบบรับรองสถานพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยชาวต่างชาติ (外国人患者受入医療機関認証制度) แล้วยังมีข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่รองรับชาวต่างชาติมาให้ดูกันด้วย ระบบรับรองสถานพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยชาวต่างชาติ (JMIP) JMIP ย่อมาจากคำว่า Japan Medical Service Accreditation for International Patients เป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวต่างชาติที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสามารถใช้บริการได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล ซึ่งการรับรองนี้จะดำเนินการโดยองค์กรบุคคลที่สาม ทำหน้าที่ประเมินว่าสถานพยาบาลนั้นๆ มีบริการแปลภาษาหรือระบบที่ช่วยรองรับผู้ป่วยต่างชาติไหม สามารถวินิจฉัยโรคในหลายภาษาได้หรือไม่ สามารถรองรับวัฒนธรรมและศาสนาที่แตกต่างกันได้หรือเปล่า เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่าระบบนี้จะประเมินแค่กลไกการรองรับชาวต่างชาติของสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่ได้ประเมินคุณภาพการรักษา นอกจากนี้ ยังไม่มีการแนะนำสถานพยาบาลใดๆ โดยเฉพาะด้วย คุณจึงต้องหาข้อมูลประกอบการพิจารณาเอาไว้ล่วงหน้า ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลและภาษาที่สถานพยาบาลนั้นๆ รองรับ ดังนั้น ขอให้ถือว่า JMIP เป็นเพียงมาตรฐานของสถานพยาบาลที่ชาวต่างชาติสามารถใช้บริการได้ง่ายก็พอ https://healthmenowth.com/hospital/best-hospital-japan-2021-newsweek/ แนะนำสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรอง JMIP ปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่ผ่าน JIMP อยู่ 78 แห่งทั่วญี่ปุ่น (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2021) ในส่วนนี้เราจะขอแนะนำสถานพยาบาล JMIP หลักๆ ในโตเกียวให้ได้รู้จักกัน Tokyoอ่านเพิ่มเติม "โรงพยาบาลญี่ปุ่น: รู้จักโรงพยาบาลที่รองรับชาวต่างชาติ อุ่นใจในยามฉุกเฉิน!"

แอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา: 3 วิธีดื่มน้ำหมักอินเตอร์รักษาโรค

แอปเปิลไซเดอร์ มีชื่อไทยว่า น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล ได้จากการคั้นน้ำของแอปเปิ้ลมาหมักกับยีสต์จนกลายเป็นแอลกอฮอล์ แล้วเติมแบคทีเรียลงไปเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา กลายเป็นกรดอะซิติก แอซิค (Acetic acid) หรือกรดน้ำส้ม ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดสูง และมีรสชาติและกลิ่นเปรี้ยวจัดครับของเหลวสีเหลืองๆ คล้ายสีน้ำชานี้ มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง มีวิตามินมากกว่า 6 ชนิด และมีธาตุอาหารกว่า 30 ชนิด ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้นเลยมีข้อมูลมากมายที่เกี่ยวกับประโยชน์ของแอปเปิลไซเดอร์ในแง่การนำไปใช้ โค้ชแบงค์เลยจะกล่าวถึง “สูตรดื่มแอปเปิลไซเดอร์เพื่อสุขภาพ” บ้างครับ✅ ลดความอยากอาหาร …แอปเปิลไซเดอร์ทำให้เราอิ่มเร็วขึ้น และช่วยควบคุมความอยากอาหาร ไม่ให้เรากินมากจนเกินพิกัดได้ด้วยเพียงผสมแอปเปิลไซเดอร์ 1 ช้อนชากับน้ำอุ่น 2 แก้วแล้วดื่มก่อนรับประทานอาหารประมาณ 30 นาทีเช่นเดียวกันครับ✅ รักษากรดไหลย้อน …ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน โค้ชแบงค์แนะนำให้ผสมแอปเปิลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 แก้ว ดื่มก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อครับ (ถ้าลืมก็ให้ทานหลังอาหารก็ได้ครับ) เพื่อให้กรดอะซิติก และจุลินทรีย์ในแอปเปิลไซเดอร์เข้าไปช่วยย่อย✅ ช่วยเผาผลาญ/ ลดไขมัน …ผสมแอปเปิลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่น 1 แก้ว แล้วดื่มทันทีหลังตื่นนอนในตอนเช้า (ก่อนรับประทานอาหารมื้อแรก) จะช่วยให้ระบบการย่อยสมบูรณ์อ่านเพิ่มเติม "แอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา: 3 วิธีดื่มน้ำหมักอินเตอร์รักษาโรค"

แอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา: ข้อควรระวัง ประโยชน์ และวิธีกินช่วยลดพุง

Apple Cider Vinegar แอปเปิ้ลไซเดอร์ วีเนก้า คือ น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล) ด้วยการนำมาบดและหมักในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบาง ๆ ลอยอยู่ที่เรียกว่า แม่ (Mother) Apple cider vinegar แอปเปิ้ลไซเดอร์ ประโยชน์มากมาย และช่วยเรื่องการเผาผลาญ ลดไขมัน น้ำตาลในเลือด วิธีการหมักแบบช้า ๆ เป็นวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ในการผลิตไวน์วินิการ์ (ไวน์น้ำส้มสายชู) โดยใช้อะซิติก แอซิดแบคทีเรียเป็นสารตั้งต้น ให้เจริญเติบโตบนผิวของของเหลวน้ำผลไม้นั้น ปล่อยขบวนการหมักดำเนินไปอย่างช้า ๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน การหมักที่นานเกินกว่านั้นจะทำให้เกิดเมือกที่ไม่เป็นพิษ เป็นส่วนประกอบของยีสต์และอะซิติก แอซิคแบคทีเรียที่เป็นตัวเริ่มต้นในการผลิตน้ำส้มสายชู หรือที่เรียกว่า แม่ของน้ำส้มสายชู (mother of vinegar) พบในน้ำส้มสายชูที่ไม่ผ่านขบวนการผลิต ไม่ผ่านการกรอง เป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำส้มสายชูชนิดนี้มีคุณภาพสูง ตัว แอปเปิ้ลไซเดอร์ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูงมีคุณสมบัติ ช่วยในการแบ่งเซลล์ ถ้าร่างกายขาดธาตุนี้อ่านเพิ่มเติม "แอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา: ข้อควรระวัง ประโยชน์ และวิธีกินช่วยลดพุง"